เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

โอกาสแลนด์บริดจ์ เชื่อม 2 ฝั่งมหาสมุทร โฟกัสนักลงทุน “จีน-ยูเออี-ซาอุฯ”

21 ธ.ค. 2566 | 07:15น.
นายสุวิทย์ รัตนจินดา

โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทย-อันดามัน หรือโครงการแลนด์บริดจ์ กำลังถูกรัฐบาลไทย “Roadshow” ไปทั่วโลก โดย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ใช้โอกาสในเวทีในการประชุมนานาชาติ

ไม่ว่าจะเป็น APEC หรือ ASEAN-JAPAN Commemorative Summit ตลอดจนการเดินทางเยือนหลาย ๆ ประเทศทั้งในตะวันออกกลางและอาเซียน จัดสัมมนา “Thailand Landbridge Roadshow” ให้กับนักลงทุนในการมุ่งหวังที่จะผลักดันโครงการที่มีมูลค่ารวมกันมากกว่า 249,848 ล้านบาท

ตัวโครงการจะประกอบไปด้วยการพัฒนาท่าเรือน้ำลึก 2 ฝั่งทะเล ที่แหลมอ่าวอ่าง อ.ราชกรูด จ.ระนอง ฝั่งอันดามัน ขนาดร่องน้ำลึก 21 เมตร รองรับสินค้าได้ 20 ล้าน TEUs กับแหลมริ่ว อ.หลังสวน จ.ชุมพร ขนาดร่องน้ำลึก 17 เมตร รองรับสินค้าได้ 20 ล้าน TEUs พร้อมเส้นทางเชื่อมโยงท่าเรือทั้ง 2 ฝั่งระยะทาง 90 กิโลเมตร

แบ่งเป็น ทางหลวงมอเตอร์เวย์ขนาด 6 ช่องจราจร ทางรถไฟขนาดราง 1.435 เมตร จำนวน 2 ทาง รองรับการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ 2 ชั้นบนแคร่ และทางรถไฟขนาดราง 1 เมตร จำนวน 2 ช่องทาง เพื่อเชื่อมต่อระบบโครงข่ายรางหลักของประเทศ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับการวางท่อขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปและก๊าซธรรมชาติ มีพื้นที่เชิงพาณิชย์หลังท่าโดยการ “ถมทะเล” สำหรับกิจการสนับสนุนท่าเรือน้ำลึกทั้ง 2 ฝั่ง

ผลการศึกษาเบื้องต้นที่ถูกเผยแพร่ออกมากล่าวว่า โครงการแลนด์บริดจ์จะช่วยร่นระยะเวลาการขนส่งสินค้าผ่านทางช่องเแคบมะละกา-สิงคโปร์ จากปัจจุบันมีสินค้าถูกขนส่งผ่านช่องแคบคิดเป็นร้อยละ 16 ของการขนส่งสินค้าของโลก และร้อยละ 15-18 สำหรับการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบ นั้นหมายถึงการขนส่งสินค้าและน้ำมันผ่านโครงการแลนด์บริดจ์ จะเป็นคู่แข่งของการขนส่งสินค้าผ่านทางช่องแคบมะละกาและสิงคโปร์-มาเลเซียทันที

ด้าน นายสุวิทย์ รัตนจินดา ประธานสมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย และประธานกิตติมศักดิ์สมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (TIFFA) ให้ความเห็นว่า โครงการแลนด์บริดจ์ถือเป็นโอกาสในการลงทุนขนาดใหญ่ของประเทศ จากปัจจุบันที่มีโครงการท่าเทียบเรือแหลมฉบัง เฟส 3 ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างเพื่อสนับสนุนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

“ทุกวันนี้เรามีตู้คอนเทนเนอร์ผ่านแหลมฉบัง 7-8 ล้านตู้ ถ้าท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง เฟส 3 สร้างเสร็จ คาดการณ์ว่าจะมีตู้คอนเทนเนอร์ผ่านที่แหลมฉบัง ประมาณ 10 ล้านตู้ ซึ่งทิศทางการขนส่งทางเรือของประเทศไทยในอีก 10 ปีข้างหน้าจะเป็นแบบนี้”

แต่หลังจากนี้ไทยจะเปลี่ยนประเทศได้อย่างไร ในประเด็นนี้ นายสุวิทย์มองว่า โครงการแลนด์บริดจ์จะเป็นคำตอบของประเทศได้ แต่ในเมื่อเป็นโครงการใหม่ในหลายมุมมองก็จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า จะคุ้มค่าหรือไม่ ต้นทุนจะเป็นอย่างไร จะเอาเรือที่ไหนมาวิ่งขนส่งสินค้า ทั้งในแง่ของบริษัทสายการเดินเรือ นักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์ สถาบันทางการเงิน และนักลงทุนต่างชาติ

“ถ้าคำนวณกันตรง ๆ เบื้องต้น การขนส่งตู้คอนเทนเนอร์เชื่อม 2 ฝั่ง (ระนอง-ชุมพร) จำนวน 10,000 ตู้ จากเรือใหญ่ทั้ง 2 ฝั่งอาจจะต้องใช้เวลาขนส่งกันเป็นอาทิตย์ ด้วยระบบศักยภาพรางรถไฟของไทยในปัจจุบัน แน่นอนว่ามันไม่น่าสนใจที่จะลงทุนทั้งในเรื่องของต้นทุนและเวลาที่จะต้องยกตู้จากท่าเรือขึ้นรถไฟไปอีกท่าเรือหนึ่งในฝั่งตรงกันข้าม”

จากที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้องมีตู้คอนเทนเนอร์ผ่านเส้นทางใหม่นี้ 20 ล้านตู้ จะหาตู้มาจากไหน อันนี้เป็นการบ้านของนักลงทุนที่เขาจะเข้ามาลงทุน เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทย แม้จะเป็นประเทศผู้ส่งออก-นำเข้าสินค้า แต่ไทยยังไม่ได้เป็นประเทศ Transhipment เหมือนอย่างสิงคโปร์ ที่เขามีตู้สินค้าผ่านปีละ 30-40 ล้านตู้ ในจำนวนนี้ 90% เป็น Transhipment ทั้งสิ้น

ซึ่งตรงนี้เป็น “หัวใจหลัก” ของโครงการแลนด์บริดจ์จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ได้ในสายตานักลงทุนต่างประเทศ จะต้องแข่งขันกันในเรื่องของศักยภาพในการทำธุรกิจ ต้นทุนขนส่งที่ถูกกว่า-ระยะเวลาในการขนส่ง และวอลุ่มสินค้าที่จะผ่านเข้า-ออก ต้องแข่งขันกับสิงคโปร์ ที่สินค้าผ่านช่องแคบมะละกาให้ได้”

อย่างไรก็ตาม การทำ Roadshow ของรัฐบาลไทยจะต้องเน้นไปที่การหา “พาร์ตเนอร์” ที่เหมาะสมที่มีศักยภาพในการลงทุน ตอนนี้น่าจะเป็นนักลงทุนจาก 3 ประเทศ ได้แก่

1) ซาอุดีอาระเบีย จะสามารถใช้แลนด์บริดจ์เป็น “ฮับน้ำมัน” ได้ แต่ไม่ใช่ “ฮับคอนเทนเนอร์” ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลไทยได้ไป Roadshow ไว้กับหน่วยงานลงทุนหลักของซาอุดีอาระเบียแล้ว (กองทุนสาธารณะ Governor of The Public Investment Fund หรือ PIE-Saudi Aramco และ SABIC หรือ Saudiarabia Basic Industries Coporation) ซึ่งก็ได้แสดงความสนใจ

2) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE ถ้าเข้ามาลงทุนในโครงการแลนด์บริดจ์ จะได้ทั้งฮับน้ำมัน กับฮับคอนเทนเนอร์ เนื่องจากปัจจุบัน UAE บริหารท่าเรือทั่วโลกกว่า 78 แห่ง และยังบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์ ทำให้ดูไบเป็นเบอร์ 1 ทางด้านนี้ของโลก จากการพบปะกับนักลงทุนดูไบ พบว่ามีความพร้อมในการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ มีความชำนาญในการบริหารท่าเรือ มีเงินลงทุนที่พร้อมจะลงทุนต่างประเทศเช่นเดียวกับซาอุดีอาระเบีย ส่วนนักลงทุนประเทศที่

3) จีน มองว่ามีความพร้อมทุกด้าน มีทั้งเทคโนโลยีการก่อสร้างท่าเรือ ระบบรางรถไฟ และนโยบายของรัฐบาลจีนในเรื่อง One ที่สำคัญก็คือ จีนยังมีสายการเดินเรือแห่งชาติ หรือ COSCO ด้วย ซึ่งเป็นสายการเดินเรืออันดับ 3-4 ของโลก

ดังนั้นจีนจะเป็นคำตอบของความกังวลที่ว่า เมื่อสร้างท่าเรือน้ำลึกเสร็จแล้วจะหา “ใคร” มาใช้บริการ จะหาสายการเดินเรือจากไหน จะมีตู้คอนเทนเนอร์ผ่าน 20 ล้านตู้ได้หรือไม่ ตรงนี้จีนเป็นคำตอบได้ทั้งหมด

เพราะหากจีนสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในแลนด์บริดจ์ เขาคงไม่รอให้สายเดินเรืออื่นเข้ามาใช้บริการ แต่จีนต้องตัดตู้คอนเทนเนอร์ส่วนหนึ่งที่เขาวิ่งผ่านเส้นทางแปซิฟิก-มหาสมุทรอินเดีย ไปยุโรป มาผ่านแลนด์บริดจ์แน่นอน

“ทั้ง 3 ประเทศนี้มีศักยภาพที่จะเข้ามาลงทุน ขอเพียงรัฐบาลไทยโฟกัสในการหาพาร์ตเนอร์ที่ถูกต้อง ตอนนี้สิงคโปร์กับมาเลเซียเขาก็กังวลว่า แลนด์บริดจ์จะมีโมเดลอย่างไร จะกระทบกับการขนส่งสินค้าของทั้ง 2 ประเทศมากน้อยแค่ไหน อย่างสิงคโปร์ตอนนี้กำลังขยายท่าเรือใหม่สามารถรองรับตู้คอนเทนเนอร์ในอนาคตได้อีก 70-80 ล้านตู้ถ้าแลนด์บริดจ์ของเราเกิด นั้นหมายความว่าจะไปดึงตู้คอนเทนเนอร์ที่จะต้องผ่านสิงคโปร์มา ดังนั้นการแข่งขันก็จะต้องเกิดความรุนแรงขึ้น อยู่กับว่าใครจะทำให้ ราคา-ความเร็ว และปริมาณสินค้า ได้ดีกว่ากัน” นายสุวิทย์กล่าว