เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ปลา IBERRY’ ไปต่อแบรนด์ที่ 24 ‘เบญจมิน’ ร้านอาหารไทยรสมือ ‘เชฟเบนซ์-อัครเดช’
Business ‘ปลา IBERRY’ ไปต่อแบรนด์ที่ 24 ‘เบญจมิน’ ร้านอาหารไทยรสมือ ‘เชฟเบนซ์-อัครเดช’
CREDIT กำไร Q3/69 นิวโฮ 1,239 ล้าน โต 22% สินเชื่อเพิ่ม 13.8% คุมเอ็นพีแอลเหลือ 4%
Finance CREDIT กำไร Q3/69 นิวโฮ 1,239 ล้าน โต 22% สินเชื่อเพิ่ม 13.8% คุมเอ็นพีแอลเหลือ 4%
ส่องกำไร 6 แบงก์ใหญ่ โตฝ่าดอกเบี้ยต่ำ รุกธุรกิจ Wealth
Finance ส่องกำไร 6 แบงก์ใหญ่ โตฝ่าดอกเบี้ยต่ำ รุกธุรกิจ Wealth
ฉางอาน เผยส่งรถใหม่ 12 รุ่น ลุยตลาด ภายใน 3 ปี
Automotive ฉางอาน เผยส่งรถใหม่ 12 รุ่น ลุยตลาด ภายใน 3 ปี
พูนพงษ์ วางเกมรับค่าครองชีพระยะยาว จับตาต้นทุนพลังงาน-ขนส่งกดดันราคาสินค้า
Economic พูนพงษ์ วางเกมรับค่าครองชีพระยะยาว จับตาต้นทุนพลังงาน-ขนส่งกดดันราคาสินค้า
KTB โชว์กำไร Q3/2569 โต 12,582 ล้าน 9 เดือนทรงตัว ตั้งสำรองลด 14%
Finance KTB โชว์กำไร Q3/2569 โต 12,582 ล้าน 9 เดือนทรงตัว ตั้งสำรองลด 14%
คมนาคมชง ครม. 26 ต.ค. หั่นค่าตั๋วรถไฟฟ้า 8 สาย 17-45 บาท ต่ออายุ 40 บาทตลอดวันถึง 30 ธ.ค. 70
Economic คมนาคมชง ครม. 26 ต.ค. หั่นค่าตั๋วรถไฟฟ้า 8 สาย 17-45 บาท ต่ออายุ 40 บาทตลอดวันถึง 30 ธ.ค. 70
ราคาทองวันนี้ (21 ต.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (21 ต.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณบาทละ 66,400 บาท
เปิดมุมมอง ‘Salesforce-Microsoft-Anthropic’ แนะองค์กรรับมือ ‘ภัยไซเบอร์’ ยุค AI
Tech เปิดมุมมอง ‘Salesforce-Microsoft-Anthropic’ แนะองค์กรรับมือ ‘ภัยไซเบอร์’ ยุค AI
สถาบันพระบรมราชชนกมอบทุน 3 แสน ส่งมอบหนังสือสำนักพิมพ์มติชนแก่เยาวชน
Biz Movement สถาบันพระบรมราชชนกมอบทุน 3 แสน ส่งมอบหนังสือสำนักพิมพ์มติชนแก่เยาวชน
ดูทั้งหมด

SCB WEALTH เร่งลงทุน RMF-SSF-Thai ESG รับสิทธิลดหย่อนภาษีท้ายปี

22 ธ.ค. 2566 | 13:21น.
SCB

SCB WEALTH หนุนนักลงทุนเร่งลงทุนในกองทุน RMF-SSF-Thai ESG รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี โค้งสุดท้ายส่งท้ายปี แนะกระจายพอร์ตลงทุนทั้งใน-ต่างประเทศ มองตลาดหุ้นสหรัฐมีปัจจัยบวกสนับสนุนเดินหน้าสร้างผลตอบแทนต่อเนื่อง คาดปีหน้า Fed ปรับลดดอกเบี้ยได้มากกว่า 3 ครั้ง ส่งผลบอนด์ยีลด์ลดลงอย่างรวดเร็ว

วันที่ 22 ธันวาคม 2566 นายศรชัย สุเนต์ตา, CFA SCB Wealth Chief Investment Officer ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารฝ่าย Investment Office and Product Function กลุ่มธุรกิจ Wealth ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายสำหรับการลงทุนในกองทุนเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ในปี 2566 ขอแนะนำนักลงทุนที่มีรายได้ ต้องเสียภาษี ให้ลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) กองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว (SSF) และกองทุนไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) ตามสิทธิที่มี

เพื่อลดหย่อนภาษีตามฐานภาษีของแต่ละบุคคล ทั้งยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน เมื่อลงทุนครบตามกำหนดเงื่อนไข ซึ่งการลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นการสร้างวินัยการออม เพื่อสร้างฐานะทางการเงินที่มั่นคง และมั่งคั่งในอนาคต หรือในวัยเกษียณ

“การลงทุนควรมีการกระจายความเสี่ยงในหลากหลายสินทรัพย์ เช่น กองทุน RMF และ SSF สามารถเลือกลงทุนทั้งในและต่างประเทศได้ ส่วน Thai ESG ลงทุนเฉพาะหุ้นและตราสารหนี้ไทยที่เข้าเกณฑ์ ESG เพื่อให้พอร์ตลงทุนมีเสถียรภาพ และลดความผันผวนได้”

สำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นไทย มีมูลค่าหุ้นค่อนข้างถูกมากเมื่อเทียบกับในอดีต แต่กำลังอยู่ระหว่างรอเงินลงทุนจากต่างประเทศ ที่จะไหลกลับเข้ามา จากปัจจัยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสหรัฐและไทย ที่เริ่มแคบลง ที่ทำให้ค่าเงินบาทเริ่มมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น โดยคาดว่าจะส่งผลให้เงินลงทุนจะไหลกลับเข้ามาทั้งในตลาดตราสารหนี้ และตลาดหุ้นในปี 2567

ส่วนตลาดต่างประเทศ ที่เหมาะสำหรับการลงทุนใน RMF-SSF ในช่วงเวลานี้ ได้แก่ ตลาดหุ้นสหรัฐที่มีปัจจัยบวกสนับสนุนหลายประการ ประเด็นหลัก ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่หยุดขึ้นแล้ว และมีแนวโน้มจะปรับลดลงในปี 2567 โดย Fed Dot Plot คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับลดประมาณ 3 ครั้งในปีหน้า

ขณะที่ตลาดคาดว่า Fed จะลดดอกเบี้ยมากกว่า 3 ครั้ง ส่งผลสะท้อนทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (bond yield) ของสหรัฐลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ความสามารถในการสร้างผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐดีขึ้น เราจะได้เห็นการปรับเพิ่มประมาณการผลประกอบการของตลาดหุ้นสหรัฐเกิดขึ้นต่อเนื่อง

เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มชะลอตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป (soft landing) โดยพิจารณาเครื่องชี้วัดเศรษฐกิจ พบว่าภาคบริการ และการจ้างงาน ยังมีตัวเลขที่ออกมาดูดี เป็นแรงสนับสนุนเศรษฐกิจ แม้ว่าภาคการผลิตจะหดตัวก็ตาม ในส่วนของเม็ดเงินลงทุน ปัจจุบันพบว่านักลงทุนรายย่อย ยังลงทุนอยู่ในตลาดเงิน (money market) ค่อนข้างมาก

ขณะที่นักลงทุนสถาบันเริ่มเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐมากขึ้น ซึ่งโดยปกติการเคลื่อนย้ายเงินทุนของรายย่อยจะช้ากว่านักลงทุนสถาบัน ดังนั้น ถ้าตัวเลขต่าง ๆ ดีขึ้น เงินเฟ้อทยอยปรับเข้าสู่กรอบนโยบาย เชื่อว่าจะมีเม็ดเงินของนักลงทุนรายย่อยจาก money market ไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นสหรัฐเพิ่มเติมได้ และเมื่อพิจารณาข้อมูลในอดีต จะเห็นว่า ทุกครั้งที่ Fed หยุดขึ้นดอกเบี้ย ในช่วง 12 เดือนหลังจากนั้น หุ้นสหรัฐ นำโดยตลาดหุ้น S&P500 จะทำผลงานได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว

ปัจจัยเสี่ยงสำหรับการลงทุนในหุ้นสหรัฐที่ควรระมัดระวัง คือ ประเด็นการเลือกตั้งสหรัฐที่จะมีในช่วงปลายปี 2567 เนื่องจากทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง จะมีเรื่องนโยบายที่ต้องจับตามอง ในกรณีที่พรรครีพับลิกันได้ชัยชนะ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้คะแนนเสียงมากขึ้น ภาพนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ อาจจะเปลี่ยนไปจากปัจจุบัน เป็นในลักษณะ aggressive มากขึ้น เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีก่อนหน้านี้

รวมทั้งเราอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับนโยบายด้าน ESG ด้วย ดังนั้น จึงเป็นปัจจัยที่ตลาดต้องระมัดระวังความผันผวนที่จะเกิดตามมา ขณะเดียวกันก็ต้องจับตา การเลือกตั้งในพื้นที่อื่น เช่น ไต้หวัน ที่ต้องติดตามเกี่ยวกับท่าทีของสหรัฐ ที่อาจทำให้เกิดความผันผวนตามมาได้

สำหรับกองทุนที่แนะนำ ประเภท RMF และ SSF ในส่วนของกองทุนหุ้นสหรัฐ ได้แก่ SCBRMS&P500 ที่มีความเสี่ยงระดับ 6 หรือเสี่ยงสูง และ SCBS&P500-SSF ที่มีความเสี่ยงระดับ 6 เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการกระจายลงทุนหุ้นสหรัฐ หลากหลายกลุ่มธุรกิจ ด้วยการลงทุนผ่านกองทุนดัชนีที่ลงทุนใน 500 บริษัทชั้นนำในสหรัฐ อ้างอิงดัชนี S&P500 กองทุน SCBRMNDQ(A) ที่มีความเสี่ยงระดับ 6 และกองทุน SCBNDQ-SSF ที่มีความเสี่ยงระดับ 6 ที่ลงทุนผ่านกองทุนดัชนีหุ้น 100 บริษัทในสหรัฐ โดยอ้างอิงดัชนี NASDAQ100 ในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

ส่วนกองทุน RMF สำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายพอร์ตบางส่วนลงทุนในหุ้นไทย แนะนำกองทุน SCBRM4 ที่มีความเสี่ยงระดับ 6 ลงทุนในหุ้นไทยปัจจัยพื้นฐานดี และมีสภาพคล่องสูง และกองทุน SSF แนะนำ SCBLT1-SSF ที่มีความเสี่ยงระดับ 6 มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพ 30% และลงทุนในหุ้นไทย ที่มีนโยบายปันผลสม่ำเสมอ 70% ทางด้านกองทุน Thai ESG แนะนำ SCBTM ที่มีความเสี่ยงระดับ 5 คือเสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง เป็นกองทุนผสม ที่ลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ไทยที่ยั่งยืนแบบยืดหยุ่นตามจังหวะของตลาด

สำหรับเงื่อนไขการลงทุน RMF ซื้อได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ที่ต้องเสียภาษีต่อปี และสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอื่น ๆ ได้แก่ กองทุน SSF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ประกันชีวิตแบบบำนาญ กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน และกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) โดยต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี แต่เว้นได้ไม่เกิน 1 ปีติดต่อกัน ไม่ขายคืนหน่วยลงทุนจนกว่าจะมีอายุ 55 ปีบริบูรณ์ และต้องลงทุนต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปีเต็ม ลงทุนปีไหนได้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในปีนั้น

ส่วนกองทุน SSF ซื้อได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ที่ต้องเสียภาษีต่อปี และสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุน RMF, PVD, กบข., ประกันชีวิตแบบบำนาญ, กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน และ กอช. จะต้องไม่เกิน 500,000 บาท ไม่มียอดซื้อขั้นต่ำ และไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องทุกปี แต่ต้องถือครอง 10 ปี นับจากวันซื้อ (แบบวันชนวัน)

นอกจากนี้ กองทุน Thai ESG สามารถนำยอดซื้อลงทุน ไปหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ที่ต้องเสียภาษีต่อปี และสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท โดยไม่นับรวมกับวงเงิน 500,000 บาท จากกองทุนการออมเพื่อการเกษียณ ทั้งกองทุน SSF, RMF, PVD, กบข., ประกันชีวิตแบบนำนาญ, กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน และ กอช. ไม่มียอดซื้อขั้นต่ำ และไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องทุกปี โดยต้องถือครอง 8 ปี แบบจากวันที่ซื้อ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กองทุน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)