เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เริ่มแล้ว! เปิดกระเป๋าต้องสงสัย ไม่แจ้งล่วงหน้า เพิ่มความปลอดภัยสนามบิน
News เริ่มแล้ว! เปิดกระเป๋าต้องสงสัย ไม่แจ้งล่วงหน้า เพิ่มความปลอดภัยสนามบิน
ฮั่วเซ่งเฮง ประเมินราคาทองวันนี้ (16 ต.ค.) ‘Sideways Down’ ติดตามแถลงการณ์ ‘เควิน วอร์ช’ ประธานเฟด 10.30 น.
Finance ฮั่วเซ่งเฮง ประเมินราคาทองวันนี้ (16 ต.ค.) ‘Sideways Down’ ติดตามแถลงการณ์ ‘เควิน วอร์ช’ ประธานเฟด 10.30 น.
ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท รูปพรรณบาทละ 66,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท รูปพรรณบาทละ 66,850 บาท
พระราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งหญิง ที่ซัปโปโร
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งหญิง ที่ซัปโปโร
สมาพันธ์เอสเอ็มอีฯ ผนึก ม.ราชภัฏเชียงใหม่ ขนสินค้าไอเดียสร้างสรรค์จากชุมชน บุกงาน Lanna Expo 2026
เศรษฐกิจภูมิภาค สมาพันธ์เอสเอ็มอีฯ ผนึก ม.ราชภัฏเชียงใหม่ ขนสินค้าไอเดียสร้างสรรค์จากชุมชน บุกงาน Lanna Expo 2026
น้ำท่วมปราจีนฯ ประมงขาดทุนยับ จี้รัฐเร่งเยียวยาต่อลมหายใจเกษตรกร
เศรษฐกิจภูมิภาค น้ำท่วมปราจีนฯ ประมงขาดทุนยับ จี้รัฐเร่งเยียวยาต่อลมหายใจเกษตรกร
จับตาประชุมข้างเคียง IMF ฟินเทคญี่ปุ่น ชู “เงินโทเค็น” โหมดึง ทุนไทย-อาเซียน ลงโตเกียว
Tech จับตาประชุมข้างเคียง IMF ฟินเทคญี่ปุ่น ชู “เงินโทเค็น” โหมดึง ทุนไทย-อาเซียน ลงโตเกียว
มาถึงไทย ประธานเฟด-ผู้ว่าฯ ธปท. โพสต์ภาพคู่เผยหารือสร้างสรรค์
Finance มาถึงไทย ประธานเฟด-ผู้ว่าฯ ธปท. โพสต์ภาพคู่เผยหารือสร้างสรรค์
ไทยโชว์ Soft Power กระหึ่มโลก! ยกเวที ‘THAI FIGHT’ แลกหมัด กลางงานประชุม IMF-World Bank 2026
Economic ไทยโชว์ Soft Power กระหึ่มโลก! ยกเวที ‘THAI FIGHT’ แลกหมัด กลางงานประชุม IMF-World Bank 2026
ไอคอนคราฟต์ เปิดพื้นที่ 3 ดีไซเนอร์ ชู“Thai Craft Wisdom” สู่ ELLE Fashion Week 2026
Biz Movement ไอคอนคราฟต์ เปิดพื้นที่ 3 ดีไซเนอร์ ชู“Thai Craft Wisdom” สู่ ELLE Fashion Week 2026
ดูทั้งหมด

เมื่อไต้หวันไม่อยากรวมกับจีน แต่โลกไม่หนุนเอกราช 

15 ม.ค. 2567 | 20:07น.
เลือกตั้งไต้หวัน ไล่ ชิงเต๋อ
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : รุ่งนภา พิมมะศรี

การเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน ทราบผลอย่างเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ไล่ ชิงเต๋อ (Lai Ching-Te) จากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ที่ต่อต้านหลักการ “จีนเดียว” และต้องการพาไต้หวันประกาศเอกราช ได้คะแนนเป็นอันดับ 1 ด้วยสัดส่วน 40.05% คว้าตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวันไปครอง พร้อมกับสร้างประวัติศาสตร์พา DPP บริหารไต้หวันติดต่อกัน 3 สมัย 

โหว โหย่วอี๋ (Hou yu-ih) จากพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ที่สนับสนุนหลักการ “จีนเดียว” ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 2 สัดส่วน 33.49% ขณะที่ เคอ เหวินเจ๋อ (Ko Wen-je) จากพรรคประชาชนไต้หวัน (TPP) ที่เป็น “สายกลาง” แต่ไม่ต่อต้านหลักการ “จีนเดียว” ที่มาเป็นอันดับ 3 ได้คะแนนไปถึง 26.46%  

ส่วนที่นั่งในรัฐสภา หรือจำนวน สส. KMT ได้ไป 52 ที่นั่ง DPP ได้ 51 ที่นั่ง TPP ได้ 8 ที่นั่ง และผู้สมัครอิสระ 2 ที่นั่ง 

หลักใหญ่ใจความสำคัญของการเลือกตั้งใหญ่ไต้หวันคือ เป็นการส่งเสียงของชาวไต้หวันบอกให้จีนและชาวโลกได้ทราบว่า ชาวไต้หวันอยากรวมชาติกับจีนหรือไม่ ขณะที่จีนย้ำเสมอว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน และจะต้องรวมชาติให้สำเร็จ  

เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาว่า ผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจาก DPP ที่ชัดเจนว่าไม่เอา “จีนเดียว” ได้คะแนนเป็นสัดส่วน 40.05% ขณะที่ตัวแทนจาก KMT ที่สนับสนุนหลักการ “จีนเดียว” ได้ 33.49% ก็ชัดเจนว่าชาวไต้หวันไม่อยากรวมกับจีน 

แม้ว่าจะมีคะแนน 26.46% ที่มอบให้พรรค TPP ซึ่งเป็น “สายกลาง” แต่การตีความเสียงคนที่เลือก TPP ก็บ่งชี้ไปในทางที่ว่า คนเลือก TPP ไม่อยากรวมกับจีนมากกว่า เพราะถ้าอยากรวมก็คงเลือก KMT ที่มีจุดยืนที่จะนำไปสู่การรวมชาติได้มากกว่า แต่ขณะเดียวกัน คนกลุ่มนี้ไม่เลือก DPP แล้วมาเลือก TPP ก็เพราะว่าไม่ต้องการรัฐบาลที่ไม่เป็นมิตรกับรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ ไม่ได้ต้องการการประกาศเอกราช ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการเกิดสงคราม 

ไล่ ชิงเต๋อ กับพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าเองก็ทราบถึงสถานการณ์และระดับอารมณ์ความรู้สึกของชาวไต้หวันตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งอยู่แล้วว่า ถึงแม้ชาวไต้หวันจำนวนมากไม่ได้อยากรวมกับจีน แต่ก็ไม่อยากให้เกิดสงครามเช่นกัน 

ไล่ ชิงเต๋อ กับพรรคของเขายอมรับถึงความจำเป็นที่จะต้องระมัดระวังท่าที เห็นได้จากที่เขาได้ลดระดับความเดือดลง เพื่อดึงคะแนนจากคนที่หวั่นเกรงว่าจะเกิดสงคราม เขาและทีมงานพยายามสื่อสารว่าไม่ได้สนับสนุนการประกาศเอกราช และในวันท้าย ๆ ของการหาเสียงเขาให้คำมั่นสัญญาว่า หากได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี เขาจะรักษาสถานะที่เป็นอยู่ในปัจจุบันระหว่างไต้หวันกับจีน และจะเจรจากับรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่บนพื้นฐานของความเสมอภาค 

และหลังจากที่ทราบผลการนับคะแนนชัดเจนแล้ว เขาก็กล่าวสุนทรพจน์ฉลองชัยชนะด้วยท่าทีที่ประนีประนอม โดยกล่าวว่าจีนกับไต้หวันควรจะเจรจากัน เพื่อสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองฝั่ง

ขณะเดียวกัน แม้ว่าไต้หวันจะมีชาติมหาอำนาจเป็นพันธมิตรในเชิงพฤตินัย แต่ในทางนิตินัย พันธมิตรเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐ หรือยุโรป ก็ล้วนดำเนินนโยบาย “จีนเดียว” ไม่ได้ยอมรับว่าไต้หวันมีสถานะเป็น “ประเทศ” และไม่ได้สนับสนุนการประกาศเอกราชของไต้หวัน 

หลังทราบผลการเลือตั้งในไต้หวัน ประธานาธิบดี โจ ไบเดน (Joe Biden) ของสหรัฐพูดอย่างชัดเจนว่า สหรัฐไม่ได้สนับสนุนเอกราชของไต้หวัน 

เมื่อพี่ใหญ่ประกาศเสียงดังฟังชัดขนาดนี้ ดังนั้น แม้ว่าไต้หวันจะได้บุคคลที่จีนเรียกว่า “เป็นอันตรายต่อสันติภาพ” มาเป็นประธานาธิบดี รัฐบาลไต้หวันก็ไม่น่าจะกล้าทำอะไรที่เป็นการยั่วยุจีนจนนำไปสู่สงคราม แต่ถ้าสงครามจะเกิดจากจีนกับสหรัฐยั่วยุกระทบกระทั่งกันเอง …ก็ไม่แน่