เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อิหร่านชี้ MOU จบสิ้นแล้ว ปรามสายแข็งจวกการทูต-สงครามขยายวงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน
World อิหร่านชี้ MOU จบสิ้นแล้ว ปรามสายแข็งจวกการทูต-สงครามขยายวงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน
‘ศุภชัย‘ หนุน ‘อนุทิน’ โรดโชว์แดนมังกร แนะสร้างความไว้ใจ กุญแจสำคัญดึงทุนยักษ์จีน
Economic ‘ศุภชัย‘ หนุน ‘อนุทิน’ โรดโชว์แดนมังกร แนะสร้างความไว้ใจ กุญแจสำคัญดึงทุนยักษ์จีน
‘บังโต’ กุมบังเหียน ‘เนื้อแท้’ รุกแตกไลน์ธุรกิจท่องเที่ยว
Business ‘บังโต’ กุมบังเหียน ‘เนื้อแท้’ รุกแตกไลน์ธุรกิจท่องเที่ยว
คนหลุด บัตรคนจน ยื่นอุทธรณ์แล้ว 2.76 ล้านราย คลังยันคืนสิทธิหากอุทธรณ์ผ่าน
Finance คนหลุด บัตรคนจน ยื่นอุทธรณ์แล้ว 2.76 ล้านราย คลังยันคืนสิทธิหากอุทธรณ์ผ่าน
อัปเดต “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมเป็น 34 คน บาดเจ็บ 70 คน
News อัปเดต “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมเป็น 34 คน บาดเจ็บ 70 คน
9 ปี ‘ไฮสปีดไทย-จีน’ สร้างคืบหน้า 55% เร่งให้เสร็จ ปี’74
Real Estate 9 ปี ‘ไฮสปีดไทย-จีน’ สร้างคืบหน้า 55% เร่งให้เสร็จ ปี’74
TDRI เตือนไทยเสี่ยงเสียแชมป์ส่งออกมัน
Economic TDRI เตือนไทยเสี่ยงเสียแชมป์ส่งออกมัน
ซีอีโอโซนี่ย้ำสายใยมนุษย์​สำคัญกว่า AI
Business ซีอีโอโซนี่ย้ำสายใยมนุษย์​สำคัญกว่า AI
คุรุจิต เสนอรัฐปลดล็อกสัมปทานปิโตรเลียม ย้ำบทเรียน “เอราวัณ” ทำค่าไฟแพง
Economic คุรุจิต เสนอรัฐปลดล็อกสัมปทานปิโตรเลียม ย้ำบทเรียน “เอราวัณ” ทำค่าไฟแพง
เอกนิติ เผยเจรจา 4 บริษัทใหญ่จีน ดึงลงทุนกว่า 7 หมื่นล้าน เล็งไทยเป้าหลักตั้งฐานการผลิต
Economic เอกนิติ เผยเจรจา 4 บริษัทใหญ่จีน ดึงลงทุนกว่า 7 หมื่นล้าน เล็งไทยเป้าหลักตั้งฐานการผลิต
ดูทั้งหมด

เปิดร่าง พ.ร.บ.สุกร และเนื้อสุกร ดูแลอะไรบ้าง

23 ม.ค. 2567 | 16:04น.
พ.ร.บ.สุกร

สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เตรียมผลักดันกฎหมาย  พ.ร.บ.สุกรและเนื้อสุกร ตั้งกองทุนสุกรและเนื้อสุกร ห้ามนำเข้าพร้อมดูแลโครงสร้างราคาทั้งระบบ

วันที่ 23 มกราคม 2567 ในการประชุมคณะกรรมการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ครั้งแรก เมื่อ 22 มกราคม 2567 นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เตรียมผลักดันกฎหมาย เพื่อการจัดการอุตสาหกรรมสุกรให้มีกฎเกณฑ์ที่ประสานประโยชน์ ให้กับผู้เลี้ยงสุกรทุกกลุ่ม ผู้ประกอบการค้าสุกรทั้งสุกรมีชีวิต ผู้จำหน่ายปลีกเนื้อสุกร ให้ได้รับความยุติธรรม เสมอภาคและเท่าเทียม

และเพื่อให้ภาคปศุสัตว์ไทย เป็นเครื่องจักรเศรษฐกิจหลักของการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศที่สอดคล้องทั้งยุทธศาสตร์ชาติ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (2566-2570)

เปิดเจตนารมณ์กฎหมาย

สำหรับเจตนารมณ์ พระราชบัญญัตินี้ประกอบด้วย

1.ให้อุตสาหกรรมสุกรเป็นเศรษฐกิจหลักหนึ่งของประเทศ ที่ภาครัฐควรรับรู้ใกล้ชิดมากขึ้น โดยกำหนดให้ฝ่ายบริหารภาครัฐเป็นส่วนหนึ่งในคณะกรรมการสุกรและเนื้อสุกรแห่งชาติ (มาตรา 13) เพราะตลอดระยะเวลาแห่งการสูญเสียของการประสบปัญหาการขาดทุนของเกษตรกรผู้เลี้ยงในหลาย ๆ ครั้ง

และที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ภาครัฐยื่นมือเข้ามาให้การช่วยเหลือน้อยมากกว่าที่ควรจะเป็น เพราะการเกษตรปศุสัตว์เป็นเกษตรที่สามารถกำหนดการผลิตได้อย่างชัดเจน จากมาตรฐานการเลี้ยงของไทยที่เข้าสู่ภาคบังคับแล้วในปัจจุบัน

2.ตั้งกองทุนสุกรและเนื้อสุกรเกี่ยวโยงกับงบประมาณแผ่นดิน โดยกองทุนหลักมาจากการเก็บเงินสมทบจากผู้เลี้ยง ผู้ค้า ผู้แปรรูป ผู้ส่งออก และผู้นำเข้า เพื่อนำมาใช้บริหารจัดการอุตสาหกรรมสุกรทั้งระบบ (มาตรา 18) ให้มีดุลยภาพที่ไม่ส่งผลลบต่อราคา โดยเฉพาะราคาสุกรขุนหน้าฟาร์ม

3.บัญญัติการห้ามนำเข้าอย่างชัดเจนเป็นข้อกฎหมาย โดยมีข้อยกเว้นกรณีมีเหตุจำเป็น (มาตรา 27, 28) เพื่อบริหารจัดการสมดุลของตลาดถึงแม้บางส่วนจะต้องมีการนำเข้าตามความจำเป็น เช่น เครื่องในสุกร เช่น ตับสุกรเพื่อการจำหน่ายที่ผลผลิตในประเทศมีเพียงประมาณ 30,000 เมตริกตันต่อปี ไส้สุกรสำหรับอุตสาหกรรมไส้กรอก หนังสุกรสำหรับอุตสาหกรรมแคปหมูและเครื่องหนัง

4.มีโครงสร้างการกำหนดราคาขั้นต้นราคาสุกรและเนื้อสุกรเพื่อสร้างความยุติธรรม ระหว่างผู้เลี้ยง ผู้ค้า ผู้แปรรูป ผู้ส่งออก และผู้บริโภค (มาตรา 29 (5)) โดยเฉพาะราคาสุกรขุนหน้าฟาร์ม และราคาเนื้อสุกรที่เป็นเนื้อแดงพื้นฐาน เช่น ส่วนสะโพก ส่วนหัวไหล่ โดยจะไม่ครอบคลุมไปถึงส่วนเนื้อตัดแต่งและสินค้าระดับพรีเมี่ยมที่เป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกของผู้บริโภค

5.มีบัญญัติการกำหนดปริมาณการผลิตตามประมาณการความต้องการการบริโภค ความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศอย่างชัดเจน มีการจัดสัดส่วนการเพิ่มการผลิตอย่างเป็นธรรมตามฐานของปริมาณการผลิตตั้งต้น เพื่อป้องกันการครอบครองตลาดเกินควร เว้นแต่มีการสร้างตลาดใหม่ที่ไม่ได้ไปครอบงำตลาดเดิมของผู้เลี้ยงสุกรด้วยกัน (มาตรา 29 (3)) โดยคณะกรรมการสุกรและเนื้อสุกรจะนำข้อมูลความต้องการบริโภค ตลาดแปรรูป ตลาดส่งออก มาเป็นตัวตั้งที่นำมากำหนดปริมาณการผลิตในแต่ละปี

6.บัญญัติให้มีการขึ้นทะเบียนฟาร์ม ขึ้นทะเบียนกลุ่มผู้เลี้ยงต่อคณะกรรมการเพื่อง่ายต่อการวางแผนการผลิตในแต่ละปี (มาตรา 25) โดยมีบทบัญญัติการให้เป็นสมาชิกรวมกลุ่มที่มีสภาพทางกฎหมาย เช่น กลุ่มสหกรณ์การเกษตร เพื่อบริหารจัดการเพื่อการต่อยอดในลักษณะเดียวกับบริษัทการเกษตรครบวงจรทั่วไป เพื่อกระจายความเสี่ยงอย่างบูรณาการ

7.ให้อำนาจหน้าที่กับพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานคณะกรรมการกองทุนสุกรและเนื้อสุกรที่เป็นหน่วยงานของรัฐเข้าตรวจสอบฟาร์มสุกรต้องสงสัยว่าฝ่าฝืนข้อกำหนดได้ (มาตรา 50 (1) (2)) เช่น มีจำนวนแม่พันธุ์ สุกรขุน มากกว่าที่รายงานจำนวนประชากรสุกรต่อคณะกรรมการ เนื่องจากการประกอบอาชีพสินค้าโภคภัณฑ์จะต้องมีตัวเลขที่ชัดเจน ตลาดชัดเจน

8.บัญญัติบทลงโทษทางอาญาในกรณีที่ผู้เลี้ยง ผู้ค้า ผู้แปรรูป ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของคณะกรรมการ (มาตรา 60 ถึง 64)

9.มีการตั้งสำนักงานคณะกรรมการกองทุนสุกรและเนื้อสุกร ที่มีการบัญชี การตรวจสอบ และการประเมินการดำเนินงานของสำนักงาน (มาตรา 39)

10.ผู้เลี้ยงสุกรทั้งประเทศมีส่วนร่วมในการเข้ามาเป็นตัวแทนกรรมการที่มีทั้ง 3 คณะกรรมการ 1) คณะกรรมการสุกรและเนื้อสุกรแห่งชาติ (มาตรา 8) 2) คณะกรรมการกองทุนสุกรและเนื้อสุกร (มาตรา 19) 3) คณะกรรมการควบคุมคุณภาพและกำหนดราคาสุกรและเนื้อสุกร (มาตรา 29)

ขั้นตอนการพิจารณา

สำหรับขั้นตอนในการพิจารณา

1.คณะกรรมการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรทั้งประเทศ

  1. คณะทำงานกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

3.คณะรัฐมนตรี

4.สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือ รัฐสภา

ประกาศในราชกิจจานุเบกษา (ประกาศใช้)

ทั้งนี้ เปิดโอกาศให้ผู้มีส่วนในวงการสุกรทุกขนาดทุกกลุ่มสามารถเสนอตัวเข้าร่วมเป็นกรรมการพิจารณารายมาตราเบื้องต้น สามารถติดต่อโดยตรงได้ที่ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ โทร.0-2136-4797 อีเมล์ [email protected]

พ.ร.บ.สุกร

 

พ.ร.บ.สุกร

พ.ร.บ.สุกร

พ.ร.บ.สุกร

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พ.ร.บ. สุกร