ธนาคารกรุงศรีอยุธยา คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 35.30-35.90 บาทต่อดอลลาร์ เผยตลาดติดตามการสื่อสารของธนาคารกลางสหรัฐ ในการปรับดอกเบี้ย พร้อมติดตามข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ม.ค. 67 ด้านในประเทศคาดกระทรวงการคลังปรับจีดีพีปี’66 เหลือ 1.8% และปี’67 เหลือโต 2.8% จากเดิม 3.2% กดดันสินทรัพย์เงินบาท-ฟันด์โฟลว์
วันที่ 29 มกราคม 2567 กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประเมินเงินบาทในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 35.30-35.90 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 35.64 บาทต่อดอลลาร์ หลังซื้อขายในช่วง 35.44-35.88 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 10 สัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทย
ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยดัชนีดอลลาร์แตะจุดสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ หลังธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) คงนโยบายการเงินผ่อนคลายเป็นพิเศษ โดยผู้ว่าการบีโอเจแสดงความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าจะบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้ออย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งเป็นสัญญาณว่าจะตัดสินใจยุตินโยบายดอกเบี้ยติดลบในระยะถัดไป
ทางด้านธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) คงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4% ตามคาด อย่างไรก็ดี ประธานอีซีบีแสดงความเห็นไร้ทิศทางชัดเจนเกี่ยวกับการลดดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย. ขณะที่แถลงการณ์ล่าสุดลบข้อความที่ระบุถึงแรงกดดันเงินเฟ้อที่ระดับสูงออกไป นอกจากนี้ ข้อมูลจีดีพีไตรมาส 4/66 ของสหรัฐ ออกมาดีเกินคาด แต่บอนด์ยีลด์แกว่งตัวออกด้านข้าง ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 11,413 ล้านบาท และ 1,619 ล้านบาท ตามลำดับ
สำหรับภาพรวมในสัปดาห์นี้ กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรีฯ คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 5.25-5.50% อนึ่ง โดยปกติแล้วเศรษฐกิจที่เติบโตได้อย่างสดใสจะทำให้เฟดไม่สามารถลดดอกเบี้ยลงได้ง่ายนัก แต่เราตั้งข้อสังเกตว่าการขยายตัวที่แข็งแกร่งกำลังเกิดขึ้นพร้อมกับอัตราเงินเฟ้อที่ชะลอตัวเร็วกว่าคาด
โดยดัชนี PCE พื้นฐานชะลอลงสู่เป้าหมายของเฟดในช่วงครึ่งหลังของปี’66 การประชุม FOMC ครั้งนี้จึงจะสื่อแนวคิดของเฟดว่ากำลังชั่งน้ำหนักระหว่างการเติบโตที่แข็งแกร่ง และอัตราเงินเฟ้อที่ช้าลงอย่างไรในการพิจารณานโยบายการเงิน นอกจากนี้ นักลงทุนจะติดตามข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ม.ค. ของสหรัฐ ซึ่งอาจนำไปสู่จุดเปลี่ยนของทิศทางค่าเงินดอลลาร์
สำหรับปัจจัยในประเทศ โกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรีฯ คาดว่ากระทรวงการคลังปรับลดคาดการณ์จีดีพีปี’66 เป็นเติบโตเพียง 1.8% จากเดิมคาดไว้ที่ 2.7% ขณะที่คาดว่าปีนี้จะขยายตัว 2.8% จากที่เคยคาดว่าจะเติบโต 3.2% กดดัน Sentiment สินทรัพย์สกุลเงินบาทและกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย ทางด้านยอดส่งออกปี’66 หดตัว 1.0% โดยกระทวงพาณิชย์ตั้งเป้าหมายการส่งออกปีนี้ขยายตัว 1.99% ท่ามกลางการฟื้นตัวของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และการสำรองอาหารของประเทศคู่ค้า