Skip to content

จับตา “เศรษฐา” แถลงใหญ่ 12 ก.พ. แก้หนี้ทั้งระบบ หลังหนี้บ้าน-รถ น่าห่วง

11 ก.พ. 2567 | 15:29น.
จับตา “เศรษฐา” แถลงใหญ่ 12 ก.พ. แก้หนี้ทั้งระบบ หลังหนี้บ้าน-รถ น่าห่วง

นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย “มหาดไทย-คลัง-ผบ.ตร.” ตั้งโต๊ะแถลงใหญ่ แก่หนี้ทั้งระบบอีกรอบ พรุ่งนี้ (12 ก.พ.) ขณะที่ “เครดิตบูโร” เปิดตัวเลขหนี้มีปัญหา “บ้าน-รถ” อาการหนัก ฟาก มท.เผยไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบสำเร็จแล้ว 13,012 ราย มูลหนี้ลดลง 672 ล้าน เหลืออีก 19 วัน ปิดลงทะเบียน

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2567 รายงานจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า พรุ่งนี้ (12 กุมภาพันธ์ 2567) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะแถลงเกี่ยวกับการแก้ปัญหาหนี้ทั้งระบบ โดยมีผู้ร่วมแถลง ประกอบด้วย

  1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  2. นายกฤษณะ จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
  3. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
  4. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี
  5. นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง
  6. นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
  7. พลตำรวจเอกต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
  8. ล่าสุด นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด เปิดเผยว่า ตัวเลขหนี้ครัวเรือนไทยที่อยู่บนฐานข้อมูลของเครดิตบูโร ณ สิ้นปี 2566 จะอยู่ที่ 13.6-13.7 ล้านล้านบาท ซึ่งพบว่าเติบโต 3.7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YOY) จากสมาชิก 140 สถาบัน

ในจำนวนนี้พบเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) หรือค้างชำระเกิน 90 วัน อยู่ที่ 1.05 ล้านล้านบาท ซึ่งมีการเติบโต 7.7% และเป็นส่วนของหนี้กำลังจะเสีย (SM-ค้างชำระตั้งแต่ 31-90 วัน) รวม 6.1 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8%

สำหรับหนี้เอ็นพีแอล 1 ล้านล้านบาท ครอบคลุมลูกหนี้ประมาณ 3 ล้านคน โดยหนี้ที่เครดิตบูโรเป็นกังวล 3 ตัวคือ 1.หนี้เสียรถยนต์ที่มีอยู่ 2.3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% YOY แสดงให้เห็นถึงอาการหนี้เสียของรถยนต์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สะท้อนจากอาการผ่านรถยึดที่เข้าลานประมูล รถมือสองราคาตก และงบการเงินปี 2566 ของสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อรถยนต์มีการเร่งตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ เพราะขาดทุนรถยึด ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขด่วน

และหนี้ตัวที่สองที่เครดิตบูโรให้ความสนใจมากคือ “สินเชื่อบ้าน” ที่มีหนี้เสียอยู่ที่ 1.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% YOY ส่วนสินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan) เป็นหนี้เสีย 2.6 แสนล้านบาท เติบโต 12% YOY ซึ่งเป็นหนี้เสียตั้งแต่ก่อนโควิด-19 เนื่องจากเป็นหนี้ไม่มีหลักประกัน ดอกเบี้ยแพง โดยมีลักษณะ “กู้เป็นก้อนผ่อนเป็นงวด”

“พระเอกรอบที่แล้วที่สร้างความกังวลและสร้างปัญหาคือหนี้รถยนต์ แต่ตอนนี้ พระรองที่กำลังจะวิ่งขึ้นมาแทนคือหนี้บ้าน และหากดูหนี้บ้านที่กำลังจะเสีย (SM : ค้างชำระ 31-90 วัน) อีกราว 1.8 แสนล้านบาท ซึ่งในปีที่ผ่านมีการเพิ่มขึ้นถึง 31% สัญญาณตัวนี้มาแบบเดียวกับที่เคยเห็นหนี้ SM ของรถยนต์ที่ขึ้นมาเมื่อหลายไตรมาสก่อน”

นายสุรพลกล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้การผ่อนบ้านสะดุดอาจมาจากปัญหาค่าครองชีพที่แพงขึ้น โดยประมาณ 60-70% ของหนี้กำลังจะเสียของสินเชื่อบ้านหรือราว 1.2 แสนล้านบาท เป็นสินเชื่อบ้านที่มีสัญญาวงเงินต่ำกว่า 3 ล้านบาท คือคนที่ผ่อนบ้านราคา 3 ล้านบาท ไม่ใช่คนที่มีรายได้สูง เป็นรายได้ปานกลางและรายได้น้อย และเป็นลูกหนี้ธนาคารรัฐ ซึ่งก็ต้องเข้ากระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ ยืดหนี้ก่อนจะไปเป็นหนี้เสีย

“SM หรือหนี้ที่เริ่มมีปัญหาการผ่อนและมีโอกาสเป็นหนี้เสียกว่า 6 แสนล้านบาท หลัก ๆ มาจากสินเชื่อบ้าน 1.8 แสนล้าน ซึ่งเพิ่มขึ้น 31% สินเชื่อรถยนต์ 2.08 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% และสินเชื่อส่วนบุคคล 1.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% กลุ่มนี้ยังไม่ถูกฟ้อง แต่จะถูกติดตามหนี้เข้มข้น”

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงผลการลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ผ่านมากว่า 2 เดือน โดยสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง ได้รายงานผลการลงทะเบียน พบว่ามีประชาชนลงทะเบียนแล้ว 140,787 ราย มูลหนี้รวม 9,824.425 ล้านบาท เป็นการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ 118,267 ราย และการลงทะเบียน ณ ศูนย์อำนวยการแก้ไขหนี้นอกระบบ 22,520 ราย รวมจำนวนเจ้าหนี้ 110,321 ราย

ขณะที่ข้อมูลการไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบทั่วประเทศ พบว่ามีลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยแล้ว 21,669 ราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จ 13,012 ราย มูลหนี้ของลูกหนี้ก่อนการไกล่เกลี่ย 1,973.331 ล้านบาท หลังการไกล่เกลี่ย 1,300.641 ล้านบาท มูลหนี้ลดลง 672.689 ล้านบาท และจังหวัดที่สามารถนำลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยได้มากที่สุดคือจังหวัดนครสวรรค์

ทั้งนี้ ขณะนี้ยังเหลือเวลาอีก 19 วันที่ประชาชนยังคงสามารถลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐเพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งจะรับลงทะเบียนถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 นี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภาระหนี้สิน เศรษฐา ทวีสิน