นายกฯ นัดประชุมบอร์ดดิจิทัลวอลเลตชุดใหญ่วันนี้ 16.00 น. ถกวาระสำคัญ หนังสือตอบกลับจากกฤษฎีกาก่อนเดินหน้าออก พ.ร.บ. กู้ 5 แสนล้านบาท พร้อมรับทราบข้อเสนอแนะจาก ป.ป.ช. ตั้งอนุกรรมการ 2 ชุด
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต (บอร์ดชุดใหญ่) ครั้งที่ 1/2567 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เวลา 16.00 น. โดยในการประชุมครั้งนี้จะมีเรื่องสำคัญเข้าสู่การพิจารณาหลายวาระด้วยกัน รวมทั้งความเห็นของคณะกรรมการกับการเดินหน้าโครงการนี้
โดยวาระการประชุมที่สำคัญจะมีการประชุมหารือ คำตอบในทางข้อกฎหมายของคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่ 12 ได้ตอบคำถามของรัฐบาลเกี่ยวกับโครงการดิจิทัลวอลเลต และการกู้เงินโดยการออก พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้ 5 แสนล้านบาท เพื่อดำเนินการแจกเงินดิจิทัล ซึ่งมีประเด็นที่คณะกรรมการต้องพิจารณา ว่าคณะกรรมการกฤษฎีกามีข้อกังวล หรือมีคำเตือนในทางกฎหมายอย่างไรบ้าง ที่รัฐบาลต้องระมัดระวังให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด อย่างการออกเป็น พ.ร.บ. หรือ พ.ร.ก.
ซึ่งกฤษฎีกาตอบกลับไปว่าได้ แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 เช่น ต้องจำเป็นเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง แก้ไขวิกฤตของประเทศ หรือต้องเป็นไปตาม มาตรา 53 มาตรา 57 มาตรา 6 มาตรา 7 และมาตรา 9 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง หากสามารถตอบเงื่อนทั้งหมดได้ก็สามารถออกเป็น พ.ร.บ.ได้
โดยข้อเสนอแนะของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เกี่ยวกับการดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเลตรวม 8 ข้อ ที่มองว่ามีความเสียงต่อการทุจริต และผิดกฎหมายทั้งรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ต้องหาทางป้องกันและพิจารณาให้รอบคอบ รวมถึงเรื่องการหาเสียงของพรรคเพื่อไทย ซึ่งแนะให้ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรตรวจสอบ ตรงตามที่เพื่อไทยหาเสียงไว้หรือไม่
รวมทั้งข้อเสนอในการตั้งคณะอนุกรรมการ 2 คณะ ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นของโครงการดิจิทัลวอลเลต ที่จะมีการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน ในการดำเนินโครงการนี้จากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งคณะอนุกรรมการป้องกันการทุจริต และประเมินผลโครงการ ซึ่งทั้งสองคณะจะทำงานคู่ขนานไปกับการผลักดันร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 500,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน พ.ศ… วงเงิน 500,000 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังได้ยกร่างกฎหมายเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยกฎหมายมีอยู่ประมาณ 7-8 มาตรา ซึ่งหากบอร์ดชุดใหญ่เห็นชอบก็จะสามารถเสนอต่อ ครม.ได้ในขั้นต่อไป