Skip to content

บลูบิค โกยรายได้ปี‘66 1,313 ล้าน ทุบสถิติกำไรนิวไฮ โต 132%

21 ก.พ. 2567 | 16:59น.
บลูบิค โกยรายได้ปี‘66 1,313 ล้าน ทุบสถิติกำไรนิวไฮ โต 132%

บลูบิค โชว์ผลประกอบการปี 2566 โกยรายได้ 1,313 ล้านบาท ทุบสถิติกำไรนิวไฮ 303 ล้านบาท โต 132% รับอานิสงส์ความต้องการด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นเพิ่มขึ้น พร้อมเตรียมจ่ายปันผล 0.8 บาท/หุ้น ภายในเดือนพฤษภาคมนี้

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทปี 2566 โตกว่าเป้า มีกำไรสุทธิ 303 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 132% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และรายได้อยู่ที่ 1,313 ล้านบาท โตขึ้น 133%

ในส่วนของผลประกอบการไตรมาส 4 ประจำปี 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิ 86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และมีรายได้ 372 ล้านบาท เติบโตขึ้น 11%

สำหรับ Backlog หรือยอดสะสมของงานในระบบ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2566 มีมูลค่าราว 863 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้มาจากบลูบิค 709 ล้านบาท และบริษัทร่วมทุนอีก 154 ล้านบาท โดยในส่วนของบลูบิคเตรียมรับรู้รายได้ในปีนี้ 579 ล้านบาท และที่เหลือจะทยอยรับรู้รายได้หลังจากปี 2567 ในขณะที่บริษัทร่วมทุนจะรับรู้รายได้ทั้งหมดในปีนี้

“การเติบโตของบลูบิคในปี 2566 ที่ทุบสถิติกำไรนิวไฮ เป็นผลมาจากความต้องการด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นที่ยังเติบโตต่อเนื่อง แสดงให้เห็นผ่านการเติบโตในส่วนงานด้านบริการที่ปรึกษาเชิงลึกด้านดิจิทัลและพัฒนาเทคโนโลยีภายในองค์กร (Digital Excellence & Delivery) และบริการที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง (Big Data & Advanced Analytics) รวมถึงความสำเร็จในการดำเนินแผนยุทธศาสตร์การสร้าง Synergy ระหว่างบริษัทในเครือ ที่ทำให้บริษัทสามารถรับงานได้มากขึ้น”

นายพชรกล่าวต่อว่า แม้ในปี 2567 ภาวะเศรษฐกิจจะชะลอตัว และส่งผลกระทบต่อการลงทุนของภาคธุรกิจ แต่ความต้องการด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นยังเติบโต เพราะการลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมต้องทำอย่างต่อเนื่องและเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการเลือกใช้เทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์เทรนด์การทำธุรกิจ เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดความเสี่ยงและค่าใช้จ่าย พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้ในระยะยาว

“แนวโน้มการลงทุนด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นทั่วโลกยังเติบโตถึง 10% หรือราว 2.51 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ หรือแม้แต่ในไทยก็มีแนวโน้มไม่ต่างกัน เชื่อว่าธุรกิจยังมีช่องว่างให้เติบโต ซึ่งบริษัทได้ปรับแผนการดำเนินงานเพื่อให้สอดรับกับการพิจารณาใช้งบประมาณที่เคร่งครัดของลูกค้า พร้อมกับสร้างการเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยตั้งเป้าว่าผลประกอบการปี 2567 สามารถโต 50%”

ทั้งนี้ นายพชรยังได้เปิดเผย 6 ปัจจัยบวกที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของบลูบิคไว้ ดังนี้

1.แผนบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างบริษัทย่อยในเครือ เพื่อสร้าง Economy of Scale รวมถึงการเพิ่ม Employee Utilization Rate ของพนักงาน พร้อมทำ Cross-Selling และ Up-Selling ขยายการให้บริการพร้อมผลิตภัณฑ์ผ่านฐานลูกค้าของแต่ละบริษัทในเครือ

2.แผนการเพิ่มรายได้ In-Organic Growth รวมถึงการมองหาดีล M&A ใหม่ ๆ เพื่อเสริมแกร่งและใช้ประโยชน์จากเครือข่ายของบริษัทย่อย เช่น บริษัท ซอส สกิลล์ จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจ Corporate Training ยกระดับทักษะด้านดิจิทัล ธุรกิจ และความเป็นผู้นำองค์กร ได้รับการตอบรับอย่างสูงตั้งแต่ต้นปีนี้ และทำให้บริษัทสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่เพิ่มมากขึ้น

3.แผนขยายตลาดต่างประเทศ มุ่งเน้นเจาะตลาดที่มีศักยภาพสูง เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีแนวโน้มการลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเติบโตต่อเนื่อง

4.แผนต่อยอดการเติบโตของบริการหลักจากเทรนด์ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น เช่น

– เทรนด์การพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ Agile เพื่อสร้าง Hyper Scaling ให้กับองค์กรที่ต้องการสร้าง Digital Ecosystem ที่มีความยืดหยุ่นสูงผ่านผลิตภัณฑ์ EDNA (Event-Driven Nano Architecture) ซึ่งเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่มีความยืดหยุ่น รองรับการปรับเพิ่มและลดขนาดการใช้ทรัพยากรได้อย่างอิสระ โดยไม่กระทบบริการอื่น

– เทรนด์ด้าน Generative AI ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถให้กับองค์กรในปัจจุบัน โดย Democratized Generative AI เป็นหนึ่งในบริการของบลูบิคที่จะช่วยให้องค์กรเข้าถึงเทคโนโลยี Gen AI ในวงกว้าง ช่วยสร้างโอกาสให้กับธุรกิจ เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้เร็วขึ้น การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การลดงานซ้ำซาก และยกระดับการเข้าถึงลูกค้าผ่านการหา Customer Insights ด้วย AI เป็นต้น

– เทรนด์การโจมตีทางด้านไซเบอร์ ที่รุนแรงขึ้นจนสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจ ที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 70% ทั่วโลก ระหว่างปี 2566-2571 จึงทำให้บลูบิคพัฒนาบริการที่เรียกว่า “Cyber Guardians” ที่จะช่วยปกป้อง ป้องกัน รับมือ และคุ้มครอง รวมถึงยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับองค์กรธุรกิจ ถือได้ว่าเป็นการให้บริการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เข้มข้นและครอบคลุมกว่าเดิม

5.ปัจจัยบวกจากการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเต็มปีเพิ่มเติม จากบริษัท วัลแคน ดิจิทัล เดลิเวอรี่ จำกัด (BBVC) และบริษัท อินโนวิซ โซลูชั่นส์ (Innoviz) ที่คาดว่าจะได้รับอนุมัติในครึ่งปีหลังของปี 2567

6.ส่วนแบ่งกำไรปี 2567 เพิ่มขึ้นจากการถือครองหุ้นเพิ่มใน Innoviz จากเดิม 55% (ณ สิ้นปี 2566) เป็น 85% โดยกระบวนการซื้อขายหุ้นเพิ่มเป็นจำนวนเงินประมาณ 230 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้

นอกจากนี้ บลูบิคยังเตรียมประกาศมติประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 1/2567 ที่ได้มีการอนุมัติและเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในการจ่ายปันผลจากผลดำเนินงานงวดปี 2566 มูลค่า 0.80 บาทต่อหุ้น ให้แก่ผู้ถือหุ้นจำนวน 108,882,400 หุ้น

โดยแบ่งออกเป็นหุ้นสามัญปันผลจำนวนไม่เกิน 45.57 ล้านบาท หรือ 0.4185 บาทต่อหุ้น และเป็นเงินสดจำนวนประมาณ 41.54 ล้านบาท หรือ 0.3815 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้สิทธิรับเงินปันผล (XD) วันที่ 30 เมษายน 2567 และกำหนดวันจ่ายเงินปันผลในวันที่ 21 พฤษภาคม 2567

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บลูบิค