Skip to content

ดอลลาร์ทรงตัว นักลงทุนจับตา การแถลงนโยบายการเงินของประธานเฟด

06 มี.ค. 2567 | 18:17น.
ดอลลาร์ทรงตัว นักลงทุนจับตา การแถลงนโยบายการเงินของประธานเฟด

ดอลลาร์สหรัฐทรงตัว นักลงทุนจับตาการแถลงนโยบายการเงินของประธานเฟดต่อสภาคองเกรส เพื่อประเมินหาสัญญาณบ่งชี้ว่า การลดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐจะเกิดขึ้นเมื่อใด

วันที่ 6 มีนาคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 6 มีนาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (6/3) ที่ระดับ 35.84/85 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (5/3) ที่ระดับ 35.81/82 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อคืนวานนี้ (5/3) เอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 52.3 ในเดือน ก.พ. จากระดับ 52.5 ในเดืนอ ม.ค. แต่สูงกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ระดับ 51.3 โดยดัชนี PMI ยังคงสูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้การขยายตัวในภารบริการของสหรัฐ ซึ่งเป็นการขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 โดยได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของการจ้างงาน แม้ว่าคำสั่งซื้อใหม่ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน ขณะที่ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2566

ด้านสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยดัชนีภาคบริการของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 52.6 ในเดือน ก.พ. จากระดับ 53.4 ในเดือน ม.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 53.1 อย่างไรก็ดี ดัชนียังคงอยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคบริการของสหรัฐยังคงมีการขยายตัว โดยได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่ แม้ว่าการจ้างงานปรับตัวลง

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยคำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐปรับลง 3.6% ในเดือน ม.ค. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากลดลง 0.3% ในเดือน ธ.ค. และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง 3.1% โดยได้รับผลกระทบจากการทรุดตัวของคำสั่งซื้อเครื่องบิน

ทั้งนี้ตลาดจับตารอดู การแถลงต่อสภาคองเกรสของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อประเมินหาสัญญาณในการบ่งชี้ว่า การลดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐจะเกิดขึ้นเมื่อใด โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.62-35.84 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 35.72/73 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (6/3) ที่ระดับ 1.0844/46 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (5/3) ที่ระดับ 1.0846/48 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยนักลงทุนจับตาการประชุมกำหนดนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันพฤหัสบดี (7/3) ซึ่งนักลงทุนคาดว่า ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.00%

ขณะที่มองหาสัญญาณบ่งชี้เกี่ยวกับการเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ย รวมถึงรายงานคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจชุดใหม่ที่ ECB จะเปิดเผยออกมาในวันพฤหัสบดี (7/3) และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของยูโรโซนในวันศุกร์ (8/3) โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0840-1.0874 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0871/74 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (6/3) ที่ระดับ 149.99/150.00 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (5/3) ที่ระดับ 150.42/44 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินเยนลดช่วงบวกลงหลังเทรดเดอร์มีความกังวลว่าทางการญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงตลาดหากค่าเงินเยนพุ่งขึ้นเหนือระดับ 150.85 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ช่วงบ่ายของวานนี้ (5/3) สำนักงานสถิติแห่งชาติญี่ปุ่นเปิดเผยดัชนี CPI ทั่วไปของกรุงโตเกียวปรับขึ้น 2.6% เมื่อเทียบรายปี โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 1.6% ในเดืนอ ม.ค. โดยราคาอาหารยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันอัตราเงินเฟ้อให้สูงขึ้น ด้านดัชนี CPI พื้นฐานของกรุงโตเกียว ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานปรับขึ้น 2.5% ในเดือน ก.พ. เมื่อเทียบรายปี เป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมากจากระดับ 1.6% ในเดือน ม.ค.

ขณะเดียวกัน ดัชนี Core-Core CPI) ของกรุงโตเกียว ซึ่งไม่รวมราคาเชื้อเพลิงและราคาอาหารสด ซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่สำคัญของ BOJ ลดลงจากระดับ 3.3% ในเดือน ม.ค. สู่ระบ 3.1% เดือน ก.พ. แต่ยังคงสูงกว่าเป้าหมายของ BOJ ที่ระดับ 2% อัตราเงินเฟ้อของกรุงโตเกียวถือว่าเป็นสัญญาณบ่งชี้อัตราเงินเฟ้อโดยรวมของญี่ปุ่น บ่งชี้ให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วประเทศญี่ปุ่นกำลังเพิ่มสูงขึ้น

ขณะที่นักลงทุนคาดการณ์ว่า BOJ อาจยุตินโยบายดอกเบี้ยติดลบอย่างเร็วที่สุดในเดือน เม.ย. นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อาจผลักดันให้ BOJ ยกเลิกนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษ แม้ BOJ ระบุว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยใด ๆ จะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปก็ตาม โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 149.31-150.08 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 149.76/78 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนข้อมูลเศรษฐิจที่สำคัญในวันนี้ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงในการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมจากเอดีพี เดือ ก.พ., ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTs เดือน ม.ค., ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (LOLTS) เดือน ม.ค., สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจหรือ Beige Book จากเฟด และคำแถลงการณ์ของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.35/-9.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -7.75/-6.7 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ