Skip to content

มิชลิน ตบเท้าพบ เกษตร วางแนวทางขับเคลื่อนยางไทยรองรับกฎระเบียบ EUDR

07 มี.ค. 2567 | 19:17น.
มิชลิน ตบเท้าพบ เกษตร วางแนวทางขับเคลื่อนยางไทยรองรับกฎระเบียบ EUDR

ก.เกษตรฯ-บ.มิชลิน วางแนวทางขับเคลื่อนยางไทยรองรับกฎระเบียบ EUDR มุ่งยกระดับยางไทยสู่ตลาดโลก ไทยเตรียมตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมความพร้อมสินค้าโภคภัณฑ์ทั้ง 7 ชนิด

วันที่ 6 มีนาคม 67 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมหารือกับคณะผู้แทนจากบริษัท มิชลิน กรุ๊ป กำหนดแนวทางบริหารจัดการระบบยางพาราไทย เพื่อรองรับกฎระเบียบ EU Deforestation Regulation (EUDR) และร่วมหารือแลกเปลี่ยน

พร้อมกำหนดแนวความร่วมมือ โดยมีนายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย และผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายบุญสิงห์กล่าวว่า บริษัท มิชลิน ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ยางล้อหลักของสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคมผู้ผลิตยางล้อและยางพาราแห่งยุโรป (ETRMA) ถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่มีการใช้วัตถุดิบยางพาราของประเทศไทย ได้เข้าพบผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินงานด้านกฎระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า EUDR ในสินค้าประเภทยางพารา

ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมความพร้อมสินค้าโภคภัณฑ์ทั้ง 7 ชนิด โดยจะเร่งขับเคลื่อนการบริหารจัดการที่ดิน เพื่อสามารถแสดงแหล่งที่มาของผลผลิตในการส่งออกสินค้าไปสหภาพยุโรปได้ และสามารถตรวจสอบย้อนกลับสินค้าในกลุ่มดังกล่าวได้ด้วย

สำหรับการหารือร่วมกันในครั้งนี้ เป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการสินค้ายางพาราของไทยให้มีคุณภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการค้าการลงทุนของอุตสาหกรรมยาง และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพาราของไทย สำหรับกระบวนการด้านเอกสารสิทธิที่ดินทำกินของเกษตรกร กระทรวงเกษตรฯได้มีนโยบายขับเคลื่อนการใช้ที่ดินเพื่อทำการเกษตรให้มีความถูกต้อง โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการให้เป็นไปตามกฎระเบียบ EUDR

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สนับสนุนและร่วมมือกับบริษัท มิชลิน กรุ๊ป ในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมยาง เพื่อความยั่งยืนของยางธรรมชาติ เช่น ระบบกรีดแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานและเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต ระบบการจัดการดินและปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนการผลิตและสร้างระบบนิเวศให้มีความยั่งยืน ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยและพัฒนา รวมถึงการนำแพลตฟอร์มดิจิทัลรวบรวมข้อมูลห่วงโซ่การผลิตด้านต้นน้ำ สำหรับการปรับปรุงในแง่ของการปฏิบัติด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อนำมาประเมินความเสี่ยงในการรองรับกฎระเบียบ EUDR

พร้อมกันนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายการยางแห่งประเทศไทยให้เร่งดำเนินการขยายตลาดเครือข่ายยาง เพื่อให้เข้าถึงจุดรับซื้อผลผลิตของเกษตรกรรายย่อยได้ง่ายและรวดเร็ว เป็นผลดีต่อห่วงโซ่อุปทานยางพารา โดยมีเป้าหมายให้เกษตรกรชาวสวนยางไทยมีรายได้และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ประเทศผู้ผลิตและผู้ใช้ยางมีเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างมั่นคง และยังช่วยฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจจากยางพาราได้อย่างยั่งยืน