เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
วันหยุดยาว 28-30 กรกฎาคม 2569 ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สาย
News วันหยุดยาว 28-30 กรกฎาคม 2569 ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สาย
‘เจสัน ลี’ CIMB THAI แนะธุรกิจวาง Transition Plan รับ NDC 3.0
SD ‘เจสัน ลี’ CIMB THAI แนะธุรกิจวาง Transition Plan รับ NDC 3.0
แจ้งเลิกจ้างด้วยวาจาได้หรือไม่
Columns แจ้งเลิกจ้างด้วยวาจาได้หรือไม่
การบินไทยเปิดเกมยุโรป ลุยเดย์ไฟลต์ 7 เที่ยว รับไฮซีซั่น
Business การบินไทยเปิดเกมยุโรป ลุยเดย์ไฟลต์ 7 เที่ยว รับไฮซีซั่น
ปูนซีเมนต์นครหลวงร่วมมูลนิธิกรุงศรี CSR รร.ตชด.ส่งมอบอาคารเรียนเด็กเล็ก อ.สังขละบุรี
SD ปูนซีเมนต์นครหลวงร่วมมูลนิธิกรุงศรี CSR รร.ตชด.ส่งมอบอาคารเรียนเด็กเล็ก อ.สังขละบุรี
‘วัดพระมหาธาตุฯ นครศรีฯ’ ขึ้นมรดกโลกแห่งใหม่ ยูเนสโกยกย่องแห่งแรกภาคใต้
เศรษฐกิจภูมิภาค ‘วัดพระมหาธาตุฯ นครศรีฯ’ ขึ้นมรดกโลกแห่งใหม่ ยูเนสโกยกย่องแห่งแรกภาคใต้
สทนช.เตือนฝนถล่ม 26-30 ก.ค. จับตาน้ำท่วม-น้ำป่า ก่อนน้ำทะเลหนุน 7 จังหวัดปลายเดือน
News สทนช.เตือนฝนถล่ม 26-30 ก.ค. จับตาน้ำท่วม-น้ำป่า ก่อนน้ำทะเลหนุน 7 จังหวัดปลายเดือน
เอกนิติ เผยผู้ได้บัตรสวัสดิการฯ ปี’69 เกินครึ่งเป็นวัยทำงาน ดันพัฒนาทักษะสร้างรายได้
Finance เอกนิติ เผยผู้ได้บัตรสวัสดิการฯ ปี’69 เกินครึ่งเป็นวัยทำงาน ดันพัฒนาทักษะสร้างรายได้
บุกทลายโรงงานโกโก้-กาแฟปลอม ยึดของกลาง 2.1 แสนชิ้น มูลค่ากว่า 3 ล้าน
Economic บุกทลายโรงงานโกโก้-กาแฟปลอม ยึดของกลาง 2.1 แสนชิ้น มูลค่ากว่า 3 ล้าน
ทูตจีนชู 3 ข้อเสนอ ยกระดับหุ้นส่วนไทย-จีน ดัน AI-พลังงานสะอาด-รถไฟเชื่อมภูมิภาค
Economic ทูตจีนชู 3 ข้อเสนอ ยกระดับหุ้นส่วนไทย-จีน ดัน AI-พลังงานสะอาด-รถไฟเชื่อมภูมิภาค
ดูทั้งหมด

น้ำนมดิบล้นตลาด-อ.ส.ค.ค้างจ่าย กดดันสหกรณ์โคนม “เกษตรฯ” งัด 4 มาตรการ เสริมสภาพคล่อง 350 ล้าน

25 ก.ค. 2569 | 14:22น.

วิกฤติน้ำนมดิบส่วนเกินนอกสัญญา MOU ยังเป็นแรงกดดันใหญ่ของสหกรณ์โคนมไทย หลังปริมาณน้ำนมดิบส่วนเกินเฉลี่ยอยู่ที่ 181-211 ตันต่อวัน ขณะที่ปัญหาองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย หรือ อ.ส.ค. ค้างชำระค่าน้ำนมดิบ ยิ่งซ้ำเติมสภาพคล่องของสหกรณ์และสมาชิกผู้เลี้ยงโคนม

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงเร่งขยับมาตรการช่วยเหลือเฉพาะหน้า ทั้งการเพิ่มช่องทางจำหน่ายนม การเสริมสภาพคล่องผ่านเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ หรือ กพส. การผ่อนปรนด้านบัญชีกรณีลูกหนี้ค่าน้ำนมดิบ อ.ส.ค. และการนำน้ำนมดิบส่วนเกินไปแปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพหรืออะมิโนนม เพื่อลดแรงกดดันในระบบ

“นิรันดร์” เดิน 4 มาตรการด่วน ช่วยสหกรณ์โคนม

นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งหามาตรการดูแลช่วยเหลือสหกรณ์โคนมที่ได้รับผลกระทบจากการค้างชำระค่าน้ำนมดิบของ อ.ส.ค.

ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ดำเนินการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และ อ.ส.ค. ประชาสัมพันธ์รณรงค์การบริโภคนมวัวแดงตราไทย-เดนมาร์ค ไปยังสำนักงานสหกรณ์จังหวัดและเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนบริโภคนมคุณภาพจากเกษตรกรไทย ช่วยแก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด เพิ่มช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมของ อ.ส.ค. และช่วยระบายผลิตภัณฑ์นมให้สหกรณ์โคนมในเครือข่าย

ผลจากการดำเนินกิจกรรมที่ผ่านมา มียอดจำหน่ายนมทั้งสิ้น 11,273 หีบ มูลค่า 3,674,223 บาท และตั้งแต่ปี 2567-2569 กรมฯ ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คมาแล้วรวม 4 ครั้ง มียอดจำหน่ายรวม 45,658 หีบ คิดเป็นมูลค่ารวม 14,120,937 บาท ซึ่งช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของสหกรณ์โคนมได้บางส่วน

“จริง ๆ แล้วเราดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการประชาสัมพันธ์ เพิ่มช่องทางการตลาด และช่วยกระจายสินค้าให้ ไม่เฉพาะนมไทย-เดนมาร์ค นมของสหกรณ์เองเราก็ช่วย” นายนิรันดร์กล่าว

เตรียมเงิน กพส. 350 ล้าน เสริมสภาพคล่องสหกรณ์

นายนิรันดร์กล่าวว่า อีกมาตรการสำคัญคือการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ หรือ กพส. เพื่อเสริมสภาพคล่องให้สหกรณ์โคนมที่ได้รับผลกระทบ โดยเสนอขอกำหนดวงเงินกู้ยืมหรือค้ำประกันประจำปีที่สูงกว่าหลักเกณฑ์การพิจารณาทั่วไปเป็นกรณีพิเศษต่อนายทะเบียนสหกรณ์ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ

การพิจารณาจะคำนึงถึงความจำเป็นและความสามารถในการชำระหนี้ของสหกรณ์แต่ละแห่งเป็นรายกรณี เพื่อให้สหกรณ์สามารถเข้าถึงแหล่งทุนที่สอดคล้องกับภาระธุรกิจที่เพิ่มขึ้น

“ปี 2569 เราเตรียมเงิน กพส.ไว้ 350 ล้านบาท สหกรณ์กู้ไปแล้ว 115 ล้านบาท ขณะนี้ยังเหลือเวลาอีก 2 เดือน ยังสามารถมายื่นกู้ได้ ส่วนปีหน้าถ้าไม่พอจะเพิ่มเป็น 400 ล้านบาท สำหรับสหกรณ์โคนม” นายนิรันดร์กล่าว

นายนิรันดร์ระบุว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ยังสนับสนุนเงินทุนให้สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมนำไปดำเนินธุรกิจรวบรวมและแปรรูปน้ำนมดิบ รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนให้เกษตรกรสมาชิกบริหารจัดการฟาร์ม ผ่านกองทุนพัฒนาสหกรณ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562-2569 รวมทั้งสิ้น 3,518.95 ล้านบาท ครอบคลุม 81 สหกรณ์ ทั้งโครงการพิเศษดอกเบี้ยต่ำและโครงการปกติ

ผ่อนปรนบัญชีลูกหนี้ อ.ส.ค. ถึงสิ้นปี 2569

นายนิรันดร์กล่าวว่า สำหรับสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมที่มี อ.ส.ค. เป็นลูกหนี้ค้างชำระค่าน้ำนมดิบ ขณะนี้ให้ชะลอการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มจนถึงปีบัญชีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2569

อย่างไรก็ตาม ห้ามปรับลดยอดค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้การค้าค่าน้ำนมดิบ อ.ส.ค. ที่เคยตั้งไว้แล้ว จนกว่าจะได้รับการชำระหนี้จาก อ.ส.ค.

ส่วนกรณีลูกหนี้เป็นผู้ประกอบการบริษัทเอกชน กรมส่งเสริมสหกรณ์ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการใด ๆ ได้โดยตรง อาจต้องใช้กระบวนการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายระหว่างคู่กรณี

ดึงน้ำนมดิบส่วนเกินทำ “อะมิโนนม” ลดล้นระบบ

นายนิรันดร์กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมสหกรณ์ยังร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย หรือ กยท. และกรมพัฒนาที่ดิน นำน้ำนมดิบที่เกิน MOU และไม่มีแหล่งจำหน่าย มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์น้ำหมักชีวภาพหรืออะมิโนนม

ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวถูกส่งเสริมให้เกษตรกรในเครือข่ายสหกรณ์นำไปใช้กับพืชผัก ไม้ผล ไม้ยืนต้น และยางพารา เพื่อลดต้นทุนการผลิต สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงเกษตรฯ ในการลดการใช้ปุ๋ยเคมีและส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์

นับตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2569 ถึงวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 กยท. ได้ช่วยรับซื้อน้ำนมดิบที่ไม่มีแหล่งจำหน่ายแล้ว 716 ตัน เพื่อนำไปแปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพหรืออะมิโนนมกว่า 1,144,000 ลิตร และ กยท. มีแผนพัฒนาเป็นปุ๋ยอินทรีย์ชนิดเหลว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตร

นายนิรันดร์กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวคาดว่าจะช่วยดึงน้ำนมดิบส่วนเกินออกจากระบบได้จำนวนหนึ่ง โดยทั้ง 4 มาตรการจะเดินหน้าอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้สมาชิกสหกรณ์โคนมทั่วประเทศ

“โคกก่อ” โมเดลแบรนด์นมท้องถิ่น สร้างรายได้เกษตรกรสารคาม

อีกด้านหนึ่ง ท่ามกลางแรงกดดันจากปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ จำกัด บ้านโคกก่อ ตำบลโคกก่อ อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม เป็นหนึ่งในตัวอย่างสหกรณ์ที่พยายามสร้างแบรนด์ของตนเอง ภายใต้แนวคิด “คนสารคาม ต้องดื่มนมสารคาม”

แบรนด์ “โคกก่อ” ใช้วัตถุดิบนมโคสดแท้ 100% จากสมาชิกสหกรณ์ และได้รับการการันตีด้วยรางวัลแปลงใหญ่โคนมดีเด่นระดับประเทศ ปี 2566 รวมถึงกลุ่มสมาชิกผู้เลี้ยงโคนมของสหกรณ์ได้รับรางวัลสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ ประจำปี 2568

จากกลุ่มเล็กสู่สหกรณ์โคนมครบวงจร

นายณัฐวุฒิ ประทีปะวณิช อดีตประธานกรรมการสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ จำกัด และปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาสหกรณ์ฯ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อเกิดขึ้นเมื่อกว่า 30 ปีที่ผ่านมา หรือประมาณปี 2535

ในเวลานั้น อดีตข้าราชการชลประทานกลุ่มหนึ่งได้ไปศึกษาดูงานที่ประเทศอิสราเอล ซึ่งเป็นประเทศแห้งแล้ง แต่สามารถเลี้ยงโคนมได้ดี จึงเห็นว่าสามารถนำแนวคิดมาปรับใช้ในพื้นที่อีสาน โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทานได้ จากนั้นจึงแนะนำให้ชาวบ้านรวมกลุ่มซื้อลูกโคนมจากอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี มาเลี้ยงแทนการปลูกพืชสวนที่ใช้น้ำมาก

แนวทางดังกล่าวช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้ชาวบ้านโคกก่อ โดยในช่วงแรกผลผลิตน้ำนมดิบทั้งหมดส่งให้สหกรณ์โคนมขอนแก่น จำกัด เพื่อส่งต่อให้บริษัทผู้ผลิตนมแบรนด์รายใหญ่

“กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมบ้านโคกก่อถือเป็นฟาร์มเลี้ยงโคนมขนาดใหญ่แรก ๆ ของจังหวัดมหาสารคาม แต่ละฟาร์มมีจำนวนโคตั้งแต่ 20 ตัวขึ้นไป ต่างจากแต่ก่อนที่เลี้ยงเพียง 1-2 ตัว รีดนมใส่ขวดขาย” นายณัฐวุฒิกล่าว

จากกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ต่อมาในปี 2540 ได้จดทะเบียนเป็นสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ จำกัด ทำหน้าที่รับซื้อน้ำนมดิบจากสมาชิกมาแปรรูปเป็นนมโรงเรียน และส่งให้ผู้ประกอบการทั้งบริษัทเอกชนและสหกรณ์ด้วยกันเอง

ต่อมาในปี 2550 สหกรณ์เริ่มสร้างโรงงานแปรรูปนมโคครบวงจร และผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ “นมโคโคกก่อ” โดยใช้วัตถุดิบนมโคแท้ 100% จากฟาร์มสมาชิก

“ที่มาชื่อแบรนด์โคกก่อก็มาจากชื่อหมู่บ้าน ซึ่งเป็นที่ตั้งของสหกรณ์ฯ เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพิ่งครบรอบ 29 ปีของการจัดตั้งสหกรณ์ฯ” นายณัฐวุฒิกล่าว

รับน้ำนมดิบ 20 ตันต่อวัน ส่งดัชมิลล์-ซีพีเมจิ-สหกรณ์ขอนแก่น

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ปัจจุบันสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อรับซื้อน้ำนมดิบจากสมาชิกเฉลี่ย 20 ตันต่อวัน โดยส่วนใหญ่ส่งให้บริษัทนมรายใหญ่ เช่น ดัชมิลล์ ซีพี-เมจิ และสหกรณ์โคนมด้วยกันเอง ได้แก่ สหกรณ์โคนมขอนแก่น จำกัด ซึ่งเป็นลูกค้าหลักตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ สหกรณ์โคกก่อยังนำน้ำนมดิบบางส่วนไปแลกผลิตภัณฑ์นมจากสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด ในพระบรมราชูปถัมภ์ มาจำหน่ายในจังหวัดมหาสารคาม เพื่อช่วยเหลือสหกรณ์โคนมด้วยกันในการลดปริมาณผลิตภัณฑ์ค้างสต๊อกของสหกรณ์หนองโพ

ต่อยอดไอศกรีม-ครีมชีส เดินเครื่องปลายปี 2569

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า “โคกก่อ” เป็นแบรนด์นมท้องถิ่นที่คนมหาสารคามรู้จักดี โดยเริ่มต้นจากการผลิตนมโรงเรียน ก่อนต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์นมหลากหลาย เช่น นมสดพร้อมดื่มรสสตรอเบอรี่ เครื่องดื่มชงกาแฟ ไอศกรีมนมสด ตังเมนมสด หรือนูกัต และครีมชีส

สำหรับครีมชีส สหกรณ์อยู่ระหว่างเตรียมเดินเครื่องผลิตในช่วงปลายปี 2569 หลังได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์ผลิตจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ จำนวน 6 เครื่อง มูลค่ากว่า 5 แสนบาท และเครื่องแยกครีม มูลค่ากว่า 4.5 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างติดตั้ง คาดว่าจะแล้วเสร็จและเดินเครื่องได้ปลายปี 2569

“เดือนที่แล้วเราเพิ่งได้เครื่องทำไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟมา 6 เครื่อง เครื่องเล็ก 1 เครื่อง งบทั้งหมด 5 แสนบาท โดยสหกรณ์สมทบ 30% คือ 150,000 บาท อีก 70% กรมส่งเสริมสหกรณ์อุดหนุนมาให้ เป็นโอกาสของเราที่จะต่อยอด ส่วนเครื่องแยกครีมอยู่ที่ 4.5 ล้านบาท คิดว่าปลายปีนี้น่าจะแล้วเสร็จ ตอนนี้งบประมาณส่วนหนึ่งมาแล้ว เหลือแต่จัดซื้อจัดจ้าง เราพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายมากขึ้น เพราะไม่มั่นใจว่าต่อไปผู้บริโภคจะกินแค่นมพาสฯ หรือนม UHT อย่างเดียว” นายณัฐวุฒิกล่าว

แบรนด์เล็กสู้แบรนด์ใหญ่ไม่ได้ แต่ตอบโจทย์ท้องถิ่น

นายณัฐวุฒิยอมรับว่า แบรนด์โคกก่อไม่สามารถแข่งขันกับแบรนด์ใหญ่ เช่น ซีพี-เมจิ ดัชมิลล์ หรือแบรนด์รายใหญ่รายอื่นได้ในเชิงกำลังตลาด แต่สหกรณ์มีความภาคภูมิใจในแบรนด์ท้องถิ่น เพราะเป็นการส่งเสริมอาชีพชาวบ้านและสร้างเงินหมุนเวียนในพื้นที่

“แบรนด์ท้องถิ่นจะตอบโจทย์คนท้องถิ่นมากที่สุด แบรนด์อื่นหาดื่มกินที่ไหนก็ได้ แต่ถ้าจะกินนมโคกก่อ ต้องมาที่มหาสารคาม” นายณัฐวุฒิกล่าว

“นมโคโคกก่อ” จึงเป็นตัวอย่างของแบรนด์นมท้องถิ่นที่ผลิตจากนมโคแท้ 100% และช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในจังหวัดมหาสารคามอย่างต่อเนื่อง

CREATOR: gd-jpeg v1.0 (using IJG JPEG v80), quality = 99

ทางรอดโคนมไทย ต้องมีทั้งสภาพคล่องและตลาดปลายทาง

สถานการณ์น้ำนมดิบล้นตลาดและปัญหาค้างจ่ายค่าน้ำนมดิบของ อ.ส.ค. สะท้อนว่า สหกรณ์โคนมไทยยังต้องเผชิญทั้งโจทย์เฉพาะหน้าและโจทย์โครงสร้าง เฉพาะหน้าคือการเสริมสภาพคล่อง ลดภาระทางบัญชี และหาทางระบายผลผลิตส่วนเกินออกจากระบบ ส่วนโจทย์ระยะยาวคือการสร้างตลาดปลายทางของสหกรณ์เองให้มากขึ้น

มาตรการของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ทั้งเงินกู้ กพส. 350 ล้านบาท การชะลอตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ การแปรรูปน้ำนมดิบเป็นอะมิโนนม และการผลักดันผลิตภัณฑ์นมในเครือข่าย เป็นเครื่องมือช่วยลดแรงกระแทกระยะสั้น

แต่กรณี “โคกก่อ” ชี้ให้เห็นว่า ในระยะยาว สหกรณ์ที่มีแบรนด์ มีผลิตภัณฑ์แปรรูป และมีฐานผู้บริโภคในพื้นที่ จะมีทางเลือกมากกว่าในวันที่น้ำนมดิบล้นระบบ เพราะไม่ต้องพึ่งพาการขายน้ำนมดิบเพียงช่องทางเดียว และสามารถเปลี่ยนวัตถุดิบต้นน้ำให้เป็นมูลค่าเพิ่มที่กลับไปถึงเกษตรกรสมาชิกได้มากขึ้น