เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ออริจิ้น ร่วมทุน Hotel101 พัฒนาโรงแรม 4 ดาว Hotel 101 ย่านพหลโยธิน ใกล้รถไฟฟ้า
Real Estate ออริจิ้น ร่วมทุน Hotel101 พัฒนาโรงแรม 4 ดาว Hotel 101 ย่านพหลโยธิน ใกล้รถไฟฟ้า
กยศ. แจงผู้กู้ยืมที่ถูกหักเงิน ยอดหนี้ไม่ลดทันที ยันเงินไม่หาย
Finance กยศ. แจงผู้กู้ยืมที่ถูกหักเงิน ยอดหนี้ไม่ลดทันที ยันเงินไม่หาย
ป.ป.ส. ยืนยัน ไทยไม่ใช่ฐานการผลิตเฮโรอีน หยุดแชร์ข้อมูลขยายความเข้าใจผิด
News ป.ป.ส. ยืนยัน ไทยไม่ใช่ฐานการผลิตเฮโรอีน หยุดแชร์ข้อมูลขยายความเข้าใจผิด
ราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,050 บาท รูปพรรณขายออก 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,050 บาท รูปพรรณขายออก 64,900 บาท
‘โนเบิล’ เปิดดีลใหญ่ หั่นราคาแรงแห่งปี ลดสูงสุด 16 ล้าน คอนโดหรูทองหล่อเหลือแค่ 4.9 ล้าน
Real Estate ‘โนเบิล’ เปิดดีลใหญ่ หั่นราคาแรงแห่งปี ลดสูงสุด 16 ล้าน คอนโดหรูทองหล่อเหลือแค่ 4.9 ล้าน
GULF ปิดดีลแบงก์ต่างชาติแห่ปล่อยกู้ 600 ล้านดอลลาร์ หนุนแผนขยายธุรกิจพลังงาน-ดิจิทัล
Economic GULF ปิดดีลแบงก์ต่างชาติแห่ปล่อยกู้ 600 ล้านดอลลาร์ หนุนแผนขยายธุรกิจพลังงาน-ดิจิทัล
บางจากได้ฤกษ์เปิดปั๊ม ‘Bangchak Hong Kong’ รุกตลาดเอเชียเหนือ คงแบรนด์ Caltex ชั่วคราว
Economic บางจากได้ฤกษ์เปิดปั๊ม ‘Bangchak Hong Kong’ รุกตลาดเอเชียเหนือ คงแบรนด์ Caltex ชั่วคราว
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี’70 ได้งบฯแค่ 4.2 หมื่นล้าน ปลัดคลังชี้ไม่พอต้องขอจากงบฯกลาง
Finance บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี’70 ได้งบฯแค่ 4.2 หมื่นล้าน ปลัดคลังชี้ไม่พอต้องขอจากงบฯกลาง
เศรษฐีไต้หวัน แห่ย้ายสินทรัพย์ ซบ ‘สิงคโปร์’ แชร์ความเสี่ยง เลี่ยงแรงกดดันจีน
World เศรษฐีไต้หวัน แห่ย้ายสินทรัพย์ ซบ ‘สิงคโปร์’ แชร์ความเสี่ยง เลี่ยงแรงกดดันจีน
GPSC พร้อมทำโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR รับดีมานด์ Data Center
Economic GPSC พร้อมทำโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR รับดีมานด์ Data Center
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า หลังพาวเวลล์ย้ำ เฟดจะเริ่มลดดอกเบี้ยปีนี้

08 มี.ค. 2567 | 20:45น.
ดอลลาร์

ดอลลาร์

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 4-8 มีนาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (4/3) ที่ระดับ 35.78/79 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (1/4) ที่ระดับ 35.94/96 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐถูกกดดันหลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอเกินคาดหลายตัว

โดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 47.8 ในเดือน ก.พ.จากระดับ 49.1 ในเดือน ม.ค.และต่ำกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 49.5 ในเดือน ก.พ. จากระดับ 49.1 ในเดือน ม.ค. และต่ำกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 49.5 บ่งชี้ว่าภาวะภาคการผลิตสหรัฐหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 16

โดยได้รับผลกระทบจากการดิ่งลงของการจ้างงานและคำสั่งซื้อใหม่อีกทั้งมหาวิทยาลัยมิชิแกนเปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 76.9 ในเดือน ก.พ. จากระดับ 79.0 ในเดือน ม.ค. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 79.6 ส่งสัญญาณว่าความเชื่อมั่นผู้บริโภคในสหรัฐยังคงไม่สู้ดีนัก ขณะเดียวกันผู้บริโภคคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวขึ้น 3.0% ในช่วง 1 ปีข้างหน้า และปรับตัวขึ้นจากตัวเลขคาดการณ์ในเดือน ม.ค.ที่ระดับ 2.9%

นอกจากนี้ผู้บริโภคคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวขึ้น 2.9% ในช่วง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากตัวเลขคาดการณ์ในเดือน ม.ค. รวมถึงกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างปรับตัวลง 0.2% ในเดือน ม.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะปรับตัวขึ้น 0.2% หลังจากการปรับตัวขึ้น 1.1% ในเดือน ธ.ค. และเมื่อเทียบรายปี การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างปรับตัวลง 0.2% ในเดือน ม.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะปรับตัวขึ้น 0.2% หลังจากการปรับตัวขึ้น 1.1% ในเดือน ม.ค. และเมื่อเทียบรายปี การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างพุ่งขึ้น 11.7% ในเดือน ม.ค. ส่วนการใช้จ่ายในโครงการภาคเอกชนปรับตัวขึ้น 0.1% ในเดือน ม.ค.

โดยการใช้จ่ายในโครงการที่อยู่อาศัยของภาคเอกชนปรับตัวขึ้น 0.2% อย่างไรก็ดีมีการเปิดเผยถ้อยแถลงของนายโทมัส บาร์กิน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาริชมอนด์ว่าเขาไม่ได้ให้ความสำคัญมากนักต่อตัวเลขเงินเฟ้อที่ร้อนแรงในเดือน ม.ค. เนื่องจากตัวเลขในเดือนแรกของปีมักให้ข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือและเฟดจะยังคงนำข้อมูลเศรษฐกิจในช่วงการประชุมมาประกอบการตัดสินใจแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินต่อไป

นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังคงอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ หลังจากเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แถลงต่อวุฒิสภาว่า เฟดใกล้จะมีความเชื่อมั่นอย่างเพียงพอว่าเงินเฟ้อกำลังลดลงสู่เป้าหมายที่ระดับ 2%

ซึ่งจะทำให้เฟดสามารถเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในปีนี้ บรรดานักลงทุนจะจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันศุกร์นี้ (8/3) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานเพิ่มขึ้นเพียง 190,000 ตำแหน่งในเดือน ก.พ. โดยชะลอตัวจากระดับ 353,000 ตำแหน่งในเดือน ม.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 3.7% ในเดือน ก.พ.

สำหรับปัจจัยในประเทศ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์รายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 4 ปี 2566 ทั้งสถานการณ์แรงงาน ความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือน ปัญหาสุขภาพ การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ โดยการจ้างงานฟื้นตัวดีขึ้นกว่าช่วงโควิดจากการที่อัตราการว่างงานปรับตัวลงมาอยู่ที่ 0.81%

ขณะที่ภาพรวมปี 2566 อัตราการมีงานทำอยู่ที่ 98.66% ปรับตัวขึ้นกว่าช่วงก่อนมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยจำนวนผู้มีงานทำปรับตัวขึ้น 1.8% จากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากการขยายตัวของการจ้างงานทั้งในและนอกภาคเกษตรกรรม

ขณะที่ค่าจ้างแรงงงานยังคงอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งภาครัฐควรมีมาตรการเพื่อช่วยเพิ่มความสามารถของแรงงาน นอกจากนี้หนี้่สินครัวเรือนในไตรมาส 3 ปี 2566 มีมูลค่ารวม 16.2 ล้านล้านบาท ขยายตัว 3.3% ซึ่งเป็นอัตราที่ชะลอตัวลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีสัดส่วนหนี้สินครัวเรือนต่อ GDP อยู่ที่ 90.9% ทรงตัวจากไตรมาส 2 ปี 2566 โดยครัวเรือนชะลอการก่อหนี้ในเกือบทุกประเภทสินเชื่อยกเว้นสินเชื่อส่วนบุคคล ส่วนคุณภาพสินเชื่อด้อยลงทุกประเภทสินเชื่อ โดย NPL มีมูลค่า 1.52 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อสินเชื่อรวมเป็น 2.79% ปรับตัวขึ้นจาก 2.81% ในไตรมาสก่อน

โดยการเร่งตัวขึ้นของสินเชื่อส่วนบุคคลมีสาเหตุมาจากเรื่องสภาพคล่องของแต่ละบุคคล เนื่องจากที่มาของรายได้และอาชีพแต่ละคนไม่เหมือนกัน รวมไปถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน อีกทั้งการให้สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นเรื่องง่ายและเร็วจึงต้องคำนึงถึงและให้ความสำคัญกับความสามารถในการจ่ายหนี้ก่อนที่จะสามารถเข้าถึงสินเชื่อเพราะอาจนำไปสู่การก่อหนี้ครัวเรือนมากขึ้น โดยเฉพาะหนี้เสียในกลุ่มยานยนต์ที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนกรณีที่กระทรวงการคลังเสนอผ่อนคลายมาตรการควบคุมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปรียบเหมือนเหรียญสองด้าน เนื่องจากจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดว่าการผ่อนคลายมาตรการนี้จะส่งผลให้เกิดการก่อหนี้มากขึ้นและทำให้เกิดหนี้เสียมากขึ้นหรือไม่ แต่มาตรการนี้อาจสามารถช่วยกระตุ้นให้เกิดการซื้อขายในภาคอสังหาริมทรัพย์มากขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.38-35.88 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (8/3) ที่ระดับ 35.41/43 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (4/3) ที่ระดับ 1.0841/45 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (1/4) ที่ระดับ 1.0817/21 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทั้งนี้ในวันพฤหัสบดี (7/3) ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 4.00% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ก็ได้ ปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อรายปีลงด้วย

ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณบ่งชี้ที่ค่นอข้างชัดเจนว่า อีซีบีอาจดำเนินการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในโอกาสต่อไป อีซีบีปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อปีนี้ของกลุ่มประเทศยูโรโซน จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 2.7% ลงมาอยู่ที่ระดับ 2.3% ขณะเดียวกัน ก็ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจด้วย จากขยายตัว 0.8% เหลือ 0.6% ในปีนี้

โดยบรรดานักวิเคราะห์ต่างเก็งว่า การลดคาดการณ์เงินเฟ้อในครั้งนี้จะนำไปสู่การพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงตามมาในการประชุมเดือน มิ.ย.นี้ หรือเดือนเดียวกับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่คาดว่าจะเริ่มการลดดอกเบี้ยในช่วงกลางปีเช่นกัน ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0836-1.0955 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (8/3) ที่ระดับ 1.0933/37 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของคาเงินเยน เปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (4/3) ที่ระดับ 150.08/09 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (1/4) ที่ระดับ 150.61/62 จากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในเดือน ก.พ. เมื่อเทียบเป็นรายปี

โดยรายงานระบุว่าดัชนีความเชื่อมั่นของครัวเรือนที่มีสมาชิกตั้งแต่สองคนขึ้นไป ซึ่งมีการปรับค่าตามฤดูกาล อยู่ที่ 39.1 ในเดือน ก.พ. ปรับตัวขึ้นจาก 38.0 ในเดือน ม.ค.

อย่างไรก็ตาม ดัชนีดังกล่าวบ่งชี้ว่ามีจำนวนผู้บริโภคที่มีมุมมองเป็นลบมากกว่าผู้ที่มีมุมมองเป็นบวก ต่อมามีการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายญี่ปุ่นอยู่ที่ระดับ 52.9 ในเดือน ก.พ. จากระดับ 53.1 ในเดือน ม.ค. แม้ว่าดัชนีดังกล่าวจะปรับตัวลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าแต่ยังคงบ่งชี้ว่าภาคบริการของญี่ปุ่นมีการขยายตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือน ก.ย. 2565

โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในด้านการท่องเที่ยวและการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ นอกจากนี้สำนักงานสถิติแห่งชาติญี่ปุ่นเปิดเผยในวันอังคาร (5/3) ว่าดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ของกรุงโตเกียว ปรับตัวขึ้น 2.5% ในเดือน ก.พ.เมื่อเทียบรายปี

ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์และเป็นการปรับตัวขึ้นอย่างมากจากระดับ 1.6% ในเดือน ม.ค. ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตต่ำที่สุดในรอบ 22 เดือน ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้มากขึ้นที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจจะตัดสินใจยกเลิกนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายพิเศษ

ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่า BOJ จะยกเลิกนโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบในการประชุมเดือน เม.ย. หากการเจรจาเรื่องค่าจ้างในฤดูกาลใบไม้ผลิของญี่ปุ่นส่งผลให้มีการปรับขึ้นค่าจ้างอย่างมาก อย่างไรก็ดี ค่าเงินเยนปรับตัวแข็งค่าสูงสุดในรอบ 1 เดือนในวันศุกร์ (7/3) ท่ามกลางความเชื่อมั่นที่เพิ่มมากขึ้นว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นใกล้จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว

ขณะที่เงินดอลลาร์ก็จำกัดการขาดทุนที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ไว้ได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐเสนอสัญญาที่หลากหลายเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย เงินเยนได้รับแรงหนุนจากปัจจัยหลายประการที่แสดงถึงท่าที dovish ที่น้อยลงของ BOJ ข้อมูลแสดงให้เห็นว่า รายได้เฉลี่ยในรูปเงินสด เติบโตมากกว่าที่คาดไว้ในเดือนมกราคม

ขณะที่สหภาพแรงงานของญี่ปุ่นยังได้รับการขึ้นค่าจ้างครั้งใหญ่สำหรับสมาชิกบางส่วน ซึ่งบ่งชี้ถึงค่าจ้างโดยรวมที่สูงขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 146.68-150.62 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (8/3) ที่ระดับ 147.09/11 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดอลลาร์สหรัฐ