เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
Real Estate เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
Economic กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
ดูทั้งหมด

นภินทร ร่วมประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ชวนเมียนมาหาทางแก้ฝุ่น PM2.5

10 มี.ค. 2567 | 17:27น.

“นภินทร” รมช.พาณิชย์ เผยผลการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (AEM Retreat) ที่ สปป.ลาว  ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีนี้ ไทยสบช่องถกเมียนมา ร่วมมือแก้ฝุ่น PM 2.5 ขอเวียดนามอำนวยสะดวกส่งออกผลไม้ผ่านด่านไปจีน

วันที่ 10 มีนาคม 2567 นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (AEM Retreat) ครั้งที่ 30 ที่ สปป.ลาว  ว่า การประชุมครั้งนี้ รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนได้ถก 6 ประเด็น และไทยในฐานะประธานการเจรจาความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัล (DEFA) ได้สนับสนุนและผลักดันการเจรจาให้ได้ข้อสรุปภายใน 2 ปี โดยมุ่งหวังให้ DEFA ช่วยส่งเสริมการค้าสินค้าและธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องให้เติบโต รวมทั้งดึงดูดการลงทุนจากทั้งภายในและภายนอกภูมิภาคให้มากยิ่งขึ้น

สำหรับ 6 ประเด็นหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาค ได้แก่ 1.เห็นชอบแผนงานสำคัญด้านเศรษฐกิจที่อาเซียนจะร่วมผลักดันในปีนี้ ภายใต้การเป็นประธานอาเซียนของ สปป. ลาว ซึ่งจะเน้นการเชื่อมโยงระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน และการที่อาเซียนจะมีส่วนร่วมในกระบวนการผลิตของโลกตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ และการวางรากฐานอาเซียนสู่เศรษฐกิจดิจิทัล และเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อสร้างความสามารถทางการแข่งขันใหม่ให้แก่อาเซียน รวมทั้งมูลค่าเพิ่มให้แก่ภาคธุรกิจ โดยมีแผนงานสำคัญที่เกี่ยวกับ FTA เช่น การสรุปผลการเจรจายกระดับความตกลง FTA อาเซียน-จีน และการมีผลบังคับใช้ของความตกลง FTA อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ในปีนี้ เป็นต้น

2.การหารือถึงบทบาทอาเซียนในเวทีโลก ท่ามกลางความท้าทายต่าง ๆ โดยได้รับทราบภาพรวมการเติบโตทางเศรษฐกิจของอาเซียน ในปี 2567 จะมี GDP ขยายตัวร้อยละ 4.7 ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่ร้อยละ 3.1 เนื่องจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งที่ประชุมเห็นพ้องว่า อาเซียนต้องดำเนินการ 4 เรื่องสำคัญ คือ การปรับตัวด้านนโยบายการค้า การขนส่งและโลจิสติกส์, หาตลาดและแหล่งวัตถุดิบใหม่, ส่งเสริมและพัฒนาคนอย่างต่อเนื่องให้รองรับ เศรษฐกิจยุคใหม่ และ แสวงหาประโยชน์จากเรื่องเศรษฐกิจสีเขียว และเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นต้น

3.การรับรองกรอบการอำนวยความสะดวกด้านบริการของอาเซียน (AFSS) โดยที่ประชุมรับรองกรอบ ASFF ซึ่งเป็นการต่อยอดจากความร่วมมือของอาเซียนที่ผ่านมาในการเปิดเสรีการค้าบริการและการบูรณาการภาคบริการในภูมิภาค รวมทั้งสนับสนุนการปรับปรุงนโยบายด้านการค้าบริการและการกำกับดูแลเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการค้าบริการ

4.การติดตามความคืบหน้าการเจรจายกระดับความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA Upgrade) โดยรับทราบว่าการเจรจาสำเร็จไปแล้วกว่าครึ่งหนึ่ง ซึ่งยังมีเรื่องสำคัญที่ต้องหาข้อสรุป เช่น การลดภาษีเพิ่มเติม การเปิดตลาดสินค้าหมุนเวียน การใช้กลไกแก้ปัญหากรณีพิพาททางเลือก เพื่อให้ได้ผลสรุปในข้อบทหลัก ๆ ภายในปี 2567 ซึ่งไทยได้ผลักดันให้มีการลดภาษีสินค้าที่เหลืออยู่ 1,266 รายการ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเกษตรที่เป็นสินค้าส่งออกสำคัญของไทย เช่น เนื้อไก่สดแช่เย็น ข้าว และผลไม้

5.การติดตามความคืบหน้าการเจรจายกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) ที่ประชุมได้มอบนโยบายให้แก่ทีมเจรจา เพื่อให้สามารถหาข้อสรุปการเจรจาภายในปี 2567 เนื่องจากจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอาเซียน ติดต่อกัน 15 ปี และเป็นตลาดคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยตลอด 12 ปีที่ผ่ามา และเป็นตลาดอีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่ของโลกที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรม

6.การติดตามการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับวาระความยั่งยืนของอาเซียน โดยรับทราบว่ามีการจัดทำยุทธศาสตร์ความเป็นกลางทางคาร์บอน กรอบเศรษฐกิจหมุนเวียน และกรอบความร่วมมือเศรษฐกิจภาคทะเล เพื่อจะให้เป็นกลไกเสริมสร้างขีดความสามารถใหม่ให้กับอาเซียน โดยครั้งนี้ไทยเน้นย้ำให้อาเซียนร่วมมือกันอย่างจริงจังเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน โดยเฉพาะสถานการณ์ฝุ่นควัน PM 2.5 ซึ่งนับเป็นมลพิษในหลายประเทศของอาเซียนที่มิได้ส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยของประชาชนเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อวัฏการเติบโตทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ระบบสาธารณสุข ระบบนิเวศและการเติบโตของพืชผลการเกษตรเป็นวงกว้าง

นายนภินทร กล่าวว่า ได้ใช้โอกาสเข้าร่วมการประชุมหารือทวิภาคีกับดร.คาน ซอว์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการลงทุนและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศเมียนมา เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาโลกร้อน โดยเฉพาะปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ซึ่งไทยได้มีการเดินหน้าแก้ไขปัญหาดังกล่าวในทุกภาคส่วนมาโดยตลอด และประสบผลสำเร็จในระยะแรก จึงอยากจะส่งต่อความสำเร็จมายังเพื่อนบ้าน ในฐานะประเทศผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรเช่นเดียวกับไทย โดยเมียนมายินดีขอรับความร่วมมือ 

แต่อย่างไรก็ดี ปัญหาการเผาพื้นที่เกษตรของเมียนมา นอกจากจะขาดเทคโนโลยีที่จำเป็นแล้ว ยังต้องเพิ่มความพยายามในการรณรงค์ให้เกษตรกรโดยเฉพาะตามแนวชายแดน มีความตระหนักต่อปัญหานี้ ซึ่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเกษตรกรในการใช้วิธีเผาตอซังข้าวและพืชไร่ต่าง ๆ มีความสำคัญมากต่อการป้องกันควันพิษไม่ให้ลอยเข้าสู่อากาศ

ส่วนเวียดนาม ได้หารือกับ นายเหวียน ชิง หยิด เติญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม โดยได้ขอความร่วมมือเวียดนามอำนวยความสะดวกตรวจปล่อยสินค้าผลไม้ของไทยไปจีนในช่วงฤดูกาลผลไม้ไทยที่เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป โดยขนส่งในเส้นทางจากด่านมุกดาหารและด่านนครพนม ผ่านด่านฮูงี้และด่านหมงก๋ายของเวียดนาม ก่อนเข้าสู่ด่านโหยวอี้กวนและด่านตงชิงของจีนตามลำดับ ทั้งนี้ รัฐมนตรีเวียดนามยินดีจะให้ความร่วมมือในเรื่องดังกล่าวอย่างเต็มที่