บทบรรณาธิการ
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ธุรกิจ และเศรษฐกิจฐานราก ธนาคารออมสิน วิเคราะห์คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมาจะขยายตัวร้อยละ 4 เท่ากับไตรมาส 4/2560 และตลอดปีนี้เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นเป็นร้อยละ 4.2 เทียบกับปี 2560 ขยายตัวร้อยละ 3.9 ชี้ให้เห็นว่าทิศทางเศรษฐกิจในภาพรวมมีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ
ปัจจัยบวกมาจากภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ยังเติบโตต่อเนื่อง ประกอบกับได้แรงหนุนจากการเร่งใช้จ่ายของภาครัฐ ทั้งเม็ดเงินลงทุนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก และการบริโภคของภาคเอกชนที่ฟื้นตัวในทิศทางที่ดีขึ้น
โดยเฉพาะการใช้งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมหรืองบฯ กลางปีวงเงิน 1.5 แสนล้านบาท จัดทำโครงการ “ไทยนิยม ยั่งยืน” อัดฉีดเม็ดเงินลงหมู่บ้าน ชุมชน แห่งละ 2 แสนบาท ซึ่งจะทำให้การบริโภคของภาคครัวเรือนในชุมชนท้องถิ่นที่ยังชะลอตัวจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้มีรายได้น้อย ประชากรในภาคการเกษตร และภาคแรงงาน ที่ส่วนใหญ่มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจฐานรากยังเปราะบางและมีความเสี่ยง เป็นจุดอ่อนที่รัฐบาลต้องเร่งแก้แม้ที่ผ่านมาสารพัดมาตรการที่ออกมากระตุ้นจะไม่สัมฤทธิผล
การฟื้นตัวและเติบโตของเศรษฐกิจ และกำลังซื้อยังเป็นไปในลักษณะโตกระจุก ไม่กระจาย มีกลุ่มคนระดับบนเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้น ร่ำรวยขึ้น ขณะที่ชนชั้นกลางกับคนระดับล่างส่วนใหญ่ยังย่ำแย่ ไม่แปลกที่หลายสำนักจะเปรียบเศรษฐกิจไทยว่าฟื้นตัวแบบแข็งนอกแต่อ่อนใน รายได้จากการส่งออก ท่องเที่ยวเติบโต แต่กำลังซื้อภายในประเทศยังอ่อนแอ
ล่าสุด รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินช่วงเดือน มี.ค.และไตรมาสแรกปี 2561 ของฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตอกย้ำให้เห็นสภาพปัญหาด้านรายได้และค่าครองชีพกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ลูกจ้างยังดำรงอยู่ แม้รายได้เกษตรกรมีแนวโน้มดีขึ้น แต่กำลังซื้อโดยรวมยังไม่เข้มแข็ง
การอุดจุดอ่อนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และแก้ปัญหารวยกระจุกจนกระจายให้ลดน้อยลง จึงถือเป็นเรื่องสำคัญ และมีความจำเป็นเร่งด่วนที่รัฐต้องดำเนินการ ด้วยการระดมทุกสรรพกำลังฟื้นฟูพัฒนาการทำการเกษตร เชื่อมโยงการผลิต การแปรรูป การตลาด แก้ปัญหาพืชผลราคาตกต่ำให้เห็นผล
ขณะเดียวกันก็ใช้โอกาส วันแรงงานแห่งชาติ 1 พ.ค. ขับเคลื่อนการพัฒนายกระดับแรงงานไทยให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ และก้าวสู่เป้าหมายไทยแลนด์ 4.0 หากทำได้ นอกจากจะลบคำสบประมาทผลงานด้านเศรษฐกิจแล้ว สาธารณชนจะยิ่งศรัทธาเชื่อมั่นเพิ่มมากขึ้น