เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คุยกับ ‘สันติธาร เสถียรไทย’ สิ่งที่ได้จากเวทีประชุม IMF-ธนาคารโลก
Finance คุยกับ ‘สันติธาร เสถียรไทย’ สิ่งที่ได้จากเวทีประชุม IMF-ธนาคารโลก
โจทย์ใหญ่ ภัย AI – เงินดิจิทัล ชู บล็อกเชนโลก – แผนแม่บทกรุงเทพฯ
Tech โจทย์ใหญ่ ภัย AI – เงินดิจิทัล ชู บล็อกเชนโลก – แผนแม่บทกรุงเทพฯ
อุตุฯ เตือน ‘ใต้-ตะวันออก’ ฝนถล่มหนัก! กทม. อ่วมซ้ำรับมือฝนเพิ่ม 21-25 ต.ค.
News อุตุฯ เตือน ‘ใต้-ตะวันออก’ ฝนถล่มหนัก! กทม. อ่วมซ้ำรับมือฝนเพิ่ม 21-25 ต.ค.
ราคาน้ำมันวันนี้ (18 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Uncategorized ราคาน้ำมันวันนี้ (18 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (18 ต.ค. 69) ปรับลง 0.12% อยู่ที่ 81,400 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (18 ต.ค. 69) ปรับลง 0.12% อยู่ที่ 81,400 เหรียญสหรัฐ
วัลลภ ตรีฤกษ์งาม โจทย์ ใหญ่ ‘ซูซูกิ ไทยแลนด์’
Automotive วัลลภ ตรีฤกษ์งาม โจทย์ ใหญ่ ‘ซูซูกิ ไทยแลนด์’
ธนาคารโลก หนุนไทยให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์ ดันเมืองคาร์บอนต่ำ
Finance ธนาคารโลก หนุนไทยให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์ ดันเมืองคาร์บอนต่ำ
ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
ข่าวในพระราชสำนัก ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
Tech Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
Finance เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
ดูทั้งหมด

CRG กางโรดแมปขึ้นท็อป 4 โฟกัส “จอยต์เวนเจอร์” โตก้าวกระโดด

22 มี.ค. 2567 | 11:02น.
ณัฐ วงศ์พานิช บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด หรือ CRG ธุรกิจร้านอาหาร
สัมภาษณ์พิเศษ

ปี 2567 นี้ธุรกิจร้านอาหารมีทั้งโอกาสและความท้าทายหลายด้าน ซึ่งผู้ประกอบการต้องหาทางรับมือเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสสร้างรายได้ช่วงตลาดเติบโต “เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป” หรือ CRG เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มียุทธศาสตร์ที่น่าสนใจสำหรับรับมือความท้าทายเหล่านี้

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้ร่วมพูดคุยกับ “ณัฐ วงศ์พานิช” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด หรือ CRG ถึงแนวคิดเบื้องหลังยุทธศาสตร์ การหาพันธมิตรจอยต์เวนเจอร์ การเพิ่มโอกาสการทานอาหารในช่วงเวลาและโอกาสใหม่ ๆ เช่น ช่วงบ่าย การทานนอกร้าน รวมถึงการรับมือปัญหาขาดแรงงาน ด้วยเทคโนโลยีที่จะพาธุรกิจร้านอาหารของเครือเซ็นทรัลซึ่งมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่ฟาสต์ฟู้ด, ส้มตำ, ซูชิ, หมูกระทะ ไปจนถึงไอศกรีมและคาเฟ่ รวม 21 แบรนด์ ฝ่าความท้าทายและการแข่งขันดุเดือด เพื่อชิงโอกาสสร้างการเติบโตในช่วงที่ตลาดขยายตัวตามเป้ารายได้ 1.66 หมื่นล้านบาท เติบโต 14% จากปี 2566 และก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นระดับบิ๊ก 4 ของวงการธุรกิจร้านอาหารภายใน 5 ปี

Q : ปี 2567 นี้ธุรกิจร้านอาหารมีโอกาสเติบโตแค่ไหน และอะไรเป็นความท้าทายสำคัญที่ต้องรับมือ

ภาพรวมตลาดธุรกิจร้านอาหารในปี 2567 นี้มีทั้งโอกาสและความท้าทายสำคัญ เนื่องจากแม้ตลาดมีแนวโน้มเติบโตหวือหวาประมาณ 5-7% จนมีมูลค่า 4.8 แสนล้านบาท สะท้อนจากความคึกคักในช่วง 2 เดือนแรกที่ผ่านมา รวมถึงมีปัจจัยบวกรออยู่ อย่างนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงสงกรานต์ซึ่งอาจเพิ่มรายได้ให้ธุรกิจร้านอาหารไม่น้อยกว่า 10% และดีมานด์จากคนรุ่นใหม่ที่อยากลองร้านอาหาร-เมนูตามกระแส รวมถึงสตรีตฟู้ดพรีเมี่ยมราคาระดับหลายร้อยบาทต่อจาน และยังมีความแพร่หลายของการทานคนเดียวมาทำให้โอกาสการทานเพิ่มขึ้น

แต่ขณะเดียวกันก็มี 2 ความท้าทายสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญอย่างเลี่ยงไม่ได้ และต้องหาทางรับมือ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสสร้างรายได้ช่วงตลาดเติบโต นั่นก็คือ ต้นทุนที่สูงขึ้นในทุกด้าน ทั้งวัตถุดิบ พลังงาน รวมถึงค่าแรง ซึ่งแบรนด์ขนาดเล็กจะได้รับผลกระทบหนักกว่าแบรนด์ใหญ่ และปัญหาขาดแคลนแรงงาน หลังปัจจุบันผู้คนมีทางเลือกในการหารายได้มากขึ้น และการชิงตัวพนักงานจากคู่แข่งในวงการทั้งรายเดิมและหน้าใหม่ที่เข้ามาต่อเนื่อง โดยตามข้อมูลของไลน์แมน-วงใน ไทยมีร้านอาหารเปิดใหม่ถึง 1 แสนร้านต่อปี และลำพังครึ่งแรกของปี 2566 มีร้านอาหารมากถึง 6.8 แสนร้าน ทำให้การชิงลูกค้าและพนักงานดุเดือด

นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนอื่น ๆ ที่คาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้อยู่อีก ซึ่งกลายเป็นเรื่องปกติของธุรกิจร้านอาหารแล้ว โดยขึ้นกับองค์กรและพนักงานที่จะหาทางรับมือเมื่อเหตุการณ์นั้น ๆ เกิดขึ้น

Q : ยุทธศาสตร์โฟกัสการหาพันธมิตรจอยต์เวนเจอร์ และพันธมิตรแบบไหนที่ CRG ต้องการ

ขณะนี้บริษัทพร้อมต้อนรับพันธมิตรมาร่วมจอยต์เวนเจอร์มาก เรียกได้ว่าเปิดรับอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากการร่วมมือจอยต์เวนเจอร์จะช่วยสปีดการเติบโตให้กับทั้งซีอาร์จีและพันธมิตรจากการเสริมจุดแข็งและปิดจุดอ่อนของทั้ง 2 ฝ่ายไปพร้อมกัน

ซีอาร์จีมีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารเชนร้านอาหารที่มีสาขาจำนวนมาก ซึ่งเป็นความท้าทายของผู้ประกอบการรายเล็ก-กลาง ที่การขยายและบริหารสาขาระดับ 30-50 สาขาหรือมากกว่านั้นทำได้ยาก แต่ขณะเดียวกัน ซีอาร์จีก็ยังขาดความชำนาญในร้านอาหารบางแบบ เช่น สุกี้ชาบู ปิ้งย่าง หรือคาเฟ่อยู่ ดังนั้น หากสามารถหาพันธมิตรมาได้ก็จะช่วยให้เราสามารถเข้าเป็นผู้เล่นในกลุ่มนั้น ๆ ได้ทันที

นอกจากนี้ ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ สัดส่วนกำไรจากการทำธุรกิจที่เป็นโมเดลจอยต์เวนเจอร์สูงกว่าการซื้อแฟรนไชส์ เพราะมีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ต่ำกว่า เช่น ค่าแฟรนไชส์และค่าฟีต่าง ๆ

สำหรับเงื่อนไขของธุรกิจที่บริษัทต้องการจับมือเป็นพันธมิตรนั้น จะต้องเป็นธุรกิจที่เริ่มเป็นที่รู้จักและมีแนวโน้มเติบโตได้ในอนาคต เช่น มีสาขาแล้วจำนวนหนึ่งจนเป็นที่รู้จักในระดับหนึ่งแล้ว และยังสามารถขยายสาขาเพิ่มได้อีก 3-4 เท่า หรือมีศักยภาพพอที่จะมียอดขาย 500 ล้านบาทต่อปีได้ในอนาคต โดยหลักคือ จะเน้นธุรกิจอาหารที่บริษัทยังไม่มีในพอร์ตโฟลิโอหรือมีน้อย เช่น สุกี้ชาบู ปิ้งย่าง และคาเฟ่ แต่ไม่ปิดโอกาสสำหรับอาหารประเภทอื่น ๆ เช่นกัน

โดยขณะนี้ ธุรกิจจอยต์เวนเจอร์สร้างรายได้ประมาณ 15% ของรายได้รวม และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และขณะนี้อยู่ระหว่างพูดคุยกับหลายราย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้

Q : การลงทุนขยายสาขาในปีนี้ มีการจัดสรรเม็ดเงินอย่างไร และจะใช้การเพิ่มโอกาสทานอาหารในช่วงเวลาใหม่ ๆ มาหนุนธุรกิจอย่างไร

ปีนี้บริษัทเพิ่มงบฯการขยายสาขาและรีโนเวตเป็น 1,000 ล้านบาท หลังปี 2566 ใช้งบฯ 700 ล้านบาท เพื่อให้สอดรับกับแนวโน้มการเติบโตของตลาด โดยจะใช้ขยายสาขา 70% และรีโนเวต 20% พัฒนาด้านไอทีและอื่น ๆ 10% โดยจะเปิดสาขาใหม่ 100-120 สาขา โฟกัสกลุ่มท็อปแบรนด์ที่ทำรายได้สูงหรือผลตอบรับดี เช่น ชินคันเซน ซูชิ สลัดแฟคทอรี ซึ่งต่างทำรายได้ระดับพันล้านบาทแล้ว และนักล่าหมูกระทะ เช่นเดียวกับเคเอฟซี, อานตี้ แอนส์, โอโตยะ, คัตสึยะ และส้มตำนัว

พร้อมกับปลุกยอดขายของแต่ละร้านทั้งสาขาเดิมและสาขาใหม่ ด้วยกลยุทธ์เพิ่มโอกาสทานอาหารในช่วงเวลาใหม่ ๆ ซึ่งเป็นเวลานอกเหนือจากอาหารมื้อหลัก ทำให้มีลูกค้าเข้าร้านน้อย เช่น ช่วงบ่าย และการทานนอกร้าน โดยจะพัฒนาเมนูใหม่ ๆ เข้ามาในแต่ละแบรนด์ เช่น ขนม หรือเมนูที่ไม่ต้องนั่งทานในร้าน ต่อยอดจากความสำเร็จของ Otoya Afternoon Tea Set เมนูชุดขนมสำหรับทานคู่กับน้ำชายามบ่ายของแบรด์โอโตยะ หรือโมเดลคัทสึยะทูโกที่มีเมนูของทอดแบบถือเดินทานได้ ซึ่งต่างช่วยเพิ่มรายได้จากการสร้างโอกาสการขายในช่วงเวลาใหม่ ๆ โดยคาดว่าปี 2567 ยอดขายร้านเดิมจะเติบโต 4-5%

Q : วางแนวทางรับมือความท้าทายด้านต้นทุนและการขาดแคลนแรงงานไว้อย่างไร

สำหรับต้นทุนแรงงานและการขาดแคลนแรงงานนั้น จะรับมือด้วย 2 วิธีคือ การนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น การสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดูเมนู สั่งอาหาร และชำระเงินแบบไม่ใช้เงินสดหรือแคชเลส รวมถึงโมเดลกึ่งบริการตนเอง เช่น การเสิร์ฟอาหารด้วยสายพาน และลดขั้นตอนการทำงานหลังร้านลง มาใช้ในหลายสาขามากขึ้น หลังการทดลองใช้ในร้านโอโตยะและชินคันเซนซูชิบางสาขา ในช่วงที่ผ่านมาพบว่าสามารถลดงานของพนักงานได้มาก ขณะเดียวกันจะเพิ่มพนักงานโดยอาศัยทั้งความร่วมมือกับสถานศึกษาและการนำแรงงานต่างชาติเข้ามาทดแทน

ด้านวัตถุดิบนั้นจะเดินหน้าหาซัพพลายเออร์รายใหม่ ๆ เพื่อถ่วงดุลราคาวัตถุดิบ ทั้งนี้ เชื่อว่าจะช่วยให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ต้นทุนพุ่งสูงในปี 2567 นี้ได้แน่นอน และสามารถบรรลุเป้ารายได้ 1.66 หมื่นล้านบาท เติบโต 14% จากปี 2566 และก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นระดับบิ๊ก 4 ของวงการธุรกิจร้านอาหารภายใน 5 ปีได้แน่นอน