Skip to content

ส่องธุรกิจ “Mobility” ปตท. นวัตกรรม การขับเคลื่อนแห่งโลกอนาคต

30 มี.ค. 2567 | 09:03น.
ส่องธุรกิจ “Mobility” ปตท. นวัตกรรม การขับเคลื่อนแห่งโลกอนาคต

จากปัญหาภาวะวิกฤตโลกร้อน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การแก้ไขปัญหาการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภาคขนส่ง นับเป็นประเด็นที่ทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญ นำมาสู่การเปลี่ยนผ่าน “การขับเคลื่อน” ด้วยนวัตกรรมใหม่ (Mobility) ที่สร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ที่ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ไม่เว้นแม้แต่เจ้าตลาด “น้ำมัน” ต่างก็ทรานส์ฟอร์มสู่นวัตกรรมการขับเคลื่อนแห่งอนาคต เพื่อก้าวสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ Net Zero ด้วยการพัฒนานวัตกรรมการขับเคลื่อนรูปแบบต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น “ยานยนต์ไฟฟ้า” หรือ EV

EV Value Chain กลุ่มอรุณ พลัส

“ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า” นับเป็นหนึ่งในธุรกิจใหม่ของ กลุ่ม ปตท. ที่ขับเคลื่อนโดย กลุ่มบริษัท อรุณ พลัส จำกัด (ARUN PLUS) ได้ขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยธุรกิจแบตเตอรี่ บริษัท นูออโว พลัส จำกัด (Nuovo Plus) ให้บริการแบตเตอรี่ประเภทลิเธียมไอออนแบบครบวงจร ได้ร่วมกับ บริษัท Gotion High-tech Co., Ltd. จัดตั้งบริษัทร่วมทุน บริษัท เอ็นวี โกชั่น จำกัด (NV Gotion) ดำเนินธุรกิจนำเข้า ประกอบ และจัดจำหน่ายโมดูลแบตเตอรี่และชุดแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า

โดยได้เปิดโรงงานประกอบชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ที่กำลังการผลิตเริ่มต้น 2 กิกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี และพร้อมขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นในอนาคต และจัดตั้งบริษัท เอ ซี เอนเนอร์ยี่ โซลูชั่น จำกัด หรือ ACE (เอซีอี) เพื่อดำเนินธุรกิจประกอบแบตเตอรี่ Cell-To-Pack เทคโนโลยีจากบริษัท Contemporary Amperex Technology Co. Limited (CATL) พร้อมจัดตั้งโรงงานและเดินสายการผลิตภายในปี 2567 รองรับการขยายตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทย

ธุรกิจจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้า ร่วมกับกลุ่มบริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) (MGC-ASIA) จัดตั้งบริษัทร่วมทุน บริษัท นีโอ โมบิลิตี้ เอเชีย จำกัด (Neo Mobility Asia) เพื่อดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ครอบคลุมบริการครบวงจร อาทิ บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า ประกันภัย สินเชื่อเช่าซื้อ ลีสซิ่ง สินเชื่อรีไฟแนนซ์ และบริการหลังการขาย โดยมีแผนเปิดตัวและจัดจำหน่ายช่วงไตรมาส 2 ปี 2567 และร่วมกับบริษัท Kwang Yang Motor Company Limited (KYMCO) จัดตั้งบริษัท เอไอออเนกซ์ จำกัด (Aionex) ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและให้บริการสถานีสลับแบตเตอรี่ โดยเริ่มจำหน่ายภายในปี 2567

ปตท.

ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานยานยนต์ไฟฟ้า ขยายสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) ภายใต้แบรนด์ ออน-ไอออน (on-ion) ครอบคลุมทั่วประเทศ จำนวน 66 สถานี กว่า 500 หัวจ่าย (ข้อมูล ณ มีนาคม 2567) ด้านบริษัท อีวี มี พลัส จำกัด (EVme Plus) ผู้ให้บริการยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจรระดับพรีเมี่ยมในประเทศไทย มีบริการเช่ายานยนต์ไฟฟ้าสำหรับบุคคลทั่วไป (B2C) และองค์กร (B2B) บริการให้คำปรึกษา บริการข้อมูลสถานีอัดประจุไฟฟ้า และบริการสมาชิก EVme Club บนแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยมีพื้นที่ให้บริการเช่าใน กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น และภูเก็ต

และเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้เปิดให้บริการ EVme Subs บริการเช่าใช้ EV ระยะยาวรูปแบบ Subscription พร้อมทั้งเปิดตัว EV รุ่น AION ES (ไอออน อีเอส) เจาะกลุ่มผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ บุคคลทั่วไป และผู้ขับแท็กซี่ โดยได้ส่งมอบรถแท็กซี่ไฟฟ้าให้กับผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะเพื่อทดแทนแท็กซี่ที่ปลดระวางแล้วกว่า 200 คัน

และขยายความร่วมมือกับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) นำรถแท็กซี่ไฟฟ้ามาให้บริการแก่ผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นตามเป้าหมายประเทศ ร่วมผลักดันเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ส่งเสริมสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

ธุรกิจ Logistic แห่งอนาคต

อีกด้านหนึ่ง ปตท.มี บริษัท โกลบอล มัลติโมดัล โลจิสติกส์ จำกัด (GML) ดำเนินธุรกิจตามภารกิจการเป็น Flagship ด้านโลจิสติกส์ ของกลุ่ม ปตท. เพื่อเชื่อมโยงระบบขนส่งหลายรูปแบบทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ รวมถึงบริหารทรัพย์สินสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโลจิสติกส์อย่างต่อเนื่อง

ในปี 2566 ที่ผ่านมา GML มีความคืบหน้าและความสำเร็จในการดำเนินงาน โดยมีการขนส่งสินค้าทางรางเส้นทาง ไทย-ลาว-จีน ไปยังมณฑลกว่างโจว เจิ้งโจว คุนหมิง ฉงชิ่ง และเฉิงตู รวมทั้งสิ้น 18 ขบวน จำนวน 210 ตู้คอนเทนเนอร์ และมีการขนส่งสินค้ากลุ่ม ปตท. ทางรางเที่ยวปฐมฤกษ์ เส้นทางไทย-กัมพูชา 1 ขบวน จำนวน 2 ตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อขนส่งเม็ดพลาสติกและน้ำมันหล่อลื่นของกลุ่ม ปตท. จากมาบตาพุดไปยังกรุงพนมเปญด้วยระบบรางตลอดทั้งเส้นทางเป็นครั้งแรก

ทั้งนี้ มีการขนส่งสินค้าทางรางเส้นทางในประเทศ รวม 30 ขบวน จำนวน 1,035 ตู้ นอกจากนี้ยังมีการทดสอบการพัฒนาตลาดในธุรกิจ Pallet โดยแบ่งเป็น Pallet Sales 4,000 ตัว และ Pallet Rental 19,300 ตัว

นับเป็นที่น่าจับตามองว่า การขับเคลื่อนพอร์ต ธุรกิจ ปตท. ในอนาคต จะมีจุดเปลี่ยนไปอย่างไร