โบรกฯ จับสัญญาณหุ้นไทยเดือน เม.ย.
2 โบรกฯส่องตลาดหุ้นไทยเดือน เม.ย. “บล.ทิสโก้” แนะช้อนซื้อหุ้นต้นเดือน คาดครึ่งเดือนหลังมีลุ้นดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้นรับข่าวดีจากงบฯปี 2567 เริ่มเบิกจ่าย-ดิจิทัลวอลเลตชัดเจน แนะนำลงทุนหุ้นบลูชิพขนาดใหญ่-หุ้นได้ประโยชน์จากการลดดอกเบี้ย-หุ้นส่งออก ขณะที่ “บล.เอเซีย พลัส” มองเดือน เม.ย.มีแรงกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ตลาดหุ้นยังไม่ชัดเจน
วันที่ 2 เมษายน 2567 นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 10 เมษายน 2567 คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.5% ตามเดิม แต่มีแนวโน้มที่จะมีมติเสียงคัดค้านเพิ่มขึ้นจากเดิม 5 : 2 ครั้งก่อน เป็น 4 : 3 ครั้งนี้ โดย บล.ทิสโก้คาดว่า กนง.มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายราว 0.50% หรือ -50 bps ในช่วงครึ่งปีหลัง
อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันตลาดเริ่มประเมินโอกาสที่ กนง.จะลดดอกเบี้ยได้เร็ว มีความเป็นไปได้มากขึ้น หลังจากที่ธนาคารกลางสำคัญของโลกส่งสัญญาณเชิงบวกต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยในปีนี้
จากการศึกษาวัฎจักรการลดอัตราดอกเบี้ยของ กนง.ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา พบว่าตลาดหุ้นไทยมักตอบสนองทางบวก (3 ใน 4 วัฏจักรดอกเบี้ยขาลงล่าสุด)
โดยดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ให้ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ย +19% (Max = +53%, Min = -21%) มีเพียงวัฏจักรการลดดอกเบี้ยครั้งล่าสุดที่ให้ผลตอบแทนติดลบ เพราะคาบเกี่ยวกับช่วงการเกิดวิกฤต COVID-19 ระบาดในช่วงต้นปี 2563
สำหรับวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง กลุ่มอุตสาหกรรมที่มักเคลื่อนไหวดีกว่าตลาด (โอกาส 75%) คือ กลุ่ม ICT (ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเดือนละ +2.6%), HELTH (+2.2%), FIN (+1.9%), PROP (+1.9%), BANK (+1.3%) และ COMM (+1.2%)
แม้ช่วงนี้ตลาดหุ้นไทยค่อนข้างซบเซา แต่หลังผ่านพ้นช่วงหยุดยาวสงกรานต์คาดจะกลับมาคึกคัก คาดหวังผลกระทบเชิงบวกจากการเริ่มใช้จ่ายเงินงบประมาณ และความชัดเจนของโครงการดิจิทัลวอลเลต ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนนี้ นอกจากนี้ เราได้ศึกษาความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยในช่วงหลังสงกรานต์นับตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา SET Index มีโอกาสสูงถึง 78% ที่จะปรับตัวขึ้น และให้ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ย +1.6% เพราะฉะนั้นนักลงทุนอาจหาจังหวะทยอยสะสมในช่วงครึ่งเดือนแรก เพื่อหวังผลในช่วงครึ่งเดือนหลัง
“โดยสรุป SET Index ยังมีแนวโน้มแกว่งย่ำฐานอยู่ในกรอบหลัก 1,350-1,405 จุดต่อไปในระยะสั้น อย่างไรก็ดี ภาวะเศรษฐกิจที่คาดจะฟื้นตัวเร่งขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังจากนโยบายการคลังหลังมีงบประมาณหลังปี 2567 เร่งเบิกจ่าย และนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายจากคาดการณ์ กนง.จะลดดอกเบี้ยลง 2 ครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง คาดจะหนุน SET Index ก้าวข้ามผ่านระดับ 1,405 จุดได้ในที่สุด โดย บล.ทิสโก้ ให้เป้าหมาย SET Index ปีนี้ที่ระดับ 1,500 จุด”
หุ้นที่ บล.ทิสโก้มองว่ามีโอกาสปรับขึ้นดีกว่าตลาด (Outperform) คือ หุ้นบลูชิพขนาดใหญ่ที่มีปัจจัยหนุนระยะสั้น แนะนำ BDMS, CPALL, PTTEP และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มการลดดอกเบี้ยในปีนี้ เด่น AEONTS, AP, MTC นอกจากนี้การอ่อนค่าของเงินบาทน่าจะเป็นผลดีต่อหุ้นส่งออก แนะนำ MEGA, TU เพราะฉะนั้นหุ้นเด่นของเราในเดือน เม.ย. คือ AEONTS, AP, BDMS, CPALL, MEGA, MTC, PTTEP และ TU ด้านแนวรับและแนวต้านสำคัญของ SET Index เดือนนี้อยู่ที่ 1,365-1,370 จุด และแนวรับถัดไปที่ 1,350 จุด แนวต้านสำคัญที่ 1,405 จุด และแนวต้านต่อไปที่ 1,430-1,440 จุด ตามลำดับ
ฟาก บล.เอเซีย พลัส ประเมินภาพเศรษฐกิจในช่วงเดือน เม.ย. จะเห็นแรงกระตุ้น แต่ตลาดหุ้นยังไม่ชัดเจน เนื่องจากเข้าสู่ช่วงวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง มีโอกาสเห็นการลดดอกเบี้ยช่วง 2Q67 บวกกับการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2567 ช่วยพยุงเศรษฐกิจช่วงที่เหลือของปี โดยที่ Fund Flow อาจสลับมาไหลเข้าบ้าง หลังการปรับลดกำไรเบาลง และ Upside ของ SET ยังมีเกินกว่า 200 จุด กลยุทธ์การลงทุนในเดือนนี้แนะนำหุ้นคาดหวังนโยบายการเงิน MTC การคลัง CK, SCCC, BJC, KBANK กำไร 2Q67 เด่น PTTGC, BGRIM
โดยช่วง 1Q67 ตลาดหุ้นไทยผ่านมรสุมมาพอสมควร จากเศรษฐกิจไทยที่ชะลอต่ำกว่าคาด โดย GDP4Q66 เติบโตเพียง 1.7% YOY กดดันกำไรบริษัทจดทะเบียนงวด 4Q66 เหลือเพียง 1.76 แสนล้าน บาท ต่ำคาดราว -30% พร้อมกับกำไรปี 2567 ถูกทยอยปรับประมาณการลงราว -12% รวมถึงดัชนี MSCI และ FTSE มีการปรับลดน้ำหนักหุ้นไทยลงหลายบริษัท กดดันให้ SET Index ยังอยู่ต่ำกว่า 1,400 จุด
ส่วนเริ่มต้นช่วง 2Q67 หลายปัจจัยประสานพร้อมกันช่วยพยุงเศรษฐกิจ ดังนี้
- การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2567 มูลค่า 3.48 ล้านล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 9.3% ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยจากหลายภาคส่วน ทั้งการใช้จ่ายภาครัฐ (G) มีช่วงเวลาเบิกจ่ายเพียง 6 เดือนเท่านั้น น่าจะเห็นเม็ดเงินไหลเข้าระบบที่รวดเร็วกว่างวดอื่น ๆ ภาคการการลงทุน (I) หลังจากรัฐบาลเดินสายกว่า 60 ประเทศ หวังมีเม็ดเงินไหลเข้า 5.58 แสนล้านบาท ภาคการบริโภค (C) มีการนำร่องขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท 10 จังหวัด ถือเป็นการเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชน
2. คาดหวังการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการเงินเร็วขึ้น สะท้อนได้จาก Bond Yield ไทยระยะ 1 ปี ถึง 9 ปี ลงมาต่ำกว่าดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.5% ทั้งสิ้น อีกทั้งเวลามติการประชุม กนง.เสียงแตก การประชุมครั้งถัดไปมีโอกาสถึง 75% ในการลดดอกเบี้ย
3. คาดหวังความเชื่อมั่นของนักลงทุน และปริมาณการซื้อขายค่อยกลับมา หลังทางการมีมาตรการที่ชัดเจนในการกำกับดูแลตรวจสอบ Short Selling และ Program Trading รวมถึงอาจเพิ่มชั่วโมงซื้อขายจาก 4 ชั่วโมงครึ่งต่อวัน เป็น 5 ชั่วโมงต่อวัน คาดเริ่มมีผลบังคับใช้ช่วง 2Q67 หนุน Turnover ของ SET มีโอกาสกลับมาสูงกว่า 70% ต่อปี ขณะที่แรงกดดันจากการปรับลดประมาณการเบาลง รวมถึง EPS GROWTH67F ยังดูโดดเด่นเติบโตถึง 17% จากฐานที่ต่ำ และ Upside จากเป้าหมายดัชนี 1,570-1,580 จุด พร้อมกับนโยบาย การเงินและการคลังที่ประสานแรงกระตุ้นเศรษฐกิจ คาดว่าจะช่วย ให้ Fund Flow ไหลเข้าหุ้นไทยมากขึ้นในช่วง 2Q67 ได้
กลยุทธ์การลงทุน บล.เอเซีย พลัส แนะนำ Buy and Hold หุ้น 3 ธีม คือ หุ้นรับงบประมาณปี 2567 ที่เร่งเบิกจ่ายในช่วง 6 เดือน CK, SCCC, BJC, KBANK, หุ้นรับวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง MTC, หุ้น High Season กำไรปี’67 โตเด่นกว่าตลาด PTTGC, BGRIM