เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
ดูทั้งหมด

“ธนารักษ์” ดึงเอกชนลงทุนท่าเรือภูเก็ต 30 ปี หนุนไทยเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวทางน้ำ

09 พ.ค. 2561 | 19:33น.

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ได้ลงนามในสัญญาให้บริษัทภูเก็ต ดีพ ซี พอร์ต จำกัด เป็นผู้รับสิทธิลงทุนและบริหารจัดการท่าเรือภูเก็ตเป็นระยะเวลา 30 ปี เพื่อพัฒนาจากท่าเรือร้างเป็นท่าเรือสำหรับท่องเที่ยว รองรับเรือสำราญขนาดใหญ่เป็นแห่งแรกของภาคใต้ และแห่งที่สองของประเทศไทยต่อจากท่าเรือแหลมฉบัง และช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ และผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวทางน้ำตามนโยบายของรัฐบาล

“โครงการนี้มีการดำเนินการมานานกว่า 2 ปี โดยผู้ชนะการประมูลเป็นบริษัทภูเก็ต ดีพ ซีพอร์ต ซึ่งเสนอค่าธรรมเนียมการจัดหาผลประโยชน์มาให้กรมฯ สูงสุดที่ 345 ล้านบาท มากกว่าเงื่อนไขที่กรมกำหนด 139 ล้านบาท และยังมีแผนลงทุนพัฒนาอีกกว่า 132 ล้านบาท เพื่อขยายหน้าท่าเรือ สร้างอาคารผู้โดยสาร การขูดเพิ่มความลึกล่องน้ำ และปรับปรุงลานจอดรถอีก ซึ่งจะรองรับนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักจากต่างชาติได้ เพราะปกติคนที่โดยสารมาทางเรือสมุทรขนาดใหญ่จะมีกำลังการใช้จ่ายสูงกว่าทางเครื่องบินมาก”

ส่วนแผนการพัฒนาท่าเรือที่เหลือของกรมธนารักษ์ ในส่วนท่าเรือสงขลา อยู่ระหว่างให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจร่างสัญญาเนื่องจากเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่เกินกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งตามระเบียบจะต้องเข้ากระบวนการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) ซึ่งคาดจะเสร็จและเริ่มประมูลได้ภายใน 2-3 เดือนนี้ ส่วนท่าเรือเชียงแสน ได้ให้เทศบาลตำบลเวียงเชียงแสนเป็นผู้พัฒนาเป็นท่าเรือท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้ทางเทศบาลได้ทำแผนพัฒนาทางท่องเที่ยวเสนอให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รับทราบเรียบร้อยแล้ว

สำหรับความคืบหน้าการต่อสัญญาการเช่าที่ราชพัสดุของ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะหมดสัญญาเช่าในปี 2565 ขณะนี้ได้ข้อสรุปราคาค่าเช่าแล้ว โดยกรมธนารักษ์จะต่อสัญญาเช่าฉบับใหม่ให้กับบริษัทไทยออยล์ไปอีก 30 ปี รวมค่าเช่าตลอดอายุสัญญาอยู่ที่ประมาณ 12,000 ล้านบาทต่อปี สูงกว่าราคาขั้นต่ำและราคาที่แจ้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ 8,600 ล้านบาทต่อปี ซึ่งคาดว่าจะเสนอให้ครม.พิจารณาได้ในเร็วๆนี้

 “เบื้องต้นไทยออยล์จะต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียมก้อนแรกประมาณ 2,900 ล้านบาท โดยการต่ออายุสัญญานั้นจะมีผลตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย. 2565-10 ก.ย. 2595 พร้อมอาคารสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน 80 รายการ โดยสัญญาเช่าที่ราชพัสดุจะสิ้นสุดในวันที่ 10 ก.ย. 2565 ส่วนการจัดเก็บรายได้ปีนี้ ธนารักษ์คาดว่าปีนี้จะสามารถจัดเก็บรายได้จากการให้เช่าที่ราชพัสดุได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 7,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่จัดเก็บได้ประมาณ 6,000 ล้านบาท”
นายวัลลภ พงษ์เลื่องธรรม ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ภูเก็ต ดีพ ซี พอร์ต จำกัด กล่าวว่า การลงทุนพัฒนาท่าเรือภูเก็ตระยะแรกจะใช้เงินกว่า 132 ล้านบาท เพื่อทำการขยายหน้าท่าให้มีความกว้างขึ้นอีก 60 เมตร จากปัจจุบัน 360 เมตร เป็น 420 เมตร ซึ่งจะช่วยให้รองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ซึ่งบรรทุกนักท่องเที่ยวได้เพิ่มขึ้นจากลำละ 2,500 คน เพิ่มเป็น 8,000 คนต่อเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวทางเรือสมุทรได้ไม่ต่ำกว่า 10% ต่อปี จากปัจจุบันที่มีเดินทางเข้ามา 2-3 แสนคนต่อปี
“ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการหลายรายสนใจเดินเรือเข้ามาไทยแต่มาไม่ได้เพราะท่าเรือใหญ่ไม่พอ ดังนั้นแผนการพัฒนาท่าเรือแห่งนี้จะทำเป็นท่าเรือสำราญขนาดใหญ่แห่งแรกในฝั่งอันดามันของไทย ช่วยเพิ่มโอกาสทางการท่องเที่ยวได้อีกมาก โดยคาดว่าใช้เวลาก่อสร้าง 18 เดือน ทำเสร็จและเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวได้ทันฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี 2562 และจากการที่บริษัทไปโร้ดโชว์ล่วงหน้ามาหลายแห่ง ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้เดินเรือสำราญจากทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง เกาหลี สิงคโปร์ ตลอดจนเรือสำราญจากยุโรป หรือแม้แต่ไมอามีจากสหรัฐอเมริกา ที่เข้ามาจองล่วงหน้าเต็มไปถึงปี 2563-2564”
ที่มา: ข่าวสดออนไลน์