เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

“ธนารักษ์” ดึงเอกชนลงทุนท่าเรือภูเก็ต 30 ปี หนุนไทยเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวทางน้ำ

09 พ.ค. 2561 | 19:33น.

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ได้ลงนามในสัญญาให้บริษัทภูเก็ต ดีพ ซี พอร์ต จำกัด เป็นผู้รับสิทธิลงทุนและบริหารจัดการท่าเรือภูเก็ตเป็นระยะเวลา 30 ปี เพื่อพัฒนาจากท่าเรือร้างเป็นท่าเรือสำหรับท่องเที่ยว รองรับเรือสำราญขนาดใหญ่เป็นแห่งแรกของภาคใต้ และแห่งที่สองของประเทศไทยต่อจากท่าเรือแหลมฉบัง และช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ และผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวทางน้ำตามนโยบายของรัฐบาล

“โครงการนี้มีการดำเนินการมานานกว่า 2 ปี โดยผู้ชนะการประมูลเป็นบริษัทภูเก็ต ดีพ ซีพอร์ต ซึ่งเสนอค่าธรรมเนียมการจัดหาผลประโยชน์มาให้กรมฯ สูงสุดที่ 345 ล้านบาท มากกว่าเงื่อนไขที่กรมกำหนด 139 ล้านบาท และยังมีแผนลงทุนพัฒนาอีกกว่า 132 ล้านบาท เพื่อขยายหน้าท่าเรือ สร้างอาคารผู้โดยสาร การขูดเพิ่มความลึกล่องน้ำ และปรับปรุงลานจอดรถอีก ซึ่งจะรองรับนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักจากต่างชาติได้ เพราะปกติคนที่โดยสารมาทางเรือสมุทรขนาดใหญ่จะมีกำลังการใช้จ่ายสูงกว่าทางเครื่องบินมาก”

ส่วนแผนการพัฒนาท่าเรือที่เหลือของกรมธนารักษ์ ในส่วนท่าเรือสงขลา อยู่ระหว่างให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจร่างสัญญาเนื่องจากเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่เกินกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งตามระเบียบจะต้องเข้ากระบวนการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) ซึ่งคาดจะเสร็จและเริ่มประมูลได้ภายใน 2-3 เดือนนี้ ส่วนท่าเรือเชียงแสน ได้ให้เทศบาลตำบลเวียงเชียงแสนเป็นผู้พัฒนาเป็นท่าเรือท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้ทางเทศบาลได้ทำแผนพัฒนาทางท่องเที่ยวเสนอให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รับทราบเรียบร้อยแล้ว

สำหรับความคืบหน้าการต่อสัญญาการเช่าที่ราชพัสดุของ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะหมดสัญญาเช่าในปี 2565 ขณะนี้ได้ข้อสรุปราคาค่าเช่าแล้ว โดยกรมธนารักษ์จะต่อสัญญาเช่าฉบับใหม่ให้กับบริษัทไทยออยล์ไปอีก 30 ปี รวมค่าเช่าตลอดอายุสัญญาอยู่ที่ประมาณ 12,000 ล้านบาทต่อปี สูงกว่าราคาขั้นต่ำและราคาที่แจ้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ 8,600 ล้านบาทต่อปี ซึ่งคาดว่าจะเสนอให้ครม.พิจารณาได้ในเร็วๆนี้

 “เบื้องต้นไทยออยล์จะต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียมก้อนแรกประมาณ 2,900 ล้านบาท โดยการต่ออายุสัญญานั้นจะมีผลตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย. 2565-10 ก.ย. 2595 พร้อมอาคารสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน 80 รายการ โดยสัญญาเช่าที่ราชพัสดุจะสิ้นสุดในวันที่ 10 ก.ย. 2565 ส่วนการจัดเก็บรายได้ปีนี้ ธนารักษ์คาดว่าปีนี้จะสามารถจัดเก็บรายได้จากการให้เช่าที่ราชพัสดุได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 7,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่จัดเก็บได้ประมาณ 6,000 ล้านบาท”
นายวัลลภ พงษ์เลื่องธรรม ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ภูเก็ต ดีพ ซี พอร์ต จำกัด กล่าวว่า การลงทุนพัฒนาท่าเรือภูเก็ตระยะแรกจะใช้เงินกว่า 132 ล้านบาท เพื่อทำการขยายหน้าท่าให้มีความกว้างขึ้นอีก 60 เมตร จากปัจจุบัน 360 เมตร เป็น 420 เมตร ซึ่งจะช่วยให้รองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ซึ่งบรรทุกนักท่องเที่ยวได้เพิ่มขึ้นจากลำละ 2,500 คน เพิ่มเป็น 8,000 คนต่อเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวทางเรือสมุทรได้ไม่ต่ำกว่า 10% ต่อปี จากปัจจุบันที่มีเดินทางเข้ามา 2-3 แสนคนต่อปี
“ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการหลายรายสนใจเดินเรือเข้ามาไทยแต่มาไม่ได้เพราะท่าเรือใหญ่ไม่พอ ดังนั้นแผนการพัฒนาท่าเรือแห่งนี้จะทำเป็นท่าเรือสำราญขนาดใหญ่แห่งแรกในฝั่งอันดามันของไทย ช่วยเพิ่มโอกาสทางการท่องเที่ยวได้อีกมาก โดยคาดว่าใช้เวลาก่อสร้าง 18 เดือน ทำเสร็จและเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวได้ทันฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี 2562 และจากการที่บริษัทไปโร้ดโชว์ล่วงหน้ามาหลายแห่ง ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้เดินเรือสำราญจากทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น จีน ฮ่องกง เกาหลี สิงคโปร์ ตลอดจนเรือสำราญจากยุโรป หรือแม้แต่ไมอามีจากสหรัฐอเมริกา ที่เข้ามาจองล่วงหน้าเต็มไปถึงปี 2563-2564”
ที่มา: ข่าวสดออนไลน์