เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แม้แต่ YouTube ยังต้าน ‘ละครสั้น’ ไม่ได้ เปิดตัว ‘Shorts Series’ หนุนครีเอเตอร์เสิร์ฟคอนเทนต์ตอนสั้น ๆ
Tech แม้แต่ YouTube ยังต้าน ‘ละครสั้น’ ไม่ได้ เปิดตัว ‘Shorts Series’ หนุนครีเอเตอร์เสิร์ฟคอนเทนต์ตอนสั้น ๆ
16 ซีอีโอชิง SET Awards 2569 ‘KTB-MOSHI-TISCO-TOA’ ติดโผ
Finance 16 ซีอีโอชิง SET Awards 2569 ‘KTB-MOSHI-TISCO-TOA’ ติดโผ
ส่งออกสะดุด! คลังสุวรรณภูมิแน่น สายการบินบางรายงดรับสินค้า สรท.จี้รัฐแก้โครงสร้างด่วน
Economic ส่งออกสะดุด! คลังสุวรรณภูมิแน่น สายการบินบางรายงดรับสินค้า สรท.จี้รัฐแก้โครงสร้างด่วน
กาญจนบุรีเร่งรับมือ เขื่อนวชิราลงกรณเพิ่มระบายน้ำ 3 แหล่งท่องเที่ยวปิดชั่วคราว
เศรษฐกิจภูมิภาค กาญจนบุรีเร่งรับมือ เขื่อนวชิราลงกรณเพิ่มระบายน้ำ 3 แหล่งท่องเที่ยวปิดชั่วคราว
ราคาทองวันนี้ (29 ก.ย. 69) ปรับลง 150 บาท ทองรูปพรรณ 66,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (29 ก.ย. 69) ปรับลง 150 บาท ทองรูปพรรณ 66,800 บาท
คมนาคมผุดโปรเจ็กต์ใหม่ MMR1 สร้างคู่ขนานเจ้าพระยา จากปากน้ำโพ-อ่าวไทย
Economic คมนาคมผุดโปรเจ็กต์ใหม่ MMR1 สร้างคู่ขนานเจ้าพระยา จากปากน้ำโพ-อ่าวไทย
12 หลักทรัพย์ต่อคิว IPO ‘TNCC-SUEN-QUICK’ ก.ล.ต.ไฟเขียวแล้ว
Finance 12 หลักทรัพย์ต่อคิว IPO ‘TNCC-SUEN-QUICK’ ก.ล.ต.ไฟเขียวแล้ว
สมุทรสงคราม จับตามวลน้ำแม่กลอง รับมือเขื่อนระบาย-ทะเลหนุนสูง
เศรษฐกิจภูมิภาค สมุทรสงคราม จับตามวลน้ำแม่กลอง รับมือเขื่อนระบาย-ทะเลหนุนสูง
สบน. ออกพันธบัตรเพื่อสังคม 1,000 ล้าน จัดหาเงินกู้ปรับโครงสร้างหนี้ สพพ.
Finance สบน. ออกพันธบัตรเพื่อสังคม 1,000 ล้าน จัดหาเงินกู้ปรับโครงสร้างหนี้ สพพ.
เขื่อนแม่กลอง จ่อเพิ่มระบาย 3,000 ลบ.ม./วินาที ราชบุรีเตือนริมน้ำเร่งอพยพกลุ่มเสี่ยง
เศรษฐกิจภูมิภาค เขื่อนแม่กลอง จ่อเพิ่มระบาย 3,000 ลบ.ม./วินาที ราชบุรีเตือนริมน้ำเร่งอพยพกลุ่มเสี่ยง
ดูทั้งหมด

โอกาส-ความท้าทาย “ไทย” สู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัล

11 พ.ค. 2567 | 13:43น.
digital

การที่ “สัตยา นาเดลลา” (Satya Nadella) ซีอีโอบิ๊กเทคระดับโลก “ไมโครซอฟท์” (Microsoft) ประกาศลงทุนตั้ง “Azure Region” ดาต้าเซ็นเตอร์ระดับภูมิภาคแห่งใหม่ในไทย ในงาน Microsoft Build : AI Day (1 พ.ค. 2567) ถือเป็นข่าวดีสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมต่อยอดสู่การเป็น “ดิจิทัลฮับ” ไปอีกขั้น ตามวิสัยทัศน์ “IGNITE THAILAND” ที่รัฐบาลได้ประกาศไปเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ว่าจะเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคใน 8 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ การท่องเที่ยว สุขภาพและการแพทย์ อาหาร การบิน ขนส่ง ยานยนต์แห่งอนาคต การเงิน และเศรษฐกิจดิจิทัล

ดัน “ไทย” เป็นดิจิทัลฮับ

ก่อนหน้านี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนสําคัญของวิสัยทัศน์ IGNITE THAILAND คือการเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค และของโลก เกี่ยวข้องกับการดึงดูดอุตสาหกรรมไฮเทคแห่งอนาคต เพื่อรักษาระบบนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัย รวมถึงการพัฒนาและจัดการโครงสร้างพื้นฐาน

โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้จัดให้อุตสาหกรรมดิจิทัลเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ เพื่อส่งเสริมการลงทุน ครอบคลุมมาตรการกระตุ้นการลงทุน และส่งเสริมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมดิจิทัลทั้งหมด

“ศักยภาพการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยขยับไปอีกขั้น หลังไมโครซอฟท์ประกาศตั้ง Data and AI Center แห่งแรกของไทย ทั้งยังได้หารือกับหัวเว่ย เรื่องการเพิ่มทักษะ และลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล โดยเฉพาะการสร้าง Localised AI หรือ AI ภาษาไทย ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล”

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เสริมด้วยว่า การประกาศแผนงานด้านโครงสร้างพื้นฐานของไมโครซอฟท์ ครอบคลุมถึงการจัดตั้ง Data and AI Center ระดับภูมิภาคแห่งใหม่ในประเทศไทย เพื่อขยายการให้บริการคลาวด์ให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น รวมไปถึงการพัฒนาทักษะด้าน AI ให้บุคลากรคนไทยกว่า 100,000 คน พร้อมสนับสนุนชุมชนนักพัฒนาในไทย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี และสอดคล้องกับพันธกิจของดีอี ในการส่งเสริมให้ภาครัฐ-เอกชน และประชาชน เข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลในยุคปัจจุบัน

“ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับไมโครซอฟท์ดำเนินการอย่างรวดเร็ว หลังลงนามความร่วมมือไปเมื่อปลายปี 2566 ที่ผ่านมา ตอนนี้อยู่ในช่วงของการหารือเรื่องขนาดการลงทุน ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย อาจช้ากว่าประเทศอื่น ๆ ที่มีการทำงานร่วมกันมากว่า 2-3 ปีแล้ว แต่เชื่อว่าการลงทุนของไมโครซอฟท์จะเป็นโอกาสอันดี และเพิ่มศักยภาพการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย”

ศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์

ด้าน นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการ BOI กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันมีผู้ขอรับการส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ 18 โครงการ คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 7 หมื่นล้านบาท มีทั้งโครงการของบริษัทในไทยและต่างประเทศ

ตัวอย่างของบริษัทในไทยที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ เช่น TRUE, Frasers Property และ Gulf-AIS ส่วนบริษัทต่างประเทศ เช่น Amazon Web Services, SUPERNAP, CtrlS ของอินเดีย และ Telehouse ของญี่ปุ่น เป็นต้น

“ใน 18 โครงการ ส่วนใหญ่จะมีความชัดเจนในแง่แผนการลงทุน และทำเลที่ตั้งหมดแล้ว เพราะดำเนินการหลายปี ซึ่งที่ตั้งส่วนใหญ่จะอยู่ในกรุงเทพฯ และจังหวัดชลบุรี สำหรับไมโครซอฟท์ หลังประกาศตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ไปแล้ว ก็เข้าสู่ช่วงของการฟอร์มทีมและศึกษาข้อมูลกับกฎระเบียบต่าง ๆ ก่อนยื่นหนังสือขอรับการส่งเสริมกับ BOI ต่อไป”

ย้ำจุดเด่นดึงการลงทุน

ขณะที่ นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานกรรมการ บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) กล่าวว่า การตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยเคยมองว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ปัจจุบันไม่เป็นเช่นนั้น ซึ่งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า WHA จะเซ็นสัญญากับบริษัทใหญ่ระดับโลกอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งความต้องการของเขาไม่ใช่แค่การซื้อที่ 15-20 ไร่ แต่เป็นที่ดินขนาด 500-600 ไร่ ใช้พลังงาน 400 เมกะวัตต์ สะท้อนว่าขนาดของดาต้าเซ็นเตอร์ที่จะมาตั้งใหญ่ขนาดไหน

“ตอนนี้รัฐบาลพยายามกรุยทางวางโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลในประเทศ ซึ่งไทยมีข้อได้เปรียบสิงคโปร์ด้านพลังงาน เรามีไฟสำรองเหลือเฟือ แต่เวลาบริษัทใหญ่ ๆ จะมาตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ ต้องการใช้พลังงานสะอาดหรือพลังงานหมุนเวียน 100% ต้องดูว่าเราพร้อมหรือยัง แล้วต้นทุนค่าไฟสีเขียวที่เราให้ได้จะดึงดูดใจเขาหรือเปล่า สมมุติให้หน่วยละ 4 บาทกว่า แล้วไม่มีส่วนลดให้ เขาจะตัดสินใจมาลงทุนในไทยหรือไม่”

มองโอกาสและความท้าทาย

นายวิลเลียม ซอง รองประธานอาลีบาบา คลาวด์ อินเทลลิเจนซ์ กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศที่เปิดรับการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างรวดเร็ว จึงมองว่าเป็นหนึ่งในผู้นำด้านดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในส่วนของอาลีบาบา คลาวด์ มีการพัฒนาโซลูชั่นให้ตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจไทยผ่านทีมประจำภูมิภาคที่ทำงานอย่างแข็งแกร่ง

“ไทยมีความพร้อมด้านดิจิทัลในหลาย ๆ ปัจจัย ทั้งเรื่องการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและความสามารถของทาเลนต์ รวมถึงรัฐบาลยังผลักดันนโยบายการใช้คลาวด์เป็นหลัก (Cloud First Policy) เพื่อขับเคลื่อนการทำงานในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งมองว่าโซลูชั่นของเราสามารถสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลได้ด้วย”

ด้าน นายเอริค เอช โลบ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายกิจการภาครัฐโลก เซลส์ฟอร์ซ (Salesforce) กล่าวว่า ไทยมีความพร้อมในการรับมือกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ และการใช้ AI ในองค์กร ขณะที่ภาครัฐมีความพยายามเปลี่ยนการทำงานให้เป็นรูปแบบดิจิทัล แต่อาจจะมีความท้าทายเรื่องการเชื่อมฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานอยู่บ้าง และถ้าเชื่อมได้อย่างสมบูรณ์ เชื่อว่าจะทำให้บริการของภาครัฐอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“เมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับตัวแทนของกระทรวงดีอี เกี่ยวกับการผลักดันนโยบาย Cloud First ทำให้เห็นถึงความตั้งใจ และความพยายามของทีมงานทุกคน ซึ่งเซลส์ฟอร์ซพร้อมให้การสนับสนุนด้วยโซลูชั่นที่มี ขณะนี้อยู่ระหว่างการให้คำแนะนำ และนำเสนอกรณีศึกษาต่าง ๆ กับทางกระทรวงดีอี”