Skip to content

รมว.แรงงาน ยืนยันเจตนารมณ์ ค่าแรง 400 บาท ฝากพาณิชย์คุมราคาสินค้า

13 พ.ค. 2567 | 17:13น.
รมว.แรงงาน ยืนยันเจตนารมณ์ ค่าแรง 400 บาท ฝากพาณิชย์คุมราคาสินค้า

กลุ่มแรงงานยื่นหนังสือขอค่าแรงเท่ากันทั่วประเทศ “พิพัฒน์” รมว.แรงงาน ยืนยันเจตนารมณ์ 400 บาท แต่ขอให้เข้าใจไม่ใช่ทำได้ตามที่คิดทั้งหมด ฝากกระทรวงพาณิชย์คุมราคาสินค้าไม่ให้สูงขึ้น

วันที่ 13 พฤษภาคม 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รับหนังสือจากกลุ่มแรงงาน ณ บริเวณด้านล่าง อาคารกระทรวงแรงงาน นำโดยนายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธาน และนายมานพ เกื้อรัตน์ แกนนำสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ที่ได้นำสมาชิกกว่า 150 คน มายื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมทำกิจกรรมแสดงจุดยืน และสนับสนุนให้มีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำเท่ากันทั้งประเทศ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้แถลงไว้

โดยกลุ่มแรงงานได้นำเครื่องอุปโภคบริโภคที่พี่น้องแรงงานจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน พร้อมติดป้ายไว้เพื่อแสดงให้เห็นว่าปัจจุบันค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้นทั่วประเทศ ค่าจ้างจึงต้องปรับอัตราเดียวกันทั้งประเทศเช่นกัน พร้อมส่งเสียงให้กำลังใจนายพิพัฒน์ที่จะปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาทเท่ากันทั้งประเทศ

นายพิพัฒน์กล่าวว่า ขอยืนยันถึงเจตนารมณ์ในการปรับค่าจ้าง 400 บาทเท่ากันทั่วประเทศ แต่ต้องเข้าใจว่ามันจะปรับค่าแรง 400 บาททั่วประเทศไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้ตามที่คิดและตั้งใจทั้งหมด แต่ก็จะเดินหน้าไปพร้อมกัน

“ผม และปลัดกระทรวง รวมถึงข้าราชการจะสู้เพื่อชาวแรงงานอย่างเต็มที่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้กระทรวงแรงงานไปพิจารณาค่าจ้างที่ได้มีการหารือกันแล้วคิดว่าถึงเวลาที่ต้องปรับ 400 บาท เพื่อเป็นก้าวแรกก่อน

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์จะต้องช่วยควบคุมราคาสินค้าไม่ให้สูงขึ้นเมื่อมีการปรับค่าจ้าง ส่วนกระทรวงแรงงานจะหารือสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า และเอสเอ็มอี เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านภาษี และการอัพสกิล-รีสกิล ให้กลุ่มลูกจ้าง โดยยืนยันจะทำให้เร็วที่สุดตามที่ได้รับมอบหมาย

จากนั้นนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมหารือผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมเอสเอ็มอีไทย โดยมีนายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน นางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมหารือ ณ ห้องประชุมประสงค์ รณะนันทน์ ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน

สำหรับการประชุมดังกล่าวมีสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมเอสเอ็มอีไทยเข้าร่วมกว่า 40 คน วัตถุประสงค์เพื่อรับฟังผลกระทบการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาทต่อวัน รับฟังความต้องการการช่วยเหลือจากผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ นำมากำหนดเป็นมาตรการช่วยเหลือ และนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง เสนอต่อคณะรัฐมนตรี

นายพิพัฒน์กล่าวว่า วันนี้ถือโอกาสเชิญทุกฝ่ายมาหารือกัน ซึ่งตนจะรับเรื่องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสภาอุตสาหกรรมฯ สภาหอการค้า เอสเอ็มอี และสมาคมต่าง ๆ ที่ได้หารือกันในวันนี้ เพื่อนำไปกำหนดแนวทางในการที่จะหาจุดสมดุลในการปรับค่าจ้างที่เหมาะสมร่วมกัน

“ตัวผมเองจะนำเรื่องนี้ไปหารือกับท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านได้ตั้งนโยบายไว้ว่า ในปี 2567 เราอยากจะเห็นค่าจ้าง 400 บาททั้งประเทศ สิ่งไหนที่สามารถทำได้เราก็จะเดินหน้า สิ่งไหนที่ติดปัญหาเราก็จะต้องจับเข่าคุยกัน เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด

โดยเฉพาะเมื่อค่าแรงขึ้นไปแล้วสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกอบการอยากจะให้รัฐบาลช่วยในเรื่องอะไร จึงอยากให้ผู้ประกอบการช่วยนำเสนอ เช่น การที่จะไปถึงตรงนั้นได้รัฐจะต้องสนับสนุนเรื่องอะไร เช่น การ Up skill/Re skill หรือสิทธิประโยชน์ด้านภาษี

สิ่งเหล่านี้เราคงต้องหารือกันมากกว่าในวันนี้ ซึ่งการประชุมของไตรภาคีในวันพรุ่งนี้ (14 พฤษภาคม 2567) เป็นเรื่องของไตรภาคีซึ่งเป็นไปตามกลไก ส่วนในอีก 76 จังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัด ซึ่งจะได้เชิญผู้ประกอบการทุกกลุ่มมาพูดคุยหารือกันเหมือนในวันนี้ว่ามีทางออกที่ดีที่สุดอย่างไร

ด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวภายหลังการประชุมหารือร่วมกับผู้ประกอบการว่า วันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่นายจ้างเห็นความสำคัญของการขึ้นค่าจ้าง ตามที่สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรมฯ สมาคมก่อสร้าง เอสเอ็มอี ผู้ประกอบการค้าปลีกในตลาดสดที่มีการใช้แรงงานอย่างเข้มข้นมายื่นหนังสือคัดค้านการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาททั่วประเทศ

“จากการหารือเพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้ประกอบการนั้น ในวันนี้กระทรวงแรงงานรู้สึกดีใจที่ทุกหน่วยงานเห็นด้วยกับการขึ้นค่าแรง แต่ว่าไม่เห็นด้วยกับการขึ้นพร้อมกันทั้งประเทศ และยังมองว่าเห็นใจลูกจ้างพี่น้องผู้ใช้แรงงาน เพื่อให้มีค่าครองชีพที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ ขอให้เป็นไปตามระบบเศรษฐกิจ

ซึ่งคณะกรรมการค่าจ้างจะพิจารณาอย่างรอบคอบตามหลักไตรภาคีอยู่แล้ว ว่าจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศอย่างไร โดยทางไตรภาคีจะมีการประชุมวันพรุ่งนี้ (14 พฤษภาคม 2567) และจะมีมติให้คณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดไปศึกษาแนวทางการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำของแต่ละจังหวัดมา เพื่อเข้าสู่คณะกรรมการค่าจ้างชุดใหญ่ในการพิจารณาขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาทต่อไป”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงแรงงาน ค่าแรง 400 บาท