Skip to content

บลูบิค โชว์ผลงานไตรมาส 1/2567 รายได้โต 38% กำไร 71 ล้านบาท

14 พ.ค. 2567 | 15:00น.
บลูบิค โชว์ผลงานไตรมาส 1/2567 รายได้โต 38% กำไร 71 ล้านบาท

บลูบิคชูผลประกอบการ Q1/67 โกยรายได้ 369 ล้าน โต 38% กวาดกำไร 71 ล้าน ตุนแบ็กล็อกแน่นกว่า 960 ล้าน ลั่นเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในปี 2568 

วันที่ 14 พฤษภาคม 2567 รายงานข่าวจากบริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK ที่ปรึกษาผู้ให้บริการด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ได้ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2567 โดยมีรายได้อยู่ที่ 369 ล้านบาท เติบโตขึ้น 38% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (YOY) และกำไรสุทธิอยู่ที่ 71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% YOY

เป็นผลจากความต้องการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมธนาคาร ประกันภัยเทคโนโลยีและค้าปลีก และยังมีงานแบ็กล็อกแล้ว 960 ล้านบาท (ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2567) ซึ่งจำนวนนี้มาจากบริษัทแม่และบริษัทย่อยในเครือ 699 ล้านบาท

รวมถึงบริษัทร่วมทุน 261 ล้านบาท เตรียมรับรู้รายได้มากกว่า 510 ล้านบาทในปีนี้ และที่เหลือจะทยอยรับรู้ในปี 2568-2571 สำหรับส่วนของบริษัทร่วมทุนคาดว่าจะรับรู้รายได้ทั้งหมดในปีนี้

ด้านนายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK ระบุว่า
แม้ความต้องการใช้เทคโนโลยียังคงเติบโต เพราะเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันทางธุรกิจทั้งในระยะสั้น-ยาว และยังช่วยลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจในแง่มุมต่าง ๆ แต่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่องได้กดดันให้ภาคธุรกิจเข้มงวดในการลงทุนมากขึ้น องค์กรธุรกิจมีการแบ่งซอยโครงการออกเป็นเฟส และใช้เวลาพิจารณาผลการประมูลงานนานขึ้น

ด้วยเหตุนี้บริษัทจึงมีการปรับแผนการดำเนินธุรกิจให้สอดรับกับภาวการณ์ดังกล่าวผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงานและเสริมแกร่งทีมงานบริหารและการขาย เร่งดำเนินแผน Synergy ระหว่างบริษัทแม่และบริษัทย่อยในเครือ ให้พร้อมบุกตลาดทั้งในและต่างประเทศ และรองรับทุกมิติความต้องการของลูกค้าได้ทันทีเมื่อทิศทางเศรษฐกิจกลับมาขยายตัวดีขึ้น

“ปี 2567 ถือเป็นอีกปีแห่งความท้าทายของภาคธุรกิจทั้งไทยและต่างประเทศ ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยลบหลายด้าน ได้แก่ สถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า ความผันผวนของตลาดการเงินโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและสภาพอากาศที่แปรปรวนที่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจ

โดยเฉพาะการลงทุนที่มีการชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการลงทุนของภาคธุรกิจน่าจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง โดยมีปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ การเบิกจ่ายงบประมาณและแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวและการส่งออก

ผนวกกับความต้องการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและลดต้นทุนในระยะยาวยังคงโตต่อเนื่อง ส่งผลให้การลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในภาคธุรกิจมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ”

ในส่วนของผลประกอบการไตรมาส 1 ประจำปี 2567 บริษัทมีกำไรสุทธิ 71 ล้านบาท โดยลดลง 18%
เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้านี้ (QOQ) และมีรายได้ 369 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.80% ซึ่งการปรับตัวลงของผลประกอบการเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้านี้เป็นผลมาจาก

1) ต้นทุนโครงการของงานบริการในต่างประเทศเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ เพื่อเร่งปิดและส่งมอบโครงการให้ได้ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว

2) ค่าเงินบาทแข็งตัวเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในช่วง Q1/24 ทำให้ต้นทุนค่า Subscription ของซอฟต์แวร์ต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

3) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวขึ้น เพื่อรองรับการขยายตัวอย่างยั่งยืนของกลุ่มบริษัทในอนาคต ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสำนักงาน และการจ้างบุคลากรด้านงานขายและผู้บริหารมืออาชีพ

นายพชรกล่าวว่า แม้ว่าบลูบิคต้องเจอกับช่วงเวลาที่ท้าทายหลายครั้ง แต่บริษัทยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา และในปีนี้ก็เช่นเดียวกัน นอกจากปัญหาด้านเศรษฐกิจแล้ว บริษัทกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวสู่การจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (Stock Exchange of Thailand-SET) ในปี 2568 เพื่อเสริมภาพลักษณ์การเข้าประมูลงานขนาดใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ สร้างการเติบโตให้บริษัทอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายที่วางไว้