เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
Automotive GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ดูทั้งหมด

กูรูส่องตลาดหุ้นสหรัฐ เดือน พ.ค. ยังน่าลงทุนหรือไม่ ?

15 พ.ค. 2567 | 13:34น.
dollar

มอนิ่งสตาร์ เปิดมุมมองการลงทุนหุ้นสหรัฐ เดือน พ.ค. แนะหุ้นกลุ่ม Value เพิ่มน้ำหนักลงทั้งหุ้นขนาดกลางและเล็ก ลดการลงทุน กลุ่ม Growth รวมไปถึงหุ้นขนาดใหญ่

วันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเดือนเมษายนที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐปรับลดลงจนราคาที่ซื้อขายกลับมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะหุ้นที่อยู่ในกลุ่ม Small-cap รวมไปถึงหุ้นในหมวดหมู่อสังหาริมทรัพย์ สื่อสาร และกลุ่ม Materials ที่ราคายังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น ขณะที่ภาพเศรษฐกิจยังอ่อนแอและเงินเฟ้อยังไม่ปรับลดลง

โดยจากบทความวิเคราะห์ Morningstar รายงานว่าในช่วงสิ้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา Morningstar US Market Index ปรับลดลง 4.30% และอยู่ต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็นหรือต่ำกว่า Fair values ที่ Morningstar ประเมินไว้ 2%

นอกจากนี้ผลตอบแทนของตลาดตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันพบว่ากว่า 85% ของผลตอบแทนเป็นผลมาจากราคาของหุ้นเพียง 10 บริษัทเป็นหลัก แต่คาดว่าภาพตลาดจากนี้จะมีผลตอบแทนที่ดีจากบริษัทอื่น ๆ มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบัน 10 บริษัทที่เป็นผู้นำตลาดนั้นมีมูลค่าอยู่ในจุดที่เหมาะสม หรือบางส่วนอาจสูงเกินกว่ามูลค่าพื้นฐานแล้ว ซึ่งมีเพียงบริษัท Berkshire Hathaway เท่านั้นที่ยังต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น

ทั้งนี้เราคาดว่าภาพตลาดกำลังจะเปลี่ยนไป โดยหุ้นที่เคยเป็นผู้นำให้ตลาดปรับเพิ่มขึ้นนั้นหากนับตั้งแต่ตลาดหุ้นได้ลงถึงจุดต่ำสุดจนปัจจุบันราคาหุ้นเหล่านั้นได้ปรับขึ้นมาจนเข้าสู่มูลค่าที่ควรจะเป็นแล้ว ดังนั้นจึงแนะนำให้หาโอกาสลงทุนในหุ้นที่ราคายังไม่ปรับเพิ่มขึ้น หรือหุ้นที่ยังไม่เป็นที่สนใจของนักลงทุนในตลาดและยังมีมูลค่าต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน

หุ้นกลุ่ม Growth ถูกขายอย่างมากในเดือนเมษายน

ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาหุ้นที่เป็น Growth stocks ปรับลดลงถึง 5.92% ซึ่งปรับลงมากกว่าหุ้นกลุ่มอื่น ๆ นอกจากนี้หากดูตามมูลค่าตลาดพบว่าหุ้นที่มีมูลค่าตลาดขนาดใหญ่หรือกลุ่ม Large-cap ปรับลดลงน้อยที่สุดหรือลดลง 3.87% ขณะที่กลุ่ม Mid-cap stocks ลดลงถึง 5.07% และ Small-cap stocks ลดลง 6.56%

หากดูตามมูลค่าพื้นฐานที่ควรจะเป็น พบว่าหุ้นคุณค่าหรือกลุ่ม Value ยังน่าสนใจลงทุนมากที่สุดเนื่องจากราคาซื้อขายในตลาดยังอยู่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง 9% ขณะที่กลุ่ม Growth stocks นั้นราคาปัจจุบันอยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้ว แต่หากแบ่งตามมูลค่าตลาดจะพบว่าหุ้นขนาดเล็กหรือกลุ่ม Small-cap น่าสนใจลงทุนมากที่สุด เนื่องจากราคาซื้อขายในตลาดยังอยู่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง 20% ตามมาด้วยหุ้น Mid-cap ที่ยังต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง 7% ขณะที่กลุ่ม Large-cap ปัจจุบันราคาซื้อขายอยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้ว

คำแนะนำการลงทุนคือควรที่จะให้น้ำหนักการลงทุนที่มากหรือ Overweight ในหุ้นกลุ่ม Value และ Overweight หุ้นขนาดกลางและเล็ก และให้น้ำหนักการลงทุนน้อยกว่าตลาดหรือ Underweight ในกลุ่ม Growth รวมไปถึงหุ้นขนาดใหญ่

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี อสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มเฮลท์แคร์

ราคาหุ้นในกลุ่ม อสังหาริมทรัพย์ เทคโนโลยี และกลุ่มเฮลท์แคร์ ปรับลดลงอย่างมากในเดือนที่ผ่านมา โดยกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ราคาหุ้นปรับลดลงเนื่องมาจากอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งในช่วงดังกล่าวบอนด์ยีลด์หรัฐปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 0.4% ด้านหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีส่วนหนึ่งปรับลดลงจากผลประกอบการที่ประกาศออกมา ขณะที่กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ราคาหุ้นยังคงยืนอยู่ได้ดีกว่าตลาด แต่ภาพรวมของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีถือว่ายังซื้อขายอยู่ในระดับมูลค่าที่แท้จริง

ดังนั้นจึงแนะนำให้น้ำหนักการลงทุนเท่าตลาด (Market-weight position) ส่วนหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์นั้นโดยรวมราคาปรับลดลงเป็นส่วนใหญ่ทำให้ราคาปัจจุบันปรับลดลงมาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง เราจึงแนะนำให้ลงทุนในหุ้นที่มีความสามารถในการแข่งขันระยะยาวและสอดคล้องไปกับแนวโน้มของสังคมผู้สูงวัยในอนาคต

หุ้นกลุ่มพลังงาน สาธารณูปโภค และกลุ่มอุปโภคบริโภค

ราคาหุ้นทั้ง 3 กลุ่มนี้ยังปรับขึ้นได้ดีหรือลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้นในเดือนที่ผ่านมา โดยหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคปัจจุบันซื้อขายอยู่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงเพียง 3% แต่ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่ยังดี เราจึงแนะนำให้น้ำหนักลงทุนเท่าตลาดอยู่ (Market-weight position) สำหรับหุ้นกลุ่มพลังงานราคาหุ้นซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็นเพียง 3%

อย่างไรก็ดี การลงทุนในกลุ่มพลังงานก็ยังช่วยป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อสูงและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ได้ ส่วนหุ้นกลุ่มอุปโภคบริโภคบางส่วนได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาสินค้าที่ยากขณะที่ต้นทุนก็ปรับสูงขึ้น แต่อนาคตก็คาดว่าบริษัทเหล่านี้จะสามารถเพิ่มอัตรากําไรจากการดําเนินงานให้กลับสู่ระดับปกติได้จากการขึ้นราคาและเพิ่มประสิทธิภาพ

อุตสาหกรรมอื่น ๆ

โดยรวมหุ้นในกลุ่ม Communications ยังถือเป็นโอกาสในการลงทุนที่น่าสนใจ ทั้งนี้ Alphabet ยังซื้อขายในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง 7%, Meta Platforms แม้ราคาจะยังสูงกว่ามูลค่าพื้นฐานแต่ก็ปรับลดลงมามากแล้วจากช่วงก่อนหน้า นอกจากนี้ AT&T และ Verizon ก็ยังมีราคาที่อยู่ในระดับต่ำและให้เงินปันผลที่สูง นอกจากนี้หุ้นในกลุ่ม Materials อย่างเช่น Newmont Mining นอกจากราคายังต่ำแล้วยังมีโอกาสทำกำไรในระยะสั้นได้จากราคาทองคำที่สูงขึ้น (แม้ว่าราคาทองในระยะยาวเชื่อว่าจะไม่น่าสนใจก็ตาม) ส่วนกลุ่ม Industrials ราคายังอยู่ในระดับสูงจนเกินไปและควรให้น้ำหนักการลงทุนที่น้อย เช่น Saia และ XPO Logistics

 เศรษฐกิจยังโตช้าและเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดการณ์

มองไปข้างหน้าคาดว่าแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐจะยังอ่อนแอต่อในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยคาดว่าแต่ละไตรมาสของปีนี้ GDP จะขยายตัว 1.00%-1.25% ต่อปี และขยายตัว 1.20% ในไตรมาสแรกของปี 2568 ส่วนอัตราเงินเฟ้อก็ยังอยู่ในระดับสูงในปีนี้ ทำให้การคาดการณ์ว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในช่วงเดือนกันยายนของปีนี้นั้นเป็นที่กดดันมากขึ้น

แต่ภาพรวมเราคาดว่าจากนี้อัตราเงินเฟ้ออาจจะไม่ได้แข็งแกร่งมากนักจากคาดการณ์ราคาที่อยู่อาศัยในอนาคตเริ่มปรับลดลง และคาดว่าอัตราการเติบโตของการจ้างงานรวมไปถึงค่าแรงก็มีแนวโน้มปรับลงเช่นกันอันเนื่องมาจากภาพเศรษฐกิจที่อ่อนแอ นอกจากนี้อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงก็จะส่งผลต่อการบริโภคให้ชะลอลงอีกด้วย โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่อาศัยและรถยนต์

คำแนะนำการลงทุน

สำหรับนักลงทุนระยะยาวในการจัดพอร์ตการลงทุนระหว่างหุ้นและตราสารหนี้ เนื่องจากราคาหุ้นตอนนี้อยู่ในระดับใกล้เคียงมูลค่าที่แท้จริงแล้วเราจึงให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นที่ Market weight หรือให้น้ำหนักเท่าตลาดไปก่อน เนื่องจากภาพเศรษฐกิจยังเติบโตช้าในอีก 2-3 ไตรมาสจากนี้ ทำให้ตลาดหุ้นผันผวนสูงขึ้นและในจังหวะที่ตลาดปรับลดลงมามากก็จะเป็นโอกาสให้นักลงทุนค่อยเพิ่มน้ำหนักลงทุนในระดับที่มากหรือ Overweight ได้

ทั้งนี้ Sector ที่น่าลงทุนและยังมีมูลค่าต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ได้แก่ Real estate, Communications, Materials

สำหรับตราสารหนี้แนะนำให้ลงทุนเพื่อรักษาอัตราผลตอบแทนที่ยังอยู่ในระดับสูงในปัจจุบันไว้ก่อน เนื่องจากคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับลดลงในอนาคต และแนะนำให้ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเนื่องจากส่วนต่างของอัตราผลตอบแทนระหว่างพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้เอกชน (High-yield) นั้นยังไม่มากพอที่จะชดเชยความเสี่ยงในการผิดนัดชำระได้มากพอ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้น หุ้นสหรัฐ