Skip to content

เปิดมุมมอง “หัวเว่ย คลาวด์” ทำไม “ไทย” เป็นหนึ่งในตลาดที่สำคัญ

22 พ.ค. 2567 | 12:19น.
เปิดมุมมอง “หัวเว่ย คลาวด์” ทำไม “ไทย” เป็นหนึ่งในตลาดที่สำคัญ
สัมภาษณ์

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการผลักดันไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน ตามวิสัยทัศน์ IGNITE THAILAND ที่รัฐบาลประกาศไปเมื่อ ก.พ. 2567 เริ่มมาจากการมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่ง โดยเปิดรับการลงทุนจากบริษัทต่าง ๆ ซึ่ง “หัวเว่ย” (Huawei) บิ๊กเทคสัญชาติจีน ถือเป็นหนึ่งในพันธมิตรการลงทุนด้านดิจิทัลที่เข้ามาปักหลักลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสพูดคุยกับ “เดวิด หลี่” ประธานกรรมการบริหารบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) ดังนี้

Q : การลงทุนคลาวด์

การสร้างความแข็งแกร่งให้โครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีที โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีคลาวด์ในไทย เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของหัวเว่ยเสมอมาในฐานะบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่ให้บริการคลาวด์สาธารณะชั้นนำในไทย เราได้นำแพลตฟอร์มคลาวด์ระดับโลกมาช่วยให้องค์กรทุกขนาดในทุกอุตสาหกรรมประยุกต์ใช้เพื่อขยายศักยภาพธุรกิจไปสู่การเป็นผู้เล่นชั้นนำ ทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค หรือแม้แต่ในระดับโลก ตามเจตจำนงของหัวเว่ยที่ประกาศชัดเจนว่าจะไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง และให้ความสำคัญกับธุรกิจท้องถิ่นทุกขนาดในประเทศ

โดยในปี 2565 ที่ผ่านมา หัวเว่ยเปิดตัวศูนย์ข้อมูลสำหรับให้บริการคลาวด์ (Availability Zone) ในไทยโดยเฉพาะ เป็นแห่งที่สามในกรุงเทพฯ ซึ่งในครั้งนั้นเราเป็นผู้ให้บริการระบบคลาวด์เพียงรายเดียวที่มีศูนย์ข้อมูลของตนเองในไทย และปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความเป็นส่วนตัวและการปกป้องข้อมูลในไทยอย่างเต็มรูปแบบ

Q : การเปิดตัว GaussDB

GaussDB เป็นฐานข้อมูล AI-Native ที่เราลงทุนมาตลอด 20 ปี ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้านดิจิทัลให้ลูกค้า ทำให้การเทรน AI โดยใช้ข้อมูลปริมาณมากมีประสิทธิภาพมากขึ้น รองรับข้อมูลปริมาณมาก และเชื่อมโยงระหว่างฐานข้อมูลของพาร์ตเนอร์ได้ราบรื่น ทั้งมีเครื่องมือ AI หลายตัวที่นำไปใช้งานได้ง่าย ไม่ซับซ้อน สนับสนุนการพัฒนาแอปพลิเคชั่นได้อย่างรวดเร็ว เหมาะกับธุรกิจทุกขนาดและมีรูปแบบการสมัครสมาชิกตามจำนวนผู้ใช้สำหรับกลุ่มเอสเอ็มอีด้วย

เรามีลูกค้าอ้างอิงจำนวนมากในไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และธนาคาร ที่มีการเคลื่อนไหวของข้อมูลและการทำธุรกรรมปริมาณมาก ต้องการระบบที่มีความปลอดภัยสูง จึงมั่นใจว่าจะมีส่วนในการเสริมสร้างอีโคซิสเต็มด้านดิจิทัลของไทยให้แข็งแกร่งขึ้น

Q : ภาพรวมการแข่งขัน

อุตสาหกรรมดิจิทัลเป็นอุตสาหกรรมที่มีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ภาพการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการคลาวด์มีการเปลี่ยนแปลงทุก ๆ 3-4 ปี เรามองว่าหัวเว่ยยังมีสถานะเป็นผู้นำในตลาด ด้วยจุดแข็งในการพัฒนาเทคโนโลยีและอีโคซิสเต็มให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

หัวเว่ยเข้ามาทำตลาดในไทยกว่า 25 ปีแล้ว มีทีมงานประจำภูมิภาคที่แข็งแกร่งและเข้าถึงความต้องการของลูกค้า ปัจจุบันมีทีมงานในไทยกว่า 2,000 คน

Q : มองโอกาสและความท้าทาย

ไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญสำหรับเรา เพราะเป็นประเทศที่มีความตื่นตัวด้านการใช้เทคโนโลยีและโซลูชั่นต่าง ๆ อย่างเห็นได้ชัด มีการลงทุนของภาครัฐ และกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง ทำให้งบประมาณด้านดิจิทัลของหน่วยงานต่าง ๆ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และจะยังคงขยายตัวตามความต้องการในอนาคต ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าโซลูชั่นของเราตอบโจทย์และสามารถให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดให้ยื่นขอใบอนุญาตจัดตั้งธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) ถือเป็นโอกาสใหม่ ๆ สำหรับพาร์ตเนอร์ หรือคู่ค้าทางธุรกิจของเรา โดยมองว่าเทคโนโลยีและโซลูชั่นที่เรามี แม้แต่ GaussDB ที่เพิ่งเปิดตัวในไทย จะสามารถรองรับข้อมูลปริมาณมหาศาลที่เกิดจากการทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้ โดยปัจจุบันได้ร่วมมือกับผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมและพาร์ตเนอร์ เพื่อให้การสนับสนุนเท่าที่จำเป็น

อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายบางปัจจัย ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่ต้องเผชิญกับความลำบากในยุคดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสร้างเทคโนโลยีและต่อยอดให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ โดยทั้งภาครัฐและเอกชนพยายามผลักดันให้เกิดสิ่งเหล่านี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เช่น แผน Digital Thailand เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงดิจิทัลในองค์กร เป็นต้น

นอกจากนี้ รัฐบาลยังพยายามผลักดันนโยบายการใช้งานคลาวด์เป็นหลัก (Cloud First Policy) ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมอีโคซิสเต็มด้านดิจิทัลของไทยไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาขีดความสามารถของคนในประเทศให้พร้อมต่อยอดสิ่งใหม่ ๆ และเป็นโอกาสที่กลุ่มสตาร์ตอัพหรือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะสร้างการเติบโตมากขึ้น

Q : แผนการลงทุนในไทย

ตอนนี้เรายังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดการลงทุนได้อย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นความลับทางธุรกิจ แต่ยืนยันว่าการลงทุนยังเพิ่มขึ้นและมีแผนที่จะขยายตัวไปยังพื้นที่ใหม่ ๆ แม้การลงทุนในที่ดิน อาคาร และเซิร์ฟเวอร์เป็นสิ่งสำคัญ แต่การลงทุนในบุคลากรก็สำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากพวกเขาเป็นขุมกำลังเพื่อสร้างการเติบโตด้านดิจิทัลของไทย โดยเรามุ่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนผู้ใช้ระดับกลาง และส่งเสริมการให้ค่าตอบแทนที่สูงในอุตสาหกรรม ซึ่งมีเป้าหมายที่จะพัฒนานักพัฒนาซอฟต์แวร์ AI ให้ได้ 30,000 คน

โดยดำเนินโครงการผ่านโปรแกรมต่าง ๆ เช่น เป็นพันธมิตรกับมหาวิทยาลัย นำเทคโนโลยีมาสอนนักศึกษาด้านการจัดการฐานข้อมูล การประมวลผลบนคลาวด์ AI และการเขียนโปรแกรม มี Asian Academy ฝึกอบรมวิศวกรไปแล้วราว 70,000 คน และโปรแกรม Cloud Startup Initiatives ที่ร่วมกับสตาร์ตอัพสนับสนุนการเติบโตผ่านการฝึกอบรม และส่งเสริมบุคลากรจากมหาวิทยาลัย

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หัวเว่ยสร้างงานในไทยทั้งทางตรงและทางอ้อมกว่า 6,000 ตำแหน่ง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการลงทุนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยให้เติบโต เป็นข้อได้เปรียบของเราเมื่อเทียบกับผู้ให้บริการคลาวด์รายอื่น

Q : การลงทุนของไมโครซอฟท์

หัวเว่ย ประเทศไทย เองลงทุนในศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ 3 แห่งแล้ว นับว่าเป็นผู้นำในตลาด และยินดีที่ผู้ให้บริการคลาวด์รายอื่น ๆ จะเข้าสู่ตลาดไทย

และมองว่านี่คือโอกาสในการร่วมมือและส่งเสริมการพัฒนาอีโคซิสเต็มด้านดิจิทัลของไทยไปด้วยกัน ซึ่งบริษัทจะยังลงทุนในตลาดไทยต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คลาวด์ Cloud ดิจิทัล หัวเว่ย