Right To Play กีฬาเชื่อมความสัมพันธ์
คอลัมน์ ระดมสมอง
โดย รณดล นุ่มนนท์
สวัสดีครับ งานวันปิดกีฬาสีแบงก์ชาติในวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้สร้างความสนุกสนาน ความประทับใจและรอยยิ้มให้กับพวกเรา พร้อมพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้ว่าพวกเราที่มารวมกันจากต่างสายงาน และมีเวลาจัดเตรียมการไม่นานนัก แต่เราก็สามารถรวมตัวกันแข่งกีฬาพร้อมเนรมิตกองเชียร์และเชียร์ลีดเดอร์ที่ขึ้นแสดงบนเวที แบบมืออาชีพ ถือเป็นโอกาสที่ทำให้พวกเราได้รู้จักพี่ ๆ น้อง ๆ ต่างสายงาน ปิดช่องว่างต่างวัย และสร้างความรักและผูกพันให้องค์กร
ทั้งนี้ พวกเรารับรู้เป็นอย่างดีถึงประโยชน์ของการเล่นกีฬาออกกำลังกาย
แต่มีองค์กรแห่งหนึ่ง ที่ชื่อว่า Right To Play ได้ใช้กีฬาเป็นสื่อสำคัญในการสร้างสรรค์สังคม และเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนในชุมชนให้ดีขึ้น โดยเฉพาะในสังคมที่ขาดโอกาสเช่นคนอื่น ๆ ด้วยปัญหาความยากจน ความเชื่อทางศาสนา และสงครามกลางเมือง
Right To Play ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2543 โดยนายโจฮานน์ โอลาฟ คอส ชาวนอร์เวย์ นักกีฬาสเกตน้ำแข็งโอลิมปิก ที่ได้มีโอกาสเดินทางไปประเทศเอริเทรีย (Eritrea) ประเทศในแอฟริกา ที่เพิ่งผ่านพ้นสงครามกลางเมือง ในฐานะทูตองค์กรโอลิมปิก และได้พบกับกลุ่มเด็กชายกลุ่มหนึ่งที่กำลังเล่นฟุตบอล ด้วยลูกบอลที่ทำจากเสื้อแขนยาวม้วนและผูกปมให้กลายเป็นลูกบอล และเกมนั้นต้องจบลงเมื่อเจ้าของเสื้อคนนั้นต้องกลับบ้าน และเมื่อเขาได้กลับไปยังเอริเทรียอีกครั้งหนึ่ง เพื่อมอบอุปกรณ์การเล่นกีฬาและมอบลูกฟุตบอลให้กับเด็กคนนั้น เพื่อไม่ต้องใช้เสื้อม้วนเป็นลูกฟุตบอลอีกต่อไป สื่อในนอร์เวย์ได้ประโคมข่าวว่า เป็นความคิดที่โง่เขลาที่สุด 1/2/4/
เมื่อโจฮานน์ได้เข้าพบประธานาธิบดีเอริเทรีย เขาได้แสดงความขอโทษที่ไม่ได้นำอาหารและปัจจัยสี่ที่จำเป็นมามอบให้ แต่ประธานาธิบดีกลับมองหน้าเขา
พร้อมกล่าวว่า “อุปกรณ์กีฬาเหล่านี้ เป็นของขวัญ ที่ดีที่สุดให้กับประชาชนของเขา แม้มันไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้พวกเขาดำรงชีวิตอยู่ แต่เป็นครั้งแรกที่ทำให้เด็ก ๆ ในประเทศได้โอกาสเช่นเดียวกับเด็กอื่น ๆ” เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เป็นแรงบันดาลใจให้โจฮานน์ เกิดแนวคิดที่จะจัดตั้งองค์กร Right To Play
แนวคิดขององค์กรแห่งนี้คือ การนำกีฬาไปสู่การเรียนรู้ให้กับเด็ก ๆ เพื่อการพัฒนาการศึกษา และเสริมสร้างทักษะชีวิต และช่วยยึดเหนี่ยวคนในชุมชน โดยเฉพาะทักษะในด้านความร่วมมือ ความเป็นผู้นำ การทำงานและอยู่ร่วมกัน ถือเป็นทักษะที่จะช่วยเด็กและเยาวชนในสังคมที่ขาดโอกาส และมีผลกระทบจากภาวะความยากจน ความขัดแย้ง ตลอดจนโรคภัยไข้เจ็บ
บาร่า (Barra) เด็กสาววัย 14 ปี ที่ครอบครัวอาศัยอยู่ในค่ายลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในประเทศจอร์แดน ที่อาศัยมาตั้งแต่รุ่นคุณยายของเธอ โดยอยู่ร่วมกับผู้ลี้ภัยกว่า 400,000 คน ที่มีทั้งเพื่อนร่วมชาติของเธอ และชาวซีเรีย ทุก ๆ เย็นหลังเลิกเรียน เธอจะต้องก้มหน้ากลับบ้านด้วยการเดินไปตามตรอกซอกซอยต่าง ๆ ที่มีบ้านของผู้ลี้ภัยปลูกไล่เรียงกันไปเป็นทิวแถว พร้อม ๆ กับได้เห็นเด็กผู้ชายออกมาเล่นฟุตบอลกันตามถนนอย่างสนุกสนาน และด้วยความเชื่อทางศาสนา เด็กผู้หญิงจะถูกห้ามออกไปเล่นนอกบ้าน และเป็นไปตามประเพณีนิยมที่จะถูกสั่งสอนและเติบโตให้พร้อมเป็นกุลสตรีในจารีตประเพณี ที่มักจะแต่งงานมีสามี โดยอายุเฉลี่ย 16 ปี หรือต่ำกว่า
แต่เมื่อ Right To Play ได้มาเปิดโครงการในค่ายลี้ภัยแห่งนี้ และเปิดโอกาสให้บาร่าได้เข้าร่วมโครงการเล่นกีฬาฟุตบอลภายในอาคารกีฬาที่สร้างขึ้น (เพื่อตอบโจทย์ที่ไม่ให้เด็กผู้หญิงเล่นกีฬากลางแจ้ง) ร่วมกับเพื่อน ๆ เด็กผู้หญิงกว่า 500 คน ในค่ายลี้ภัยที่ครูฝึกได้สอดแทรกการเรียนรู้ การทำงานเป็นทีม การเป็นผู้นำ และการสร้างการตระหนักรู้ถึงการมีส่วนร่วมและความเสมอภาค ทั้งนี้ เมื่อเล่นกีฬาจบ ครูฝึกจะนั่งล้อมวงกับเด็ก ๆ เพื่อพูดคุยกันว่า ได้เรียนรู้อะไรจากการเล่นกีฬา และสามารถนำไปประยุกต์กับชีวิตของเด็ก ๆ ได้อย่างไร ตามแนวสอนที่เรียกกว่า RCA หรือ reflect, connect and apply 3/
บาร่าได้ให้สัมภาษณ์ว่า “การได้เล่นฟุตบอลกับเพื่อน ๆ ทำให้ฉันได้ออกจากโลกแห่งความกลัว และกล้าที่จะพูดคุยกันในสิ่งที่ตนเชื่อ นอกจากนั้นเมื่อได้เล่นฟุตบอล ทำให้ฉันมีความคิดว่า ในสังคมที่ฉันอยู่ ไม่ใช่เด็กผู้ชายเท่านั้นที่จะนำความโชคดีมาสู่ครอบครัว แต่เด็กผู้หญิงก็มีความสามารถเช่นกัน ในตอนแรกของการหัดเล่นฟุตบอล ฉันเพียงฝันว่าจะเตะฟุตบอลให้เข้าประตู แต่มาวันนี้ ฉันฝันว่าสักวันหนึ่ง ฉันจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และเป็นครูสอนวิชาศิลปะในที่สุด”
และนี่เป็นเพียงตัวอย่างของเด็กคนหนึ่งที่โครงการ Right To Play ได้หยิบยื่นให้เด็กทั่วโลก มีการดำเนินกิจกรรมในกว่า 20 ประเทศ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา รวมทั้งประเทศไทย (จัดตั้งในปี 2549) และมีผู้ร่วมอาสาอยู่ในโครงการกว่า 16,000 คน
แหล่งที่มา : 1/ ดิษยตม์ ธนบุญชัย Right To Play เมื่อกีฬา “เชื่อมความสัมพันธ์” ผู้ลี้ภัยกับผู้คนในต่างแดน The Standard 20 มิถุนายน 2560 https://thestandard.co news-sport-right-to-play-relationships-with-refugee/
2/ RightToPlay, Who We Are http://www.righttoplay.com/Learn/ourstory/Pages/who-we-are.aspx
3/ How 14 year old Barra”s Dreams Have Grown From Scoring a Goal to Wanting to Become an Art Teacher http://www.righttoplay.com/moreinfo/aboutus/Pages/newsitem.aspxmarticleID=81
4/ กีฬาและการเล่น พัฒนาเด็กได้จริงหรือ ? วารสารกุลสตรี ฉบับที่ 1001 มกราคม 2560 http://righttoplay.or.th/th/news-and-media/news/177-right-to-play-on-kullastree-magazine.html