เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์กลับมาแข็งค่าท้ายสัปดาห์ หลังข้อมูลหลายทางหนุนเฟดคงดอกเบี้ย

24 พ.ค. 2567 | 18:27น.
ดอลลาร์

ดอลลาร์กลับมาแข็งค่าท้ายสัปดาห์ หลังข้อมูลหลายทางหนุนเฟดคงดอกเบี้ย

วันที่ 24 พฤษภาคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 20-24 พฤษภาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (20/5) ที่ระดับ 36.10/11 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (17/5) ที่ระดับ 36.20/22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงเคลื่อนไหวในกรอบเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในตลาด หลังเจ้าหน้าที่หลายคนของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าเฟดควรรอหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการชะลอตัวลงของเงินเฟ้อ ก่อนที่จะตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ย

อาทิ นายฟิลิป เจฟเฟอร์สัน กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าเงินเฟ้อของสหรัฐจะชะลอตัวลงสู่เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% แม้ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน เม.ย. จะออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ก็ตาม และปฏิเสธที่จะคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ โดยกล่าวเพียงว่าเขากำลังประเมินข้อมูลเศรษฐกิจและความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ อย่างระมัดระวัง เช่นเดียวกับ นายไมเคิล บาร์ กล่าวว่า ตัวเลขเงินเฟ้อที่มีการเปิดเผยในไตรมาส 1 ปีนี้ ไม่ได้ทำให้เขามีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าเฟดควรจะเริ่มผ่อนคลายนโยบายการเงิน

ทางด้านนางลอเร็ตตา เมสเตอร์ ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ ให้ความเห็นว่า แม้ข้อมูลเงินเฟ้อที่ออกมาชะลอลงในเดือน เม.ย. จะนับเป็นข่าวดี แต่ก็เร็วไปที่จะระบุว่าเงินเฟ้ออยู่ในแนวทางใด รวมทั้งเศรษฐกิจในตอนนี้ยังคงที่แข็งแกร่งเกินคาด ดังนั้นเฟดควรจะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงป็นเวลานานขึ้น

ด้านนายราฟาเอล บอสติก ประธานเฟดสาขาแอตแลนตา กล่าวว่า จะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งก่อนที่เฟดจะมีความมั่นใจว่า อัตราเงินเฟ้อจะชะลอตัวลงสู่ระดับเป้าหมาย และเขากล่าวเตือนว่า เมื่อวัฏจักรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้เริ่มต้นขึ้น ระดับสุดท้ายของวัฏจักรจะทรงตัวอยู่ที่ระดับสูงกว่าระดับอัตราดอกเบี้ยที่ประชาชนคุ้นเคยกันในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

ค่าเงินดอลลาร์เริ่มกลับมาแข็งค่าอีกครั้งในวันพุธ (22/5) ภายหลังจากที่เฟดได้ออกมาเปิดเผยรายงานการประชุมนโยบายการเงินประจำวันที่ 30 เมษายน-1 พฤษภาคม โดยมีใจความบ่งชี้ว่า กรรมการเฟดยังคงมีความกังวลเกียวกับอัตราเงินเฟ้อและยังคงไม่มั่นใจว่าเงินเฟ้อจะชะลอตัวลงมากถึงระดับที่ทำให้เฟดมีความมั่นใจว่าเงินเฟ้อจะเข้าสู่ระดับเป้าหมายที่ 2%

ทั้งนี้ บรรดากรรมการเฟดยังคงมองว่าแม้อัตราเงินเฟ้อสหรัฐจะชะลอตัวลงในปีที่แล้ว แต่ในช่วงเดือนที่ผ่านมายังคงไม่มีสัญญาณบ่งชี้ที่แน่ชัดว่าอัตราเงินเฟ้อได้ปรับตัวลงสู่เป้าหมาย อีกทั้งข้อมูลเงินเฟ้อครั้งล่าสุดยังแสดงให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อที่เกิดจากกลุ่มราคาอาหารและการบริการยังคงมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้คณะกรรมการเฟดมีการหารือกันถึงโอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

หากอัตราเงินเฟ้อยังคงไม่ชะลอตัวลงสู่ระดับเป้าหมายที่ 2% อีกทั้งบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดยังคงออกมาแสดงความกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อสหรัฐ อาจจะไม่สามารถปรับตัวลงมากพอที่จะทำให้เฟดมีความมั่นใจในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้ ส่งผลให้บรรดานักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดอาจจะตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับสูงเป็นเวลานานกว่าที่คาดการณ์ไว้

นอกจากนั้นแล้วในท้ายสัปดาห์ ค่าเงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากการเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้นซึ่งปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 60.9 ซึ่งเป็นระดับสูงสดในรอบ 2 เดือน จากระดับ 50.0 ในเดือน เม.ย. ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้น ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 54.8 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 12 เดือน จากระดับ 51.3 ในเดือน เม.ย. โดยการเพิ่มขึ้นของตัวเลขดังกล่าว ทำให้นักลงทุนเริ่มปรับการคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในปีนี้ โดยอาจจะเกิดขึ้นในเดือน พ.ย. จากเดิมที่คาดไว้ในเดือน ก.ย.

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ในวันจันทร์ที่ผ่านมา (20/5) ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ที่ 35.85 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากมีแรงขายดอลลาร์จากกลุ่มผู้ค้าทองคำในประเทศ หลังราคาทองคำทะยานขึ้นเหนือระดับ 2,450 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังมีรายงานว่าเฮลิคอปเตอร์ที่มี ประธานาธิบดี ไรซี และนายอับดุลลาห์ยานโดยสารมาด้วยนั้น ประสบอุบัติเหตุตกขณะกำลังบินข้ามภูเขาท่ามกลางหมอกลงจัด

ซึ่งข่าวการเสียชีวิตของประธานาธิบดีไรซี ส่งผลให้สถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางมีความเสี่ยงมากขึ้น นอกจากนี้ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) แถลงภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2567 เติบโต 1.5% สูงกว่าที่ตลาดคาดว่าจะเติบโตเพียง 0.7-0.8% โดยตัวเลข GDP ได้แรงหนุนจากการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวดี

รวมทั้งการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ยังเติบโตได้ดี อย่างไรก็ตาม สภาพัฒน์ได้ปรับคาดการณ์ GDP ในปี 2567 ลงเหลือเติบโต 2-3% หรือช่วงกลางของคาดการณ์ที่ 2.5% จากเดิมที่เคยคาดว่าจะเติบโต 2.2-3.2% เนื่องจากการส่งออกฟื้นตัวช้ากว่าคาด การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวต่ำกว่าที่เคยคาด และการลงทุนภาครัฐยังหดตัว

ซึ่งนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้ให้ความเห็นว่าตัวเลขเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2567 ขยายตัว 1.5% ต่อเนื่องจาก 1.7% ในไตรมาส 4/2566 ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ตัวเลข GDP ไม่ได้ติดลบ และไม่ได้อยู่ในภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่ถือว่าเติบโตต่ำกว่าที่คาดไว้ เพราะศักยภาพของไทยน่าจะเติบโตได้มากกว่านั้น โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน

ดังนั้น รัฐบาลจึงเห็นว่ามีความจำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น แม้ว่าปัญหาเศรษฐกิจไทยมาจากโครงสร้างซึ่งต้องใช้เวลา แต่บางอย่างสามารถทำได้เลย แต่วิธีกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นจะเป็นอย่างไรขอไปพิจารณาก่อนและจะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกครั้ง

อย่างไรก็ดี ค่าเงินบาทได้เริ่มปรับตัวอ่อนค่าอีกครั้งในวันถัดมาจากการแข็งค่าขึ้นของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งปัจจัยกดดันจากการเมืองภายในประเทศ โดยในวันพฤหัสบดี (23/5) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 รับพิจารณาคำร้องของกลุ่ม 40 สว. ไว้พิจารณาความเป็นนายกรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย กรณีเสนอแต่งตั้ง นายพิชิต ชื่นบาน ผู้เคยถูกศาลฎีกาลงโทษในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ทว่าศาลยังคงลงมติ 5 ต่อ 4 เสียง ให้นายเศรษฐาไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.85-36.75 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (24/5) ที่ระดับ 36.71/74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดวันจันทร์ (20/6) ที่ระดับ 1.0874/76 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (17/5) ที่ระดับ 1.0842/45 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ในวันศุกร์ (17/5) ที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากการประกาศอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนอยู่ที่ 2.4% เมื่อเทียบรายปีในเดือน เม.ย. ซึ่งสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดไว้ ในขณะที่นายลูอิส เดอ-กวินโดส รองประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวว่า ผู้กำหนดนโยบายของยูโรโซนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าอัตราเงินเฟ้อจะลดลงกลับมาที่เป้าหมายในปีหน้าจากแรงกดดันด้านราคาที่ลดลง

อย่างไรก็ดี ค่าเงินยูโรได้เริ่มอ่อนค่าลงในช่วงกลางสัปดาห์ หลังนางคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า หากข้อมูลบ่งชี้เงินเฟ้อชะลอตัว โดยนางลาการ์ดกล่าวให้สัมภาษณ์ต่อสถานีโทรทัศน์ RTE One ของไอร์แลนด์ว่า “มีความเป็นไปได้อย่างมากที่เราจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในวันที่ 5 มิ.ย. หากข้อมูลที่เราได้รับทำให้เรามีความมั่นใจว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวลงสู่ระดับ 2% ในระยะกลาง มีความเป็นไปได้อย่างมากที่เราจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในวันที่ 6 มิ.ย. หากข้อมูลที่เราได้รับทำให้เรามีความมั่นใจว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวลงสู่ระดับ 2% ในระยะกลาง”

ทั้งนี้ ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0803-1.0884 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (24/5) ที่ระดับ 1.0810/13 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดวันจันทร์ (20/5) ที่ระดับ 155.90/92 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (17/5) ที่ระดับ 155.82/84 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในสัปดาห์นี้ค่าเงินเยนยังคงทิศทางอ่อนค่ากว่าสกุลเงินอื่น ๆ ในภูมิภาค จากนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายของธนาคารกลางญี่ปุ่น แม้นายชุนอิชิ ซูซูกิ รมว.คลังญี่ปุ่น กล่าวเตือนว่า เขากังวลกับผลกระทบในทางลบที่เกิดจากการอ่อนค่าของเยน โดยตลาดควรจะเป็นฝ่ายที่กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนที่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน และเคลื่อนไหวอย่างมีเสถียรภาพ

นอกจากนี้ เขายังคงกล่าวเสริมว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะจับตาดูตลาดปริวรรตเงินตราอย่างใกล้ชิด และจะดำเนินมาตรการที่เหมาะสมตามความจำเป็น โดยในวันพฤหัสบดี (23/5) ได้มีการเปิดเผยตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (PMI) ชั้นต้นประจำเดือนพฤษภาคม ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 50.5 จากระดับ 49.8 ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นการทะลุระดับ 50.0 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ทั้งนี้ ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 155.47-157.19 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (24/5) ที่ระดับ 157.07/09 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ