เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
EV จีนนำเข้ารับมือภาษีสูงปรี๊ด เร่งตั้งโรงงานผลิตในไทยเร็วขึ้น
Automotive EV จีนนำเข้ารับมือภาษีสูงปรี๊ด เร่งตั้งโรงงานผลิตในไทยเร็วขึ้น
สภาพอากาศวันนี้ (19 ก.ย.) ทั่วไทยมีฝน 60-80% ของพื้นที่
News สภาพอากาศวันนี้ (19 ก.ย.) ทั่วไทยมีฝน 60-80% ของพื้นที่
อสังหาฯอีอีซีเริ่มฟื้น ดีมานด์นิคม-เมืองขยายพยุงตลาดคอนโด “ระยอง”น่าห่วงแบกสต๊อกอื้อ 7 ปีขายหมด
Real Estate อสังหาฯอีอีซีเริ่มฟื้น ดีมานด์นิคม-เมืองขยายพยุงตลาดคอนโด “ระยอง”น่าห่วงแบกสต๊อกอื้อ 7 ปีขายหมด
สมาคมคราฟท์เบียร์ จี้รัฐสกัดสุญญากาศกฎหมายโฆษณาเหล้า ชี้ปม ‘ลิซ่า’ ดักทางเจ้าหน้าที่มั่วตีความ
News สมาคมคราฟท์เบียร์ จี้รัฐสกัดสุญญากาศกฎหมายโฆษณาเหล้า ชี้ปม ‘ลิซ่า’ ดักทางเจ้าหน้าที่มั่วตีความ
‘เงินเฟ้อพุ่ง-ดอกเบี้ยขึ้น’ ปรับพอร์ตรับมืออย่างไร ไม่ให้เงินจม
Finance ‘เงินเฟ้อพุ่ง-ดอกเบี้ยขึ้น’ ปรับพอร์ตรับมืออย่างไร ไม่ให้เงินจม
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
ตรึงดอกเบี้ย 1% ยาวถึงปี’70 บิ๊กคอร์ปหันกู้แบงก์ต้นทุนถูก
Finance ตรึงดอกเบี้ย 1% ยาวถึงปี’70 บิ๊กคอร์ปหันกู้แบงก์ต้นทุนถูก
ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 5.9% อยู่ที่ 80,847 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 5.9% อยู่ที่ 80,847 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

นิด้าโพลเผย ปชช. “ไม่เชื่อ!” กุมภา”62 จะมีเลือกตั้ง เหตุเลื่อนบ่อย

13 พ.ค. 2561 | 14:39น.

13 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “ประชาชนอยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ตามกฎหมายการเลือกตั้งปัจจุบัน”

ทำการสำรวจระหว่างวันที่8 – 9 พฤษภาคม 2561 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง

จากการสำรวจเมื่อถามถึงความเชื่อมั่นว่าจะมีการเลือกตั้ง ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 โดยไม่มีการเลื่อนออกไปอีก

ส่วนใหญ่ พบว่าประชาชน ร้อยละ 57.76 ระบุว่า ไม่เชื่อมั่น เพราะยังไม่มีความพร้อม สถานการณ์บ้านเมืองยังไม่ปกติ มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและเลื่อนการเลือกตั้งมาแล้วหลายครั้งเลยทำให้ขาดความเชื่อมั่น
รองลงมา ร้อยละ 31.68 ระบุว่า เชื่อมั่น เพราะ บ้านเมืองเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว เชื่อมั่นในความสามารถและความพร้อมของรัฐบาล และจะได้เป็นไปตามแนวทางที่รัฐบาลได้วางไว้
และร้อยละ 10.56 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ
เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนอยากให้เข้ามาเป็นรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งต่อไป พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่

ร้อยละ 57.52 ระบุว่า พรรคการเมืองพรรคใหม่ ๆ เพราะอยากเห็นคนใหม่ ๆ นโยบายใหม่ๆ แนวคิดใหม่ๆ พรรคการเมืองใหม่ๆ เข้ามาบริหารและพัฒนาประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้น ขณะที่บางส่วนระบุว่า เบื่อการบริหารงานของพรรคการเมืองเก่า
ร้อยละ 37.36 ระบุว่า พรรคการเมือง พรรคเก่า เพราะ มีประสบการณ์ ทำงานอย่างมีระบบ เคยเห็นผลงานมาแล้ว มั่นใจในผลงาน มีความคุ้นเคยกับประชาชนเป็นอย่างดี เข้าใจและสามารถแก้ไขปัญหาได้ดีกว่าพรรคการเมืองพรรคใหม่
และร้อยละ 5.12 ระบุว่า ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ
เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนอยากให้ได้คะแนนเสียงมากที่สุด และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล (10 อันดับแรก) พบว่าส่วนใหญ่

อันดับ 1 ร้อยละ 32.16 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย
อันดับ 2 ร้อยละ 25.12 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ (หนุน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี)
อันดับ 3 ร้อยละ 19.20 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
อันดับ 4 ร้อยละ 11.60 ระบุว่าเป็น พรรคอนาคตใหม่
อันดับ 5 ร้อยละ 2.32 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชนปฏิรูป (นายไพบูลย์ นิติตะวัน) และพรรคเสรีรวมไทย ในสัดส่วนที่เท่ากัน
อันดับ 6 ร้อยละ 2.08 ระบุว่าเป็น พรรคชาติไทยพัฒนา
อันดับ 7 ร้อยละ 1.92 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย
อันดับ 8 ร้อยละ 1.28 ระบุว่าเป็น พรรคพลังชาติไทย (พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์)
อันดับ 9 ร้อยละ 0.72 ระบุว่าเป็น พรรคเกรียน
และอันดับ 10 ร้อยละ 0.08 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธรรมไทย
ด้านบุคคลที่ประชาชนอยากให้เป็นนายกรัฐมนตรี ตามกฎหมายการเลือกตั้งปัจจุบัน (10 อันดับแรก) พบว่า

อันดับ 1 ร้อยละ 32.24 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี)
อันดับ 2 ร้อยละ 17.44 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคเพื่อไทย)
อันดับ 3 ร้อยละ 14.24 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์)
อันดับ 4 ร้อยละ 10.08 ระบุว่าเป็นนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ (พรรคอนาคตใหม่)
อันดับ 5 ร้อยละ 7.92 ระบุว่าเป็น พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ (รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย)
อันดับ 6 ร้อยละ 6.24 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส (หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย)
อันดับ 7 ร้อยละ 3.44 ระบุว่าเป็น นายชวน หลีกภัย (อดีตนายกรัฐมนตรี)
อันดับ 8 ร้อยละ 2.08 ระบุว่าเป็น นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ (รองนายกรัฐมนตรี)
อันดับ 9 ร้อยละ 0.72 ระบุว่าเป็น นายปิยบุตร แสงกนกกุล (พรรคอนาคตใหม่)และนายอนุทิน ชาญวีรกูล (หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย) ในสัดส่วนที่เท่ากัน
และอันดับ 10 ร้อยละ 0.64 ระบุว่าเป็น พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ (พรรคพลังชาติไทย)
สำหรับปัญหาที่อยากให้นายกคนต่อไปเข้ามาแก้ไขมากที่สุด พบว่า

ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 71.04 ระบุว่า ปัญหาปากท้อง หนี้สินของประชาชน ปัญหาการว่างงาน และราคาพืชผลตกต่ำ
รองลงมา ร้อยละ 13.84 ระบุว่า ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน การใช้อำนาจโดยมิชอบ ผู้มีอิทธิพล ร้อยละ 6.40 ระบุว่า ปัญหายาเสพติด อาชญากรรม มิจฉาชีพ
ร้อยละ 4.64 ระบุว่า ปัญหาด้านคุณภาพการศึกษาของเด็กไทยในปัจจุบัน
ร้อยละ 2.72 ระบุว่า ปัญหาด้านสุขภาพการรักษาพยาบาล และการคุ้มครองความเสี่ยงของผู้บริโภค
ร้อยละ 1.12 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ปัญหาการคมนาคม ปัญหาด้านการบังคับใช้กฎหมาย ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ทุกข้อรวมกัน
และร้อยละ 0.24 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

 

 

อ่านต่อที่นี่

ที่มา ข่าวสดออนไลน์