Prime Minister
นายกรัฐมนตรี พร้อมชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญ เผย “วิษณุ” ร่วมทีมอยู่ยาว ชี้ประวัติศาสตร์ร่วมงานเพื่อไทยเป็นที่ประจักษ์ชัดเจน ด้านวิษณุ ย้ำได้รับมอบหมายจาก “หมอมิ้ง” เลขาธิการนายกฯ ตรวจเอกสารร่างสุดท้ายก่อนส่งศาลภายในวันที่ 7-8 มิ.ย.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 40 คน ยื่นคำร้องต่อประธานวุฒิสภา เพื่อส่งคำร้องขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน ผู้ถูกร้องที่ 1 และนายพิชิต ชื่นบาน ผู้ถูกร้องที่ 2 สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) (5) หรือไม่ และศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้พิจารณา ให้ผู้ถูกร้องส่งคำชี้แจงภายใน 15 วัน
ล่าสุดวันที่ 4 มิถุนายน 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ทีมงานมีการประชุมร่วมกับนายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายวิษณุอยู่ในทีมที่จะช่วยดูเรื่องนี้ และอีกหลาย ๆ เรื่อง
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีสัญญาใจในการช่วยงานกันหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า เวลาเราพูดเรื่องสัญญาใจกัน ก็เป็นเรื่องของคนสองคน ก็ขอความกรุณา
เมื่อถามว่า จะมาช่วยแค่ชั่วคราวเป็นภารกิจหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า “เชื่อว่าการอยู่ด้วยกัน ก็ต้องค่อย ๆ ทำงานไปด้วยกัน ผมรู้จักกับท่าน (นายวิษณุ) มานาน แต่ไม่เคยทำงานด้วยกัน คิดว่าเป็นเรื่องที่ต้องพัฒนาความสัมพันธ์กันไป ผมมั่นใจว่าถ้าผมทำให้ท่านมีความสุขได้ เราก็อยากจะอยู่กันไปนาน ๆ”
เมื่อถามว่า การที่ดึงนายวิษณุมาช่วยงานด้านกฎหมาย ดังนั้น สมาชิกพรรคเพื่อไทยควรต้องเคารพการตัดสินใจของนายกฯ ตรงนี้จะขอให้สมาชิกพรรคที่เห็นต่าง หยุดแสดงความเห็นหรือไม่ เพราะนายวิษณุช่วยงานมาตั้งแต่รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร นายเศรษฐากล่าวว่า “ผมเชื่อว่าประวัติศาสตร์มันชัดเจนและถูกเขียนไว้ชัดเจนอยู่แล้ว ไม่ทราบว่าจะอธิบายให้เยอะกว่านี้ได้อย่างไร เรามาดูผลงาน ดูความตั้งใจของท่านต่อไปในอนาคตดีกว่า และเชื่อว่าเป็นที่ประจักษ์ดีต่อทุก ๆ ฝ่ายอยู่แล้ว ไม่อยากพูดย้ำไปย้ำมา เพราะทุกคนทราบดีอยู่แล้ว”
ด้าน นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลก่อนเข้าประชุม ครม.ว่า เข้ามาทำเนียบรัฐบาลวันนี้ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ หรือตื่นเต้น ครั้งนี้มาทำงานตามที่นายกรัฐมนตรี จะปรึกษาและมอบหมาย และอนุญาตให้เข้าร่วมการประชุม ครม.ได้ เผื่อจะมีประเด็นอะไรที่ต้องการสั่งหรือถกเถียงอะไรกันระหว่างหน่วยงาน ตนก็จะได้เสนอความเห็น มีแค่นั้น และคงทำหน้าที่เหมือนครั้งที่นายพิชิต ชื่นบาน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเคยทำ
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯได้ขอให้ช่วยตรวจร่างคำชี้แจงที่จะส่งศาลรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า “หนีไม่พ้นต้องมีแน่ แต่คนที่ทำจริง ๆ คือทีมงานของนายกฯและนายพิชิต เป็นหนึ่งในทีมงานนั้น เพราะเป็นเรื่องของนายพิชิต ซึ่งนายกฯไม่ได้ทราบรายละเอียด”
“ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ทำความเห็นเสนอมา เช่นเดียวกับสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี แล้วนำมารวมกัน ก่อนที่จะให้ได้ตรวจ เมื่อเสร็จจากขั้นตอนนี้ก็คงจะมีคนอื่นตรวจสอบอีก ซึ่งได้ทราบว่าได้มีการจัดทำร่างฉบับแรกเสร็จแล้ว และจะส่งมาให้ผมดูในวันนี้ เพื่อให้นายกฯลงนาม และส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ในระหว่างวันที่ 7-8 มิถุนายนนี้”
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะสามารถชี้แจงรายละเอียดในร่างคำชี้แจงได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า อย่าเปิดเผยให้เสียรูปคดีเลย เพราะการจะสู้คดีคงไม่มีใครมาเปิดเผย เมื่อถามย้ำว่า มีผู้วิเคราะห์ความเสี่ยงของนายกรัฐมนตรี ในคดีนี้ว่าอยู่ที่ 50 : 50 นายวิษณุกล่าวว่า “ไม่ทราบ”
เมื่อถามว่าสามารถยืนยันได้หรือไม่ว่า การสู้คดีดังกล่าว นายกฯจะชนะได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า “ผมจะยืนยันได้อย่างไรว่า แพ้แหง ๆ ส่วนรายละเอียดนั้นยังไม่ได้ดู วันนี้จะได้ดู”
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายวิษณุเป็นผู้มีชื่อเสียง เกียรติยศ และฐานะดีอยู่แล้ว การกลับเข้ามาครั้งนี้ยังต้องการอะไรอีกหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า คิดว่าประเทศชาติน่าจะต้องการคนช่วยแก้ปัญหา เป็นคนเล็ก ๆ คนหนึ่งที่มาช่วยแก้ปัญหาให้รัฐบาลในสิ่งที่รัฐบาลมีข้อสงสัย ไม่ได้ต้องการเงิน เกียรติยศ และถือเป็นการลดเกียรติด้วยซ้ำไปจากรองนายกรัฐมนตรี เพราะมาเป็นที่ปรึกษา สมัยที่เป็นรองนายกฯ มีการตั้งที่ปรึกษาแบบนี้เกือบ 10 คน
นายวิษณุกล่าวว่า “ก่อนที่จะตัดสินใจมารับตำแหน่งนี้ มีเงื่อนไขเล็กน้อยในการรับตำแหน่งที่ปรึกษา ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างนายกฯกับผม แต่ไม่ขอเล่า ทั้งนี้ได้พูดคุยและซักซ้อมกับนายกฯ ในหลายอย่าง โดยเวลานี้นายกรัฐมนตรียังไม่มอบหมายงานอะไรให้ทำ ส่วนการตรวจร่างคำชี้แจงนั้นเป็นการมอบหมายจากเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช)”