พิชัย วางเป้าเร่งรัดเบิกจ่าย 70% สั่งกระทรวงใหญ่ส่งแผนชี้แจงภายใน 1 สัปดาห์
พิชัยนั่งหัวโต๊ะติดตามผลเร่งรัดการเบิกจ่ายงบฯลงทุน วางเป้าไม่ต่ำกว่า 70% สั่งมหาดไทย-คมนาคม-พลังงาน ทำการบ้านส่งแผนงานเบิกจ่ายภายใน 1 สัปดาห์
วันที่ 12 มิถุนายน 2567 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐว่า วันนี้ได้เรียกกรมบัญชีกลาง, สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) พร้อมผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามผลการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ ใน 3 มิติได้แก่ 1.ติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณ 2.การเบิกจ่ายงบฯลงทุนของรัฐวิสาหกิจ 3.โครงการใหม่ที่ใช้งบประมาณผ่านเงินกู้
ทั้งนี้ต้องยอมรับว่ากระทรวงหรือส่วนราชการแต่ละที่ไม่เหมือนกัน เช่น กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข ต้องดูแลหน่วยงานที่จะต้องใช้งบประมาณครอบคลุมทั้งประเทศ ซึ่งงบฯโครงการต่าง ๆ ที่มีมูลค่าเป็นหมื่นล้านบาท ก็กระจายไปทั่วประเทศ นั่นหมายความว่า โครงการก็มีจำนวนมาก เช่นนั้น โครงการที่ติดขัดก็ต้องมีการประสานงานกับท้องถิ่นด้วย รวมทั้งในปีงบประมาณ 2567 มีผลบังคับใช้ล่าช้า จึงได้ขอให้ส่วนราชการเร่งรัดการเบิกจ่ายให้เร็วเป็นพิเศษ
นายพิชัยกล่าวต่อว่า สำหรับรายงาน ตอนนี้ส่วนราชการมีการเบิกจ่ายงบฯลงทุนแล้วเกือบ 40% โดยเป้าหมายของกรมบัญชีกลางอยู่ที่ 21% ซึ่งหากไม่ทำอะไรเลยก็จะได้ตามเป้าหมายเท่านั้น ซึ่งการเร่งรัดก็เป็นข้อดีทำให้มีเม็ดเงินหมุนลงเศรษฐกิจ ซึ่งมีเป้าหมายว่าอยากให้สามารถเร่งรัดการเบิกจ่ายในปีงบประมาณ 2567 นี้ให้ได้ไม่ต่ำกว่า 70% ก็ยังเหลือเวลาทำงานอยู่ 3-4 เดือนต้องทำให้ได้
ทั้งนี้ คณะกรรมการยังดูเรื่องปัญหาติดขัดส่งผลให้การเบิกจ่ายอาจมีความล่าช้า ได้สั่งการให้กรมบัญชีกลางดูแลในเรื่องนี้ เช่น การร้องเรียน การอุทธรณ์ผลการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อลดปัญหาดังกล่าว ซึ่งจะต้องทำการบ้าน เพื่อมารายงานภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อให้มีการเดินหน้าการเบิกจ่ายได้ อย่างไรก็ตาม การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ จะต้องยึดหลักความถูกต้อง เหมาะสม และมีความโปร่งใส ชัดเจน เป็นไปตามกฎหมาย
นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการเบิกจ่ายงบฯลงทุนที่ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ที่กรมบัญชีกลางกำหนดไว้ที่ 21% ในไตรมาส 3 ของปีงบประมาณ 2567 นี้ โดยประธานได้สั่งการให้แต่ละกระทรวงชี้แจงสาเหตุการเบิกจ่ายล่าช้า รวมทั้งกำหนดให้จัดทำแผนงานคาดว่าจะมีการผูกพันและเบิกจ่ายได้มากน้อยเพียงใด
ทั้งนี้ การเร่งรัดการเบิกจ่ายขณะนี้จะให้ความสำคัญกับส่วนราชการ และกลุ่มจังหวัดต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมาย ส่วนใหญ่กระทรวงที่ยังเบิกจ่ายไม่เป็นไปตามเป้าหมายมีอยู่ประมาณ 10 กระทรวง โดยที่ประชุมให้ความสำคัญกับกระทรวงใหญ่ ที่มีโครงการใช้งบประมาณเกิน 1 หมื่นล้านบาทขึ้นไป โดยสั่งการให้กระทรวงเหล่านั้นกลับไปทำการบ้าน เพื่อมารายงานกรมบัญชีกลางภายใน 1 สัปดาห์ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ที่กำกับกลุ่มจังหวัดทั้งหมด ขอให้กำชับและเร่งรัดการเบิกจ่าย
นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า เป้าหมายการเบิกจ่ายรัฐวิสาหกิจ ในปีงบประมาณ 2567 อยู่ที่ 2.57 แสนล้านบาท โดย สคร.วางเป้าหมายให้เบิกจ่ายได้ไม่น้อยกว่า 95% ปัจจุบันเดือน พ.ค. 67 สามารถเบิกจ่ายได้แล้ว 51% สูงกว่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ 38%
ซึ่งในที่ประชุมก็ได้เร่งทุกรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกระทรวงสำคัญ คือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพลังงาน และกระทรวงคมนาคม ซึ่ง 3 กระทรวงดังกล่าว รวมกันแล้วจะมีผลเบิกจ่ายรวม 88% ของงบฯลงทุนรัฐวิสาหกิจทั้งหมด