เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรมท้องถิ่น ถอนตัวชิงเค้กเงินกู้ – มท.ยังเดินหน้า ชงแผนใช้รถอีวี – ตั้งสถานีชาร์จทั่วประเทศ
Politics กรมท้องถิ่น ถอนตัวชิงเค้กเงินกู้ – มท.ยังเดินหน้า ชงแผนใช้รถอีวี – ตั้งสถานีชาร์จทั่วประเทศ
ป่าเด็งโมเดล เพชรบุรี ไม่ทิ้ง-ไม่ฝังกลบแก้วิกฤตขยะ 2 ตัน/วัน
SD ป่าเด็งโมเดล เพชรบุรี ไม่ทิ้ง-ไม่ฝังกลบแก้วิกฤตขยะ 2 ตัน/วัน
‘เนเน่ รอยัล’ America’s Got Talent มือกีตาร์ไทยดังไกลอเมริกา
Biz Movement ‘เนเน่ รอยัล’ America’s Got Talent มือกีตาร์ไทยดังไกลอเมริกา
AWC ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สู่ MONA Bangkok ปั้นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก
Business AWC ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สู่ MONA Bangkok ปั้นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก
‘ชัชชาติ’ สปีด 100 วันแรก ลุยปราบโกง-บิ๊กโปรเจ็กต์-หั่นค่ารถไฟฟ้า
Real Estate ‘ชัชชาติ’ สปีด 100 วันแรก ลุยปราบโกง-บิ๊กโปรเจ็กต์-หั่นค่ารถไฟฟ้า
ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้โอกาสจะเห็นดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% ยากขึ้น แม้เงินเฟ้อไม่สูงอย่างที่คาดไว้เดิม
Finance ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้โอกาสจะเห็นดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% ยากขึ้น แม้เงินเฟ้อไม่สูงอย่างที่คาดไว้เดิม
รถไฟฟ้าสีม่วง“เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ” คืบหน้า 75.90% เปิดปี’73 เชื่อมการเดินทาง 3 จังหวัด
Economic รถไฟฟ้าสีม่วง“เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ” คืบหน้า 75.90% เปิดปี’73 เชื่อมการเดินทาง 3 จังหวัด
‘พิพัฒ พะเนียงเวทย์’ ตำนาน ผู้บุกเบิกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ‘มาม่า 5 ทศวรรษ’
Business ‘พิพัฒ พะเนียงเวทย์’ ตำนาน ผู้บุกเบิกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ‘มาม่า 5 ทศวรรษ’
‘เท้ง’ มอง ‘3 นายกฯ ตระกูลชิน’ เดินสายพบผู้นำเรื่องดีหากแก้ปัญหาประชาชนได้
Politics ‘เท้ง’ มอง ‘3 นายกฯ ตระกูลชิน’ เดินสายพบผู้นำเรื่องดีหากแก้ปัญหาประชาชนได้
แซมบ้าตายแล้ว
Columns แซมบ้าตายแล้ว
ดูทั้งหมด

BTC ยังคงผูกติดเงินเฟ้อ-อัตราดอกเบี้ย ราคายังไม่ตามคาดหลัง Halving

13 มิ.ย. 2567 | 17:03น.
Bitcoin

ราคา Bitcoin เคลื่อนไหวสวิงขึ้น 4% ตามตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐที่ดีกว่าคาด สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของหุ้นเทคโนโลยี และร่วงลงทันที 3% ยังกังวลการปรับลดดอกเบี้ยไม่เป็นไปตามคาด

วันที่ 13 มิถุนายน 2567 ราคา Bitcoin และตลาดคริปโตเคอร์เรนซีทั้งผลแสดง “สหสัมพันธ์” (Correlation) กับตลาดทุนอื่น ๆ เริ่มชัดในช่วงปี 2564 ตามบทวิเคราะห์ของ Bublik ได้แสดงความเชื่อมโยงกับราคาหุ้นเทคในกลุ่ม S&P500 ในแง่ของการแพร่กระจายความผันผวนเข้าสู่ตลาดทุนเหล่านั้น

จนกระทั่งเข้าสู่ฤดูหนาวคริปโตช่วงปี 2565-2566 ที่สอดคล้องกับวิกฤตเศรษฐกิจมากมาย ส่งผลถึงมูลค่าของเงินลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีที่ลดต่ำลงอย่างมาก

Bitcoin เริ่มมีความสัมพันธ์ที่แยกออกจากดัชนีหุ้นเทคโนโลยี และอัตราเงินเฟ้อในช่วงกลางปี 2566 และเห็นได้ชัดขึ้นเมื่อเข้าสู่เดือนมกราคม 2567 ที่มีการอนุมัติ BTC Spot ETF เมื่อบวกกับปัจจัยของเหตุการณ์ Bitcoin Halving ยิ่งทำให้การเคลื่อนไหวของบิตคอยน์หนีจากสหสัมพันธ์ (Correlation) กับตลาดอื่น ๆ พอสมควร

แต่อย่างไรก็ตาม หลังจาก Bitcoin ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 73,000 เหรียญสหรัฐในเดือนมีนาคม เหลือต่ำกว่า 57,000 เหรียญสหรัฐในเดือนพฤษภาคม 2567 จากสภาพของตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกที่อยู่ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยสูง ได้ดึงภาพรวมของ Bitcoin กลับสู่ความสัมพันธ์แบบดั้งเดิมที่ชัดเจนขึ้น

ดังที่เห็นว่าในการประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐ เมื่อคำคืนวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ผลออกมาว่าเงินเฟ้อเดือน พ.ค. ทรงตัว นับว่าสูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ ว่าจะเพิ่มขึ้นและลดลง 0.1% จาก 0.3% ในเดือนเมษายน เมื่อเทียบเป็นรายปี CPI เพิ่มขึ้น 3.3%

Coindesk รายงานว่า หากเทียบกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ของเดือนก่อนหน้าที่ 3.4% CPI ซึ่งไม่รวมต้นทุนอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนพฤษภาคม ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% และเทียบกับ 0.3% ในเดือนเมษายน เมษายน 3.6%

เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา Bitcoin (BTC) ตอบรับค่าเงินเฟ้อที่อ่อนตัวเช่นนี้ทันที โดยเพิ่มสูงขึ้นไปที่ 69,400 เหรียญสหรัฐ หรือ บวก 4% ในช่วงสั้น ๆ ก่อนปิดแท่งวันร่วงลงกลับมา 3% แทบอยู่ที่เดิม คือ 67,000 เหรียญสหรัฐ

รายงานของ Coindesk ยังระบุด้วยว่า ราคาคริปโตเคอร์เรนซี มี “ความอ่อนไหวสูง” ต่อข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐ

ตามรายงาน K33 Research ระบุไว้ว่า ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น และความหวังที่ลดลงในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะเป็นไปตามหวัง ส่งผลให้ราคา Bitcoin ร่วงลงจากราคาสูงสุดตลอดกาลที่ 73,000 เหรียญสหรัฐ เหลือต่ำกว่า 57,000 เหรียสหรัฐ ขณะที่ยังทรงตัวในปัจจุบัน แถว 66,000-67,000 เหรียญสหรัฐ นักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่าเงื่อนไขทางการเงินที่ผ่อนคลายลง

ตรงกันข้ามกับการคาดการณ์ของสหรัฐ ธนาคารกลางสำคัญหลายแห่งทั่วโลกได้เริ่มลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงแล้ว โดยธนาคารกลางยุโรปและธนาคารแห่งแคนาดาได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งช่วยผลักดันดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ให้ขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหนึ่งเดือน

ดังนั้น เมื่อเลข CPI ดีกว่าคาด นักเก็งกำไรที่เห็นว่า Bitcoin มีความสัมพันธ์กับเงินเฟ้อจึงเข้ามาเก็งกำไรจนพุ่งขึ้นไป 4% ก่อนจะ Pull back กลับมา

Coindesk ระบุว่าเหตุผลหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังการ Pull back คือนักลงทุน “ลดความเสี่ยง” จากสินทรัพย์ ดิจิทัล ก่อนรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพฤษภาคมและการประชุม FOMC ที่ประชุมตัดสินใจนโยบายการเงินว่า ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่อัตรา 5.25-5.50% ส่งผลให้กดดัราคา Bitcoin กลับลงไปด้วย

“Bitcoin จะผันผวน ตอบสนองรุนแรงต่อตัวเลขเศรษฐกิจ และสหสัมพันธ์ (Correlation) ในช่วง 30 วันของตลาดทุนสหรัฐที่เพิ่มสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022”

ชุมชนคริปโตเคอร์เรนซี คาดการณ์ว่า Bitcoin จะมีราคาเพิ่มขึ้นนับร้อยเปอร์เซ็นต์จาก All time high เดิม เมื่พิจารณาจากอดีตที่มีเหตุการณ์ Bitcoin Halving เป็นจุดเปลี่ยน แต่อาจใช้เวลาหลายเดือนหรือนับปีหลังผ่านจุดออลไทม์ไฮช่วง Halving เพียงแต่ ณ ปัจจุบัน ตามรายงานของ Coindesk ข้างต้นยังระบุด้วยว่า สิ่งที่จะขับเคลื่อนตลาดไปขนาดนั้น ต้องมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยหรือนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย

ซึ่งตามรายงานรายงานการคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐและคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ของเจ้าหน้าที่คณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คาดการณ์ค่ากลาง (Median) ของอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐปีนี้ที่ 2.1% ไม่เปลี่ยนแปลง คาดการณ์จากที่คาดไว้เมื่อเดือนมีนาคม

ส่วนอัตราดอกเบี้ย คาดการณ์ค่ากลางที่ 5.1% สูงกว่าที่คาดการณ์เมื่อเดือนมีนาคมว่าจะอยู่ที่ 4.6% ซึ่งบ่งชี้ว่าปีนี้เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยลงเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ตลาดมีความมั่นใจมากขึ้นมากว่าเฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนกันยายน เห็นได้จาก FedWatch Tool ของ CME Group ณ 01.25 น. (เวลาไทย) หรือ 25 นาทีหลังเฟดประกาศการตัดสินใจนโยบายการเงิน นักลงทุนให้น้ำหนักมากขึ้นเป็น 58.2% ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยลงไปสู่ระดับ 5.50-5.25% ในการประชุมในเดือนกันยายน เป็นการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นจาก 1 วันก่อน (11 มิถุนายน) ที่นักลงทุนให้น้ำหนัก 46.8% ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนกันยายน และยังให้น้ำหนักการคงดอกเบี้ยในเดือนกันยายนมากกว่าที่ 47.2%