Skip to content

“เกีย” ผนึก “สยามกลการอะไหล่-ยนตรกิจ” ทวงคืนตลาดเอ็มพีวี-ขยายโชว์รูม 5 เท่า

26 มิ.ย. 2567 | 07:16น.
“เกีย” ผนึก “สยามกลการอะไหล่-ยนตรกิจ” ทวงคืนตลาดเอ็มพีวี-ขยายโชว์รูม 5 เท่า

เกีย เปิดตัวพันธมิตรใหม่ “สยามกลการอะไหล่-ยนตรกิจ” เร่งผุดโชว์รูม-ศูนย์บริการ 20 แห่งทั่วประเทศ มั่นใจศักยภาพ พร้อมชิงส่วนแบ่งตลาด 5% ทั้งคู่ค้าและโปรดักต์ ภายใน 5 ปี

แหล่งข่าวจากบริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากบริษัท เกีย คอร์ปอเรชัน ตัดสินใจเข้ามาลงทุนเพื่อดำเนินธุรกิจในประเทศไทยแบบครบวจร ทั้งงานขาย, บริการหลังการขาย และโรงงานประกอบ ล่าสุดบริษัทได้ร่วมทุนกับบริษัท สยามกลการอะไหล่ จำกัด และบริษัท ลีนุตพงษ์โฮลดิ้ง จำกัด (ยนตรกิจ) ในการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพการดำเนินธุรกิจของรถยนต์เกียในประเทศไทย

โดยมีสัดส่วนหุ้นใน บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ดังนี้ ได้แก่ บริษัท เกีย คอร์ปอเรชัน (เกาหลี) ถือหุ้นในสัดส่วน 70% (เดิมถือ 75%) บริษัท สยามกลการอะไหล่ จำกัด 25% และบริษัท ลีนุตพงษ์โฮลดิ้ง จำกัด 5% มีทุนจดทะเบียน 700,000,000 บาท ขณะที่โรงงานผลิตรถยนต์อาจจะมีการลงทุนในอนาคตผ่าน เกีย แมนูแฟคเจอริ่ง ซึ่งจะเป็นการลงทุนโดย เกีย คอร์ปอเรชันเอง ในอนาคตต่อไป

“การร่วมทุนดังกล่าวเป็นการรวบรวมจุดแข็งและความเชี่ยวชาญอันหลากหลายของทั้ง 3 บริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์ อย่าง บริษัท สยามกลการอะไหล่ จำกัด ภายใต้ Siam Motors Group มีความโดดเด่นทั้งในด้านเครือข่ายการจัดจำหน่าย อะไหล่ยานยนต์ โลจิสติกส์ โซลูชั่นระบบขับเคลื่อน หรือ Powertrain รวมถึงการลงทุนในธุรกิจยานยนต์ และบริษัท ลีนุตพงษ์โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งอยู่ภายใต้กลุ่มบริษัท ยนตรกิจ คอร์ปอเรชั่น ที่มีชื่อเสียงด้านประสบการณ์อันยาวนานในการนำเข้าเทคโนโลยียานยนต์ชั้นนำจากยุโรปและเอเชียมากว่า 70 ปี

ขณะที่เกียมีความพร้อมด้านโปรดักต์ เราเชื่อว่าทั้ง 3 ส่วนจะช่วยผลักดันให้ เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) สามารถดำเนินธุรกิจที่จะส่งผลกระทบสู่การพัฒนาต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศที่โดดเด่นต่อไป”

ล่าสุด บริษัทได้มีการประกาศแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง ได้แก่ นายจอง วอน คัง (แอนดี้ คัง) ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานบริษัท และนายกิติสร ปุณณะหิตานนท์ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ โดยผู้บริหารใหม่ระดับสูงทั้งสองจะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนการเติบโตของ เกีย เซลส์ (ประเทศไทย)

ภายใต้แผนกลยุทธ์ขององค์กรที่ชื่อว่า “Plan S-5” เพื่อให้สามารถรักษาตำแหน่งผู้นำในฐานะ “Sustainable Mobility Solutions Provider” หรือ “แบรนด์ที่มุ่งตอบโจทย์การเดินทางอย่างยั่งยืน” รวมทั้งเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านเครือข่ายการขายและบริการหลังการขายที่ครอบคลุม เดินหน้าส่งมอบรถยนต์คุณภาพสูงหลากหลายรุ่นที่วางจำหน่ายในตลาดทั่วโลกให้กับลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง

สำหรับกลยุทธ์ “Plan S-5” ถือเป็นแผนการดำเนินธุรกิจในระยะยาว 5 ปี ระหว่างปี 2567 ถึง 2571 โดยมุ่งหวังที่จะบรรลุเป้าหมายสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ 1.การครองส่วนแบ่ง 5% ของตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในประเทศไทย 2.การเพิ่มสัดส่วนการทำตลาดรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวขึ้นเป็น 50% ของยอดจำหน่ายทั้งหมด 3.การก้าวขึ้นสู่ทำเนียบแบรนด์ที่มีการรับรู้จากผู้บริโภคสูงสุด 5 อันดับแรก และ 5.การขยายเครือข่ายดีลเลอร์ทั่วประเทศให้เติบโตขึ้น 5 เท่าตัว ทั้งนี้ ผู้บริหารทั้ง 2 ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งตั้งแต่เดือนเมษายน 2567 ที่ผ่านมา

ขณะที่นายกิติสร ปุณณะหิตานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้ามารับผิดชอบในการเป็นผู้นำทีมเกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ทั้งในด้านการขายและบริการหลังการขาย เพื่อรองรับการดำเนินงานของเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายให้เกิดประสิทธิภาพและมาตรฐานสูงสุด ครอบคลุมถึงหน้าที่ในการจัดกิจกรรมทางการตลาดและการวางแผนผลิตภัณฑ์ของ เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) โดยเชื่อว่าการเข้าใจความคาดหวังของผู้บริโภคเป็นกุญแจสำคัญสู่การชนะใจพวกเขา อันจะนำไปสู่ความสำเร็จในอนาคต โดยตั้งแต่ปี 2015 ถึง 2020

ด้านนายจอง วอน คัง หรือ แอนดี้ คัง ประธานบริษัท เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “แม้ว่าตลาดยานยนต์โดยรวมของไทยจะมีการเติบโตลดลง เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2024 แต่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าก็มีการเติบโตขึ้นถึง 37% (YOY) โดยเกียได้เล็งเห็นถึงโอกาสอันยิ่งใหญ่ในตลาด EV เนื่องจากลูกค้าค่อนข้างจะให้ความสนใจต่อเทคโนโลยีใหม่ และสามารถปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์ใหม่เหล่านี้ได้

โดยแบรนด์เกียมีรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ที่สามารถแข่งขันได้มากมายในตลาดทั่วโลก และเราจะศึกษาแนวโน้มของตลาดประเทศไทยอย่างใกล้ชิด แม้ว่าเกียจะถือว่าเป็นแบรนด์ใหม่ในประเทศไทย แต่ก็เป็นแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งในตลาดโลก เราจะไม่พยายามสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้น ๆ โดยใช้แนวทางที่ไม่สมเหตุสมผล โดยจะดำเนินแผนงานที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ระดับองค์กร ที่ชื่อว่า ‘Plan S-5’ ซึ่งเรามุ่งหวังที่จะรักษาตำแหน่งผู้นำของบริษัทในฐานะ “Sustainable Mobility Solutions Provider” หรือ “แบรนด์ที่มุ่งตอบโจทย์การเดินทางอย่างยั่งยืน”

รวมทั้งเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านเครือข่ายการขายและบริการหลังการขายที่ครอบคลุม สามารถส่งมอบรถยนต์คุณภาพสูงรุ่นต่าง ๆ ที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดทั่วโลกสู่ลูกค้าชาวไทยได้อย่างเต็มภาคภูมิ โดยปัจจุบัน เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) มีตัวแทนจำหน่ายครอบคลุมทั่วประเทศจำนวน 19 สาขา ในกรุงเทพฯ 10 สาขา และต่างจังหวัด 9 สาขา

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สยามกลการ เกีย KIA โชว์รูม