การเมืองกับเศรษฐกิจไทย
การเมืองกับเศรษฐกิจ
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
การเมืองกับเศรษฐกิจมีความเกี่ยวข้องกันอย่างแยกไม่ออก การวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจหรือแนวโน้มทางสังคม มักชี้ถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคม ที่ส่งผลต่อกันและกัน สังคม การเมืองที่เป็นธรรม และเศรษฐกิจที่เป็นธรรม จึงเป็นเป้าหมายอุดมคติของนานาประเทศ วิกฤตทางเศรษฐกิจ มักนำไปสู่วิกฤตทางการเมืองได้อย่างง่ายดาย ในทางกลับกัน วิกฤตทางการเมือง ก็ทำให้เศรษฐกิจปั่นป่วนได้เช่นกัน
ประเทศไทยเดินทางผ่านเหตุการณ์เหล่านี้มาหลายครั้งแล้ว โดยเฉพาะในระยะ 10 หรือ 20 ปีหลัง หลังจากรัฐประหาร 2549 และรัฐประหาร 2557 ปัญหาทางการเมืองจากการรัฐประหาร ทำให้ปัญหาทางเศรษฐกิจ และเกิดเสียงเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจนำพาประเทศกลับสู่ภาวะปกติ ทำให้เกิดการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2562 และล่าสุดในปี 2566 ที่การเมืองกลับเข้าสู่ระบบรัฐสภาเหมือนกับนานาประเทศ ถือเป็นแนวโน้มที่ดีว่าประเทศกำลังเดินหน้ากลับคืนสู่สภาพปกติ แม้ว่าจะยังมีอุปสรรคจากกฎกติกาบางอย่างในรูปของกฎหมาย และกลไกของระบบอันเป็นผลจากกฎกติกาจากยุครัฐประหาร
ในความคิดของประชาชน หากกล่าวถึงปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจ ผลสำรวจต่าง ๆ ชี้ว่า ประชาชนจะมีความเป็นห่วงเป็นใยว่า การเมืองที่วุ่นวายและควบคุมไม่ได้ จะนำไปสู่ความเสียหายทางเศรษฐกิจ ซึ่งหมายถึงการทำมาหากิน การทำอาชีพในระดับประชาชนทั่วไป หรือการทำธุรกิจในระดับของผู้ประกอบการ หลักประกันที่ดีของการเมืองและเศรษฐกิจ คือ ระบบที่เป็นธรรม มีความเป็นประชาธิปไตย มีประสิทธิภาพในการบริหารความขัดแย้ง ประชาชนมีเสรีภาพและได้รับการคุ้มครองสิทธิต่าง ๆ
ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นจากกฎหมาย ระเบียบของสังคม การสร้างการเมืองที่เป็นธรรม สร้างเศรษฐกิจที่เป็นธรรม เพื่อให้เกิดสังคมที่เข้มแข็ง เป็นงานสำคัญของรัฐบาล และต้องเริ่มต้นด้วยการสร้างกฎกติกาที่เป็นธรรม และยกเลิกกฎกติกาที่ไม่เป็นธรรมไปพร้อมกัน
ปัจจุบันสังคมไทยมีคดีความที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ที่สร้างความกังวลว่าจะนำไปสู่ความไม่เรียบร้อยทางเศรษฐกิจ อยู่ 2-3 เรื่อง ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหลายทิศทาง เกิดการคาดหมายไปต่าง ๆ นานา รวมถึงวิจารณ์ไปถึงตัวบทกฎหมายด้วยว่า เหมาะสมสอดคล้องกับยุคสมัยหรือไม่ บางคดีผู้ถูกฟ้องออกมาตั้งคำถามว่า มีการใช้กฎหมายแบบ 2 มาตรฐาน เลือกปฏิบัติด้วยการใช้ตัวบทกฎหมายที่แตกต่างกันในคดีที่คล้ายคลึงกัน
ซึ่งหากเป็นจริงก็เท่ากับสะท้อนความไม่เป็นธรรมในการใช้กฎหมาย ในการหาเสียงเลือกตั้งทั่วไป 2 ครั้งที่ผ่านมา พรรคการเมืองหลายพรรคได้เสนอต่อประชาชนว่า จะเข้ามาดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และแก้ไขกฎหมาย เพื่อเป็นเครื่องมือสร้างความเป็นธรรมมากขึ้น ถึงขณะนี้สภาพต่าง ๆ ในสังคมยืนยันว่า น่าจะถึงเวลาดำเนินการอย่างจริงจังในเรื่องนี้แล้ว