ไทย-กัมพูชา และ UNCLOS
บทบรรณาธิการ
กระทรวงการต่างประเทศแถลงข่าวเรื่อง ไทยตอบเข้าร่วมกระบวนการประนอมเกี่ยวกับข้อพิพาทในการกำหนดเขตทางทะเลภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) โดยนางมาระตี นะลิตา อันดาโม รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า เมื่อ 19 มิถุนายน 2569 ไทยแจ้งการตอบรับเข้าร่วมกระบวนการ UNCLOS ตามที่กัมพูชามีหนังสือแจ้งริเริ่มกระบวนการ เมื่อ 2 มิถุนายน โดยเนื้อหาที่ส่งถึงกัมพูชามี 3 ประเด็น
1.ไทยย้ำวัตถุประสงค์ของไทยในกระบวนการนี้ เพื่อกำหนดเขตทางทะเลเท่านั้น 2.แต่งตั้งผู้แทนไทยในกระบวนการ UNCLOS ได้แก่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ เป็นตัวแทนหลัก และนายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ เอกอัครราชทูต ณ คูเวต เป็นรองตัวแทน
3.แจ้งชื่อผู้ประนอมสองคน ที่ไทยเลือก ได้แก่ อัลเบิร์ต เจ. ฮอฟฟ์ แมน ชาวแอฟริกาใต้ และรือดิเกอร์ โวล์ฟรุม ชาวเยอรมัน ภายใน 30 วัน หรือตั้งแต่ 19 มิถุนายน 2569 ผู้ประนอม 4 คน 2 คน ที่ไทยเลือก และ 2 คน ที่ฝ่ายกัมพูชาเลือก ต้องแต่งตั้งคัดเลือกผู้ประนอมคนที่ 5 เพื่อทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการประนอม และจะใช้เวลาประมาณ 12 เดือน ขยายเวลาตามความเหมาะสม จัดทำรายงาน หารือ เจรจา หรือรับทราบมุมมองของทั้งสองประเทศ รวมเป็นข้อเสนอแนะให้ทั้งสองฝ่ายพิจารณาต่อไป
นางมาระตีชี้ด้วยว่า เอกสารข้อเสนอแนะไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่เป็นแนวทางให้ประเทศคู่กรณีใช้เป็นพื้นฐานในการเจรจาหาข้อยุติที่เป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่ายต่อไป ประเด็นสำคัญคือ การประนอมไม่ใช่การขึ้นศาล ผู้ประนอมไม่ใช่ทนายของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นผู้ที่มีความรู้ มีความเชี่ยวชาญ น่าเชื่อถือ เป็นคนกลางที่จะรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย และพยายามหาจุดสมดุลของสองฝ่ายผลลัพธ์ของการประนอมจะไม่ใช่คำพิพากษา หรือเป็นประเด็นที่มีผลผูกพันอย่างเป็นทางการ แต่เป็นข้อเสนอแนะแนวทางที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ ไทยในฐานะสมาชิกประชาคมระหว่างประเทศที่ดี ตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการประนอมภายใต้ UNCLOS
ในฐานะที่เป็นรัฐภาคีไทยมีความพร้อมและเตรียมการด้านต่าง ๆ โดยกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ ซึ่งจะนำเสนอความคืบหน้าอย่างเป็นระยะ ไทยเข้าร่วมกระบวนการด้วยความสุจริตใจ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากระบวนการประนอมจะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายยุติข้อพิพาทเรื่องเขตทางทะเลได้อย่างสันติและยั่งยืนในอนาคตต่อไป
นายเบญจมินทร์ สุกาญจนัจที อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กล่าวในช่วงตอบคำถามว่า กรณีของติมอร์-เลสเตได้ข้อยุติใน 12 เดือน กรณีไทยกับกัมพูชาอาจไม่จบภายใน 12 เดือน แต่น่าจะมีข้อแนะนำหรือแนวทางดี ๆ ที่จะใช้ในการเจรจาต่อไป ไม่อยากใช้คำว่าแพ้หรือชนะ แต่เชื่อว่าจะชนะด้วยกันทั้งคู่ หากมีเส้นเขตแดนที่ชัดเจน เพราะเรื่องนี้ค้างเติ่งมา 25-26 ปี เราไม่สามารถใช้ทรัพยากรทางทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วจะชนะด้วยกันทั้งสองฝ่าย การแถลงข่าวครั้งนี้ ทำให้เห็นภาพของการเจรจาที่จะเกิดขึ้นได้ชัดเจนขึ้น และน่าติดตามว่า จะนำไปสู่ทางออกที่สองฝ่ายยอมรับได้อย่างไรหรือไม่