“อีริคสัน” เผยผู้ใช้ 5G ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ สิ้นปี 2566 อยู่ที่ 61 ล้านราย คาดปี 2572 เพิ่มขึ้นเป็น 560 ล้านราย หลังรับแรงหนุนจากอุปกรณ์ราคาไม่แพง-โปรโมชั่น-แพ็กเกจบันเดิล พร้อมขับเคลื่อนดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในไทย ผ่านการตั้ง 5GIX Studio ในโครงการ Thailand Digital Valley
วันที่ 3 กรกฎาคม 2567 รายงาน Ericsson Mobility ประจำเดือนมิถุนายน 2567 เปิดเผยว่า จำนวนผู้ใช้ 5G ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียภายในปี 2572 จะเพิ่มสูงถึง 560 ล้านราย โดย ณ สิ้นปี 2566 มียอดผู้ใช้ 5G ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ที่ 61 ล้านราย
ซึ่งผู้สมัครใช้บริการ 5G ในระดับภูมิภาคยังคงเติบโตต่อเนื่อง เป็นผลมาจากที่ผู้ใช้ย้ายมาใช้เครือข่าย 5G โดยได้รับแรงหนุนจากอุปกรณ์ 5G ที่ราคาไม่แพง โปรโมชั่นการขายที่ดึงดูดใจ ส่วนลด และแพ็กเกจบันเดิลการใช้ดาต้าขนาดใหญ่จากผู้ให้บริการ
รวมถึงในปี 2572 จะมียอดการใช้ดาต้าต่อสมาร์ทโฟนของผู้ใช้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นเป็น 42 จิกะไบต์ต่อเดือน จากในปี 2566 ที่ 17 จิกะไบต์ต่อเดือน ส่วนยอดการใช้ดาต้าต่อสมาร์ทโฟนของผู้ใช้ในไทย ปี 2566 อยู่ที่ 33 จิกะไบต์ต่อเดือน และคาดว่าในปี 2573 จะเพิ่มเป็น 78 จิกะไบต์ต่อเดือน
นอกจากนี้ รายงานฉบับดังกล่าวยังเปิดเผยด้วยว่า ปัจจุบันมีผู้ให้บริการด้านการสื่อสารทั้งหมดกว่า 300 รายทั่วโลก ที่เปิดให้บริการ 5G โดยมี 50 ราย ที่เปิดให้บริการ 5G Standalone (หรือ 5G SA) ซึ่ง 5G ยังคงเติบโตต่อเนื่องในทุกภูมิภาค
และคาดว่าในปี 2572 จะมีผู้ใช้ 5G คิดเป็นสัดส่วนราว 60% ของจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือทั้งหมด โดยช่วง 3 เดือนแรกของปี 2567 มีผู้ใช้ 5G เพิ่มขึ้นทั่วโลกถึง 160 ล้านราย ส่วนอีริคสันเปิดบริการเครือข่าย 5G ไปแล้ว 162 เครือข่าย ใน 69 ประเทศทั่วโลก
นายแอนเดอร์ส เรียน ประธานบริษัท อีริคสัน ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า 5G เป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้ผู้บริโภค องค์กรธุรกิจ และอุตสาหกรรมต่าง ๆ สามารถใช้บริการใหม่ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอีริคสันพร้อมส่งเสริมความร่วมมือและนวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อทำให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากเครือข่าย 5G
ทั้งนี้ อีริคสันได้จัดตั้ง 5G Innovation and Experience Studio (5GIX Studio) พื้นที่สร้างสรรค์นวัตกรรม 5G ที่ใช้เครือข่ายแซนด์บ็อกซ์ 5G ของอีริคสัน ในโครงการ Thailand Digital Valley ซึ่งเป็นความร่วมมือกับรัฐบาลไทยผ่านทางสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เพื่อเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในไทย
สำหรับห้องปฏิบัติการภายในสตูดิโอจะถูกใช้ในการพัฒนา ทดสอบ ตรวจสอบ และให้การรับรองยูสเคส 5G ใหม่ ๆ มาใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ร่วมกับพันธมิตรจากทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นพื้นที่จัดแสดงความหลากหลายของยูสเคส 5G รวมถึงหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMR) เครื่องจักรการผลิตอัตโนมัติที่เป็นความร่วมมือกับมิตซูบิชิ และกล้อง CCTV 360 องศาแบบสวมใส่ได้
“หวังว่า 5G Innovation and Experience Studio ในโครงการ Thailand Digital Valley จะส่งเสริมให้เกิดยูสเคสใหม่ ๆ ในประเทศไทย และใช้ประโยชน์จากศักยภาพของ 5G ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ผ่านการทำงานร่วมกับผู้ให้บริการอื่น ๆ ในระบบนิเวศ ช่วยขับเคลื่อนการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งคนไทย เศรษฐกิจ และประเทศชาติ”