เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ABC-Mart เล็งบุกไทย-อินโดนีเซีย
Business ABC-Mart เล็งบุกไทย-อินโดนีเซีย
ตร.สอบ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ปมหุ้น TRUE ยันแค่เคยซื้อกองทุน 10 ปีก่อน
Finance ตร.สอบ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ปมหุ้น TRUE ยันแค่เคยซื้อกองทุน 10 ปีก่อน
รฟม. รื้อสะพานลอยเสร็จแล้ว เร่งเสริมความแข็งแรงดิน ลดน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง
Real Estate รฟม. รื้อสะพานลอยเสร็จแล้ว เร่งเสริมความแข็งแรงดิน ลดน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง
ธุรกิจการบินหวนดัมพ์ราคาตั๋ว ‘บินไทย’ มุ่งความคุ้มค่าหนีสงครามราคา
Economic ธุรกิจการบินหวนดัมพ์ราคาตั๋ว ‘บินไทย’ มุ่งความคุ้มค่าหนีสงครามราคา
กรมท้องถิ่น ถอนตัวชิงเค้กเงินกู้ – มท.ยังเดินหน้า ชงแผนใช้รถอีวี – ตั้งสถานีชาร์จทั่วประเทศ
Politics กรมท้องถิ่น ถอนตัวชิงเค้กเงินกู้ – มท.ยังเดินหน้า ชงแผนใช้รถอีวี – ตั้งสถานีชาร์จทั่วประเทศ
ป่าเด็งโมเดล เพชรบุรี ไม่ทิ้ง-ไม่ฝังกลบแก้วิกฤตขยะ 2 ตัน/วัน
SD ป่าเด็งโมเดล เพชรบุรี ไม่ทิ้ง-ไม่ฝังกลบแก้วิกฤตขยะ 2 ตัน/วัน
‘เนเน่ รอยัล’ America’s Got Talent มือกีตาร์ไทยดังไกลอเมริกา
Biz Movement ‘เนเน่ รอยัล’ America’s Got Talent มือกีตาร์ไทยดังไกลอเมริกา
AWC ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สู่ MONA Bangkok ปั้นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก
Business AWC ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สู่ MONA Bangkok ปั้นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก
‘ชัชชาติ’ สปีด 100 วันแรก ลุยปราบโกง-บิ๊กโปรเจ็กต์-หั่นค่ารถไฟฟ้า
Real Estate ‘ชัชชาติ’ สปีด 100 วันแรก ลุยปราบโกง-บิ๊กโปรเจ็กต์-หั่นค่ารถไฟฟ้า
ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้โอกาสจะเห็นดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% ยากขึ้น แม้เงินเฟ้อไม่สูงอย่างที่คาดไว้เดิม
Finance ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้โอกาสจะเห็นดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% ยากขึ้น แม้เงินเฟ้อไม่สูงอย่างที่คาดไว้เดิม
ดูทั้งหมด

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดวิจัย ต่างชาติขายหุ้นไทย ไม่อาจด่วนสรุป “ถอนตัวลงทุน”

04 ก.ค. 2567 | 16:41น.
หุ้นไทย

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดวิจัย ต่างชาติขายหุ้นไทย ไม่อาจด่วนสรุปว่าเป็นการ “ถอนตัวลงทุน” ชี้ไม่สะท้อนถึงมูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยได้อย่างครบถ้วน

วันที่ 4 กรกฎาคม 2567 นางสาวสุมิตรา ตั้งสมวรพงษ์ ฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ติดตามการเปลี่ยนแปลงการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศในตลาดหุ้นไทยมาอย่างต่อเนื่องกว่า 15 ปี และได้เผยแพร่บทความเพื่อให้ความรู้แก่นักลงทุนเป็นประจำทุกปี อย่างไรก็ตาม ยังพบว่ามีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อขายสุทธิและมูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศในตลาดหุ้นไทยที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้

ดังนั้น รายงานฉบับนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและชัดเจน รวมถึงอธิบายวิธีการคำนวณมูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศในตลาดหุ้นไทย เพื่อให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันว่า “มูลค่าการซื้อขายสุทธิเพียงอย่างเดียวนั้นไม่สามารถสะท้อนถึงมูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศในตลาดหุ้นไทยได้อย่างครบถ้วน” เนื่องจากยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อมูลค่าการถือครองหุ้นดังกล่าว

ดังนั้นจึงไม่อาจด่วนสรุปว่าการขายสุทธิของนักลงทุนต่างประเทศหมายถึงการถอนตัวจากตลาดหุ้นไทย แต่ควรพิจารณาข้อมูลและปัจจัยอื่น ๆ ประกอบด้วย ตามรายละเอียดดังนี้

1. มูลค่าการซื้อขายสุทธิไม่ได้เป็นปัจจัยเพียงปัจจัยเดียวที่สะท้อนถึงมูลค่าการถือครองหุ้น โดยในปี 2564 ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เผยแพร่รายงานเรื่อง ส่องนักลงทุนต่างประเทศในตลาดหุ้นไทยในรอบ 10 ปี (2554-2563) ที่สรุปถึงปัจจัยที่มีผลต่อมูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศและสัดส่วนการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศในตลาดหุ้นไทย ซึ่งมีหลายปัจจัย

อาทิ การเปลี่ยนแปลงราคาหลักทรัพย์ มูลค่าการซื้อขายสุทธิ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นของนักลงทุนกลยุทธ์ การเข้าจดทะเบียนและการเพิกถอนการเป็นบริษัทจดทะเบียน การเปลี่ยนแปลงราคาพาร์ เป็นต้น

ช่วงระยะเวลาใดก็ตามที่นักลงทุนต่างประเทศเป็นผู้ขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย (SET และ mai) มักมีการกล่าวกันว่า “นักลงทุนต่างประเทศออกจากตลาดหุ้นไทย” หรือ “ตลาดหุ้นไทยไม่น่าสนใจในสายตาของนักลงทุนต่างประเทศ” ซึ่งจากข้อเท็จจริงแล้ว การวัดความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทยในสายตาของนักลงทุนต่างประเทศ ไม่สามารถชี้ชัดด้วย “มูลค่าการซื้อขายสุทธิของนักลงทุนต่างประเทศ” เพียงปัจจัยเดียว เพราะมูลค่าและสัดส่วนการถือครองหุ้นของ นักลงทุนต่างประเทศเป็นผลจากหลายปัจจัย จึงจำเป็นต้องพิจารณาร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ ด้วย จึงขอยกตัวอย่างพอสังเขป ดังนี้

• การเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์ (Price Effects) เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อมูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศ เนื่องจากประมาณ 70% ของมูลค่าการถือครองหุ้น เป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม SET50 ดังนั้น มูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศจึงเคลื่อนไหวไปในทิศทางและขนาดใกล้เคียงกับการเคลื่อนไหวของ SET50

• การซื้อขายสุทธิของนักลงทุนต่างประเทศ (net trading position : net sold/net bought) หรือมูลค่าการซื้อขายสุทธิของนักลงทุนต่างประเทศ สะท้อนเพียงการซื้อหรือขายหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศในตลาดหุ้นในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ (flow) ไม่สามารถอธิบายสถานะความมั่งคั่ง (wealth) หรือมูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศ (portfolio) ในตลาดหุ้นไทยได้

เนื่องจากการศึกษาที่ผ่านมา พบว่า ประมาณ 80% ของมูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศเป็นการถือ Foreign shares เป็นการลงทุนระยะยาว นักลงทุนต่างประเทศแทบจะไม่นำหุ้นกลุ่มนี้มาซื้อขาย ยกเว้นการซื้อขายเพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่เป็นเจ้าของกิจการ สังเกตได้จากแต่ละปีแทบจะไม่มีการซื้อขาย Foreign shares

ดังนั้น การซื้อขายสุทธิที่เราเห็นเป็นกระแสเงินจากการทำกำไรในระยะกลางและระยะสั้นของนักลงทุนต่างประเทศ ขณะที่ความมั่งคั่งหรือมูลค่าถือครองหุ้นของนักลงทุนแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากการขายสุทธิของนักลงทุนต่างประเทศ

การเข้าจดทะเบียนใหม่ในตลาดหุ้นไทย (new listing companies) เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีโอกาสทำให้มูลค่าการถือครองหุ้นในตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้น เนื่องจากเข้ามาซื้อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนเข้าใหม่ในตลาดหุ้นไทยจากการที่บริษัทจดทะเบียนนั้น ๆ มีธุรกิจที่น่าสนใจ มีขนาดใหญ่พอ มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น หรือตามเงื่อนไขของนักลงทุนต่างประเทศกำหนด อาจส่งผลให้สัดส่วนมูลค่าการถือครองหุ้นโดยนักลงทุนต่างประเทศต่อมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคารวมทั้งตลาดเพิ่มขึ้นได้

ในทางตรงข้าม หากบริษัทจดทะเบียนไทยไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของการลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศ นักลงทุนต่างประเทศอาจไม่ซื้อขายหุ้นนั้น ๆ เพื่อถือครองหุ้นก็ส่งผลให้สัดส่วนมูลค่าการถือครองหุ้นโดยนักลงทุนต่างประเทศต่อมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมทั้งตลาดลดลง (decrease in percentage of foreign holding value) และในทางกลับกัน

• การเพิกถอนบริษัทจดทะเบียนออกจากตลาด (delisted companies) เมื่อบริษัทจดทะเบียนนั้น ๆ เพิกถอนออกจากตลาด มูลค่าหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนนั้น จะไม่ปรากฏในระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่งผลให้มูลค่าการถือครองหุ้นโดยรวมของนักลงทุนต่างประเทศลดลง ดังนั้น หากบริษัทจดทะเบียนมีสัดส่วนมูลค่าการถือครองหุ้นโดยนักลงทุนต่างประเทศในสัดส่วนที่สูงและเพิกถอนออกจากตลาด จะส่งผลให้มูลค่าการถือครองหุ้นโดยรวมลดลง และสัดส่วนมูลค่าการถือครองหุ้นโดยนักลงทุนต่างประเทศลดลง

• กิจกรรม Corporate Action/การใช้สิทธิต่าง ๆ ส่งผลต่อจำนวนหุ้นจดทะเบียน อาทิ การเปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียน การเปลี่ยนแปลงราคาพาร์ การให้สิทธิการซื้อขายหุ้น การแปลงสภาพจากใบสำคัญแสดงสิทธิเป็นหุ้นสามัญ การให้หุ้นปันผล เป็นต้น ดังนั้น ย่อมส่งผลกระทบต่อจำนวนหุ้นในการถือครอง มูลค่าการถือครอง และสัดส่วนการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศด้วย

2. ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเผยข้อมูลภาพรวมการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศปีละครั้ง จากข้อมูลการปิดสมุดทะเบียนเพื่อประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้น ในการศึกษาถึงมูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศ จะพิจารณาตั้งแต่ต้นทางที่หุ้นเข้ามาสู่กระบวนการซื้อขายหลักทรัพย์ นั่นก็คือ กระบวนการซื้อขายหลักทรัพย์ IPO ซึ่งจะเห็นได้ว่า นักลงทุนสามารถเลือกรับหุ้น IPO ได้หลายวิธี

ทั้ง 1. การรับใบหลักทรัพย์ 2. การรับหุ้น IPO โดยฝากเข้าบัญชีของผู้ออกหลักทรัพย์หรือ Issuer Account และ 3. การรับหุ้น IPO เข้าบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ที่นักลงทุนเปิดไว้ที่บริษัทหลักทรัพย์ต่าง ๆ ซึ่งการบันทึกข้อมูลความเป็นเจ้าของหุ้นก็จะมีลักษณะแตกต่างกัน กล่าวคือ

1) ข้อมูลการถือครองหุ้นของนักลงทุนผู้ถือใบหลักทรัพย์ โดยปกตินายทะเบียนหลักทรัพย์ หรือในที่นี่ก็คือ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 224 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เป็นผู้ดูแลบัญชีผู้ถือหุ้น

2) ข้อมูลการถือครองหุ้นของนักลงทุนที่ฝากไว้ในระบบไร้ใบหลักทรัพย์ (scripless) ภายใต้บัญชีผู้ออกหลักทรัพย์ (Issuer Account) จะบันทึกอยู่ระบบรับฝากหลักทรัพย์ซึ่งเป็นอีกระบบหนึ่งของ TSD ซึ่งแยกกันเด็ดขาดจากระบบของนายทะเบียนหลักทรัพย์

3) ข้อมูลการถือครองของนักลงทุนที่ฝากไว้ในระบบไร้ใบหลักทรัพย์ (scripless) โดยฝากหุ้นเข้าบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ที่นักลงทุนเปิดไว้ที่บริษัทหลักทรัพย์ต่าง ๆ ข้อมูลการถือครองหุ้นของนักลงทุนแต่ละรายจะบันทึกในระบบของบริษัทหลักทรัพย์แต่ละแห่ง ซึ่ง TSD ในฐานะศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ที่เป็นผู้ดูแลระบบจะเห็นข้อมูลเพียง 1) บัญชีการถือครองหุ้นรวมของนักลงทุนที่เป็นลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์ และ 2) บัญชีของบริษัทหลักทรัพย์ที่แยกออกจากบัญชีของลูกค้า

ดังนั้น ณ จุดเวลาใด ๆ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ว่าเป็นระบบซื้อขายหลักทรัพย์ ระบบนายทะเบียน หรือระบบรับฝากหลักทรัพย์ จะไม่สามารถเรียกดูข้อมูลการถือครองหุ้นในระดับบัญชีของนักลงทุนได้ จนกระทั่ง

1) บริษัทจดทะเบียนแต่ละบริษัท (ที่ผู้ถือหุ้นหรือนักลงทุนมีหุ้นในการครอบครอง) จะแจ้งข่าวปิดสมุดทะเบียนเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้ถือหุ้นเข้ามาในระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ

2) ข่าวการปิดสมุดทะเบียนจากระบบของตลาดหลักทรัพย์จะส่งยังระบบงานนายทะเบียนหลักทรัพย์และระบบงานของศูนย์รับฝากหลักทรัพย์เพื่อรวบรวมรายชื่อผู้ถือหุ้น

3) TSD ในฐานะศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ จะแจ้งข่าวไปยังสมาชิกที่เป็นบริษัทหลักทรัพย์หรือผู้ให้บริการรับฝากหลักทรัพย์ (ผู้ดูแลรักษาทรัพย์สิน/ผู้ดูแลผลประโยชน์) ให้นำส่งรายชื่อนักลงทุนและการถือครองหุ้น ณ วันปิดสมุดทะเบียนมายังระบบศูนย์รับฝากหลักทรัพย์

4) สมาชิกศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ นำส่งรายชื่อนักลงทุนและการถือครองหุ้นในระบบไร้ใบหลักทรัพย์ในส่วนของลูกค้ามายัง TSD ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์

5) TSD ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ นำส่งรายชื่อนักลงทุนและการถือครองหุ้นในระบบไร้ใบหลักทรัพย์ทั้งหมด ทั้งที่ได้รับจากสมาชิกและบัญชี Issuer Account ให้ TSD ในฐานะนายทะเบียนหลักทรัพย์

6) TSD ในฐานะนายทะเบียนหลักทรัพย์รวบรวมรายชื่อนักลงทุนและการถือครองหุ้นที่ได้รับจากศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ข้อมูลจากระบบไร้ใบหลักทรัพย์) กับรายชื่อนักลงทุนและการถือครองหุ้นที่ถือเป็นใบหลักทรัพย์
ซึ่งจะได้ภาพรวมทั้งหมดของการถือครองหุ้นของนักลงทุนทั้งหมดของบริษัทจดทะเบียนนั้น ๆ แลนำส่งให้บริษัทจดทะเบียน ตามการร้องขอเข้ามาในระบบของตลาดหลักทรัพย์ทั้งนี้ กระบวนการนำส่งข้อมูลรายชื่อนักลงทุนและการถือครองหุ้นตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้นจะเป็นไปโดยอัตโนมัติ

ดังนั้น เพื่อศึกษาและดูแลการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศในตลาดหุ้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ศึกษาถึงข้อมูลการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศทุกปี โดยใช้ข้อมูลการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศของแต่ละบริษัทจากข้อมูลการปิดสมุดทะเบียนหลังจากบริษัทจดทะเบียนมีการปิดสมุดทะเบียนเพื่อประชุมสามัญประจำปีของผู้ถือหุ้น

ซึ่งบริษัทจดทะเบียนทุกบริษัทจำเป็นต้องรวบรวมรายชื่อเพื่อจัดประชุมประจำปี ตามมาตรา 98 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 ที่กำหนดให้คณะกรรมการต้องจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการประชุมสามัญประจำปีผู้ถือหุ้น ภายใน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดของรอบปีบัญชีของบริษัทจดทะเบียนของแต่ละบริษัท

จากภาพรวมการถือครองหุ้นของบริษัทจดทะเบียนแต่ละบริษัทที่สามารถจำแนกเป็นนักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างประเทศ ตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยฝ่ายวิจัย จะคำนวณมูลค่าการถือครองหุ้นก็ต่อเมื่อมีบริษัทจดทะเบียนมากพอที่อธิบายภาพรวมของถือครองหุ้นของทั้งตลาด โดยพิจารณาจาก

1) มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดที่ปิดสมุดทะเบียนมีมูลค่ารวมกันแล้วมากกว่า 95% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมทั้งตลาด (Total Market Capitalization) ทั้งนี้เพื่อให้ข้อมูลดังกล่าวสามารถอธิบายภาพรวมของการถือครองหุ้นในตลาดหุ้นไทยได้

2) จำนวนหุ้นรวมจากการปิดสมุดทะเบียนของแต่ละบริษัทจดทะเบียนต้องมีความแตกต่างจากจำนวนหุ้นจดทะเบียนของหลักทรัพย์นั้น ๆ ณ วันคำนวณไม่เกิน 3% (เนื่องจากการปิดสมุดทะเบียนของแต่ละบริษัทจดทะเบียนไม่ได้เกิดขึ้น พร้อมกันในวันเดียวกัน หรือไม่ได้พร้อมกันในวันคำนวณ อาจทำให้จำนวนหุ้นที่รวมได้จากข้อมูลการปิดสมุดทะเบียนของบริษัทจดทะเบียนแต่ละบริษัทอาจแตกต่างจากจำนวนหุ้น ณ วันที่คำนวณ

ทำให้ต้องมีการปรับข้อมูลด้วยกิจกรรม Corporate Action ต่าง ๆ ที่มีผลต่อจำนวนหุ้น อาทิ ข้อมูลเพิ่มทุน ลดทุน แตกพาร์ แจกหุ้นปันผล เป็นต้น เพื่อให้จำนวนหุ้นจากการปิดสมุดทะเบียนเท่ากับหรือใกล้เคียงกับจำนวนหุ้นจดทะเบียน ณ วันคำนวณ

และเมื่อได้จำนวนหุ้นในการถือครองแล้วจะคำนวณมูลค่าจากราคาปิด (Closing Price) ณ วันที่คำนวณ ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทราบถึงมูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนของต่างประเทศ และจากข้อมูลการปิดสมุดทะเบียนชุดนี้จะให้ทราบถึงสัญชาติและประเภทหลักทรัพย์ตามสิทธิการออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น และตลาดหลักทรัพย์ฯ มีการเปิดเผยข้อมูลนี้ปีละครั้ง

3. ตลาดหลักทรัพย์ฯ ติดตามการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยพัฒนาโปรแกรมคำนวณมูลค่าการถือครองหุ้นอัตโนมัติจากข้อมูล Big Data เพื่อให้สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงรายวันได้

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ติดตามการเคลื่อนไหวของการถือครองหุ้นในตลาดหุ้นไทยได้อย่างต่อเนื่อง โดยพัฒนาโปรแกรมอัตโนมัติในการคำนวณมูลค่าการถือครองหุ้น โดยใช้จากข้อมูล Big Data จากระบบต่าง ๆ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงจำนวนหุ้น ได้แก่

  1. ข้อมูลการปิดสมุดทะเบียนเพื่อรวบรวมรายชื่อในฐานข้อมูลนายทะเบียน
  2. ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงจำนวนหุ้นเนื่องจากกิจกรรม Corporate Action ต่าง ๆ รวมทั้งงานเครดิตหุ้นในระบบนายทะเบียนหลักทรัพย์
  3. ข้อมูลการซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งช่วยให้สามารถติดตามสถิติการถือครองหุ้นได้รวดเร็วขึ้น ลดจำนวนคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องและลดข้อผิดพลาดจากการทำงานของผู้วิจัย (Human Error)

ซึ่งได้ทดสอบระบบนี้มาตั้งแต่ปี 2564 และพบว่าได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับมูลค่าการถือครองหุ้นที่คำนวณจากข้อมูลการปิดสมุดทะเบียนที่เปิดเผยปีละครั้งตามที่กล่าวแล้วมาข้างต้น

ในการจำลองพอร์ตการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศ จะคำนวณจากจำนวนหุ้นรายวัน โดยพิจารณาตั้งแต่วันที่นักลงทุนมีการถือครองหุ้นของบริษัทจดทะเบียนแต่ละบริษัท โดยข้อมูล “จำนวนหุ้น ณ ต้นวัน” อาจเป็นจำนวนหุ้นการได้มาการจองหุ้น IPO หรือจำนวนหุ้นที่ปรากฏตามข้อมูลการปิดสมุดทะเบียน หรือจำนวนหุ้นในการถือครอง กระทบยอดด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ที่ผลต่อยอดหุ้น และสุดท้ายจะได้ “จำนวนหุ้น ณ สิ้นวัน” ตามและ “จำนวนหุ้น ณ สิ้นวัน” จะกลายเป็นข้อมูลตั้งต้น หรือจำนวนหุ้น ณ ต้นวัน ของวันถัดไป

สำหรับมูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศ ณ สิ้นวัน ของทั้งตลาด จะได้จากผลรวมของการคูณจำนวนหุ้นในการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศของแต่ละหลักทรัพย์ (Holding Shares) ณ สิ้นวัน กับราคาหลักทรัพย์นั้น ๆ ณ สิ้นวัน (Closing Price) อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่บริษัทจดทะเบียนปิดสมุดทะเบียน ข้อมูลการถือครองหุ้นจากการปิดสมุดทะเบียนนั้น ๆ จะถูกนำมาเป็นข้อมูลตั้งต้นในการคำนวณใหม่เพื่อลดความคลาดเคลื่อนของมูลค่าการถือครองหุ้น

ดังนั้น จากการจำลองพอร์ตการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศตามที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่า มูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่สามารถใช้เพียงข้อมูลการซื้อขายสุทธิเป็นเพียงปัจจัยเดียวในการอธิบายได้

ดังนั้น ในบางช่วงเวลาที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของข้อเท็จจริง ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเผยแพร่มูลค่าการถือครองหุ้นที่เป็นผลจากการคำนวณของโปรแกรมอัตโนมัติเพื่อให้ทราบถึงข้อเท็จจริง และในฉบับต่อไปจะมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการซื้อขายหลักทรัพย์และการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศจากข้อมูลตัวเลขสถิติต่อไป

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ติดตามการเปลี่ยนแปลงการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศในตลาดหุ้นไทยมาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 15 ปี และได้เผยแพร่บทความเพื่อให้ความรู้แก่นักลงทุนเป็นประจำทุกปี อย่างไรก็ตาม ยังพบว่ามีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อขายสุทธิและมูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศในตลาดหุ้นไทยที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้

ดังนั้นจึงขอสรุปข้อมูลเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศในตลาดหุ้นไทยดังนี้

• มูลค่าการซื้อขายสุทธิเพียงอย่างเดียวนั้น ไม่สามารถสะท้อนถึงมูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศในตลาดหุ้นไทยได้อย่างครบถ้วน เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อจำนวนหุ้นที่ นักลงทุนถือครอง

อาทิ การเปลี่ยนแปลงราคาหลักทรัพย์ มูลค่าการซื้อขายสุทธิ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นของนักลงทุนกลยุทธ์ การเข้าจดทะเบียนและการเพิกถอนการเป็นบริษัทจดทะเบียน การเปลี่ยนแปลงราคาพาร์ เป็นต้น ดังนั้น จึงไม่อาจด่วนสรุปว่าการขายสุทธิของนักลงทุนต่างประเทศหมายถึงการถอนตัวจากตลาดหุ้นไทย

• มูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลงส่วนใหญ่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงราคาหลักทรัพย์ที่ถือครองเป็นสำคัญ เนื่องจากผลศึกษาที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่ประมาณ 70-80% ของมูลค่าการถือครองหุ้นเป็นการถือครองหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของ SET50

• ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเผยข้อมูลภาพรวมการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศปีละครั้ง เนื่องจากใช้ข้อมูลการปิดสมุดทะเบียนเพื่อประชุมประจำปีผู้ถือหุ้นที่บริษัทจดทะเบียนจะต้องมีการปิดสมุดทะเบียนเพื่อรวบรวมรายชื่อปีละหนึ่งครั้ง ซึ่งข้อมูลการปิดสมุดนี้จะทำให้เห็นภาพรวมของการถือครองหุ้น และสามารถจำแนกเป็นรายสัญชาติได้

• ตลาดหลักทรัพย์ฯ พัฒนาโปรแกรมอัตโนมัติในการคำนวณมูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศตั้งแต่ปี 2564 โดยใช้จากข้อมูล Big Data จากระบบต่าง ๆ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้ง 1. ข้อมูลการปิดสมุดทะเบียนเพื่อรวบรวมรายชื่อในฐานข้อมูลนายทะเบียน 2. ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงจำนวนหุ้นเนื่องจากกิจกรรม Corporate Action ต่าง ๆ รวมทั้งงานเครดิตหุ้น และ 3. ข้อมูลการซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งช่วยให้สามารถติดตามสถิติการถือครองหุ้นได้รวดเร็วขึ้น

• ข้อมูลการขายสุทธิของนักลงทุนต่างประเทศไม่สามารถสะท้อนถึงมูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศในตลาดหุ้นไทยได้อย่างครบถ้วนตามที่กล่าวมาแล้ว ในรายงานฉบับต่อไปจะเป็นการรายงานถึงความสัมพันธ์ระหว่างการซื้อขายหลักทรัพย์และมูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศโดยใช้ข้อมูลสถิติแสดงให้เห็นข้อเท็จจริง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหลักทรัพย์ หุ้นไทย