เปิด 10 เซ็กเตอร์ ระดมทุนหุ้นกู้มากสุด 6 เดือนแรกปี 2567
money
เปิด 10 เซ็กเตอร์ ระดมทุนหุ้นกู้มากที่สุด 6 เดือนแรก ”ไฟแนนซ์-แบงก์-อสังหาฯ-พลังงาน-พาณิชย์“ ติดท็อป 5
วันที่ 4 กรกฎาคม 2567 นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) กล่าวว่า ในปี 2567 ยังคงประมาณการยอดการออกหุ้นกู้ใหม่ของภาคเอกชน อยู่ที่ระดับ 900,000-1,000,000 ล้านบาท
โดยครึ่งหลังของปีนี้จะหุ้นกู้ครบกำหนดไถ่ถอน จำนวน 442,910 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2567 มีจำนวน 231,803 ล้านบาท แยกเป็นหุ้นกู้ระดับลงทุน (Investment Grade) หรือหุ้นกู้ที่มีเรตติ้งตั้งแต่ BBB- ขึ้นไป มูลค่า 203,098 ล้านบาท และหุ้นกู้เสี่ยงสูง (High Yield) หรือหุ้นกู้ที่มีเรตติ้งต่ำกว่า BBB- ลงมา และหุ้นกู้ไม่จัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Nonrated) อีกมูลค่า 28,704 ล้านบาท และในไตรมาส 4/2567 มีจำนวน 221,106 ล้านบาท แยกเป็นหุ้นกู้ Investment Grade มูลค่า 190,077 ล้านบาท และหุ้นกู้ High Yield อีกมูลค่า 21,029 ล้านบาท

ส่วนในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ มีมูลค่าการออกหุ้นกู้ใหม่ 494,371 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 19.28% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) โดยสัดส่วน 95% เป็นหุ้นกู้ Investment Grade มูลค่า 467,727 ล้านบาท และที่เหลือ 5% เป็นหุ้นกู้ High Yield อีกมูลค่า 26,643 ล้านบาท
“เป้าหมายที่เราวางไว้ยังมีความเป็นไปได้ เพราะยังเห็นบริษัทใหญ่ ๆ ในช่วงครึ่งหลังอีกพอสมควรที่จะครบกำหนดไถ่ถอน อาทิ SCC มูลค่า 25,000 ล้านบาท, PTT มูลค่า 15,000 ล้านบาท, GULF มูลค่า 12,000 ล้านบาท, BANPU มูลค่า 6,000 ล้านบาท, EA มูลค่า 5,500 ล้านบาท เป็นต้น นอกจากนี้ถ้าได้ปัจจัยหนุนจากอัตราดอกเบี้ยทที่ลดลงก็อาจจะทะลุเป้าได้” นางสาวอริยากล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับ 10 อุตสาหกรรม ที่มีการระดมทุนหุ้นกู้มากที่สุด ในช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ ประกอบด้วย
1. ไฟแนนซ์ มูลค่า 98,558 ล้านบาท
2. ธนาคาร มูลค่า 85,455 ล้านบาท
3. อสังหาริมทรัพย์ มูลค่า 80,557 ล้านบาท
4. พลังงาน มูลค่า 66,937 ล้านบาท
5. พาณิชย์ มูลค่า 38,000 ล้านบาท
6. อาหาร มูลค่า 36,450 ล้านบาท
7. ไอซีที มูลค่า 28,403 ล้านบาท
8. วัสดุก่อสร้าง มูลค่า 20,328 ล้านบาท
9. ปิโตรเคมี มูลค่า 10,000 ล้านบาท
10. ขนส่ง มูลค่า 10,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ สิ้นไตรมาส 2/2567 หุ้นกู้มีมูลค่าคงค้างรวม 4.5 ล้านล้านบาท โดยกลุ่มพลังงานมีมูลค่าคงค้างสูงที่สุด รองลงมาเป็นกลุ่มไฟแนนซ์ อสังหาริมทรัพย์ พาณิชย์ และไอซีที ตามลำดับ โดย 5 อุตสาหกรรมแรกมีสัดส่วนรวมกัน 60% ของมูลค่าคงค้างหุ้นกู้ทั้งหมด
โดยหุ้นกู้กลุ่มอันดับเครดิต A มีมูลค่าคงค้างสูงที่สุด โดยหุ้นกู้กลุ่มระดับลงทุน (Investment Grade) มีมูลค่าคงค้างรวมกัน 93% ของมูลค่าคงค้างหุ้นกู้ทั้งหมด