Skip to content

กรุงไทย ประเมินเงินเฟ้อเร่งตัว เข้าสู่กรอบเป้าหมาย Q4/67

08 ก.ค. 2567 | 12:32น.
กรุงไทย ประเมินเงินเฟ้อเร่งตัว เข้าสู่กรอบเป้าหมาย Q4/67

ธนาคารกรุงไทย เผยอัตราเงินเฟ้อ มิ.ย. อยู่ที่ 0.62% ชะลอตัวหลังผลของฐานค่าไฟฟ้าต่ำสิ้นสุด และราคาอาหารสดปรับตัวลดลง ประเมินอัตราเงินเฟ้อในช่วงไตรมาส 3 จะอยู่ต่ำกว่า 1% ซึ่งเป็นขอบล่างของกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อก่อนจะเร่งตัวเข้าสู่กรอบเป้าหมายในไตรมาส 4/67

วันที่ 8 กรกฎาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า Krungthai Compass ธนาคารกรุงไทย ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือน มิ.ย. อยู่ที่ 0.62% YOY เป็นบวกติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 แต่เติบโตในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนก่อน จากผลของฐานค่ากระแสไฟฟ้าที่ต่ำในปีก่อนสิ้นสุดลง ประกอบกับราคาหมวดอาหารสดชะลอลงจากราคาเนื้อสัตว์ที่หดตัว และราคาผักสดที่ชะลอตัวหลังสิ้นสุดช่วงสภาพอากาศร้อนจัด

สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.36% YOY ใกล้เคียงกับเดือนก่อนที่ 0.39% ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไป 6 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 0.0% YOY ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.41% YOY

คาดอัตราเงินเฟ้อในช่วงไตรมาส 3 จะอยู่ต่ำกว่า 1% และมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นในไตรมาส 4 ส่วนหนึ่งจากผลของฐานต่ำในปีก่อน สอดคล้องกับมุมมองของกระทรวงพาณิชย์ที่ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อไตรมาส 3 จะอยู่ใกล้เคียงกับไตรมาส 2 ซึ่งอยู่ที่ 0.78% YOY

สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มทรงตัวในระดับต่ำต่อเนื่อง สะท้อนถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคยังอ่อนแอ สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคตที่ปรับ

โดย Krungthai COMPASS คาดอัตราเงินเฟ้อในช่วงไตรมาส 3 จะอยู่ต่ำกว่า 1% ซึ่งเป็นขอบล่างของกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ และมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นเข้าสู่กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อในไตรมาส 4 ส่วนหนึ่งจากผลของฐานต่ำในปีก่อน สอดคล้องกับมุมมองของกระทรวงพาณิชย์ที่ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อไตรมาส 3 จะอยู่ใกล้เคียงกับไตรมาส 2 ซึ่งอยู่ที่ 0.78% YOY

อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มทรงตัวต่ำจากราคาอาหารสด โดยเฉพาะราคาผักสดที่ปรับลดลงหลังจากสิ้นสุดช่วงอากาศร้อนจัด ค่ากระแสไฟฟ้าที่มีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อน รวมถึงราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินซึ่งมีฐานที่สูงในปีก่อน

อย่างไรก็ตาม คาดว่าอัตราเงินเฟ้อในไตรมาส 4 จะเร่งตัวขึ้นและเข้าสู่กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ จากผลของฐานราคาพลังงานทั้งค่ากระแสไฟฟ้าและราคาน้ำมันขายปลีกที่ปรับลดลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มทรงตัวในระดับต่ำใกล้เคียงกับ 6 เดือนแรกของปีที่ 0.4% ซึ่งเป็นการเติบโตที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยก่อนเกิดโควิด-19 (ปี 2560-2562) ที่ 0.6% สะท้อนถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคยังอ่อนแอ สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต (3 เดือนข้างหน้า) ที่ปรับลดลงเหลือ 57.5 ในเดือน มิ.ย. จากเดือนก่อนที่ระดับ 57.9