Durian crisis
ปิดฤดูกาลทุเรียนภาคตะวันออก ด้วยยอดส่งออกสะสม 1 ม.ค.-30 มิ.ย. 67 ปริมาณ 595,681.88 ตัน มูลค่า 79,327.93 ล้านบาท ด้วยราคาที่พุ่งแรงตลอดฤดูกาล เพราะมีล้งกว่า 1,500 รายมาแย่งกันซื้อ แม้ท้ายฤดูกาลยังขายได้ราคา 170-190 บาท/กก.
แต่เมื่อถึงฤดูกาลทุเรียนภาคใต้ในช่วงครึ่งปีหลัง ราคากลับดิ่งเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 140-150 บาท/กก. แถมยังต้องเผชิญกับสถานการณ์ภัยแล้ง ทุเรียนออกชนกับฤดูกาลทุเรียนเวียดนาม และตรงกับฤดูร้อนของเมืองจีน อาจทำให้มีปัญหาเรื่องราคาต่อเนื่องลงเรื่อย ๆ
บทเรียนตะวันออกแข่งเดือด
นายวุฒิชัย คุณเจตน์ นายกสมาคมทุเรียนไทย กล่าวว่า ตลาดทุเรียนไทยเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับความท้าทายใหม่ ๆ เกิดขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้งปัญหาสภาพอากาศภัยแล้ง ส่งผลกระทบที่เห็นชัดคือ ประสิทธิภาพการผลิต ต้นทุนสูงขึ้น เกษตรกรมีระดับความเสียหายแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ เสียหายเพียง 30% เสียหาย 50% และเสียหายทั้งหมด 100% และคุณภาพทุเรียนลดลง มีทุเรียนตกไซซ์มากขึ้น ลูกเล็กลง
แม้ว่าราคาสูงขึ้น แต่ต้นทุนในการผลิตเพิ่มขึ้นเช่นกัน ขณะเดียวกันมีล้งเข้ามารับซื้อมาก มีการแข่งขันกันสูง ทำให้ราคาที่ตลาดรับซื้อต้นทางไม่ใช่ราคาแท้จริง ทำให้ต้องคิดออกแบบให้ครบทั้งซัพพลายเชน ให้ทุเรียนไทยยืนอยู่ในตลาดระยะยาว

หากชาวสวนทำทุเรียนคุณภาพ ผู้ประกอบการเป็นมืออาชีพ ซื้อของที่มีคุณภาพ จัดส่งของถึงปลายทางได้อย่างมีคุณภาพ พ่อค้ารักษาตลาดไว้ได้ ไม่ใช่แข่งขันกันดันราคาซื้อแพงกว่าตลาด และทำให้พ่อค้าขาดทุนและออกจากอาชีพนี้ไป ที่สำคัญ ทุเรียนไทยต้องหาพาร์ตเนอร์ตัวจริง เพราะในระยะยาวการแข่งขันระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น พ่อค้ามีทางเลือกมากขึ้น ไทยจะยังรักษาผู้นำตลาดตัวจริงไว้ได้
“ช่วงนี้ชาวสวนได้กำไรดีจากเถ้าแก่หน้าใหม่ ที่แย่งกันซื้อลากราคาให้สูงขึ้น แต่เถ้าแก่หน้าใหม่เหล่านี้ไม่มีประสบการณ์ นำทุเรียนด้อยคุณภาพไปขาย ทำให้ตลาดทุเรียนไทยราคาตกต่ำ ส่วนผู้ค้าหลัก ๆ เป็นประจำ เมื่อตลาดปลายทางแข่งขันกันหนักสู้ไม่ได้ จะเหลือผู้ค้าน้อยลง เราต้องรักษาผู้ค้าหลัก ๆ ที่มีฐานลูกค้าที่รักษาคุณภาพทุเรียนไทยให้อยู่กับเราให้มากที่สุด” นายวุฒิชัยกล่าว
ตลาดจีนดิ่งพ่อค้าขาดทุนยับ
นครินทร์ วนิชย์ถนอม ผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน “ล้งคุณนนท์” เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทุเรียนไทยปี 2567 มีราคาที่สูงมาก เป็นเพียงภาพลวงตา เพราะสาเหตุมาจากมีพ่อค้าหรือล้งเข้ามารับซื้อมากขึ้นถึง 1,500 ล้ง ทำให้มีการแข่งขันราคากันสูง
“ล้งที่เข้ามาจำนวนมาก แบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ 1) ซื้อมาขายไปเพื่อเก็บส่วนต่างกินกำไรอย่างเดียว และ 2) ซื้อไปขายเพื่อสร้างฐานลูกค้า ให้กลุ่มที่ชอบบริโภคทุเรียนไทย ล้งที่มีจำนวนมากมีทั้งผลดีและผลเสีย ระยะสั้นดีเพราะราคาสูง แต่ขณะเดียวกันผู้นำเข้าเองปีนี้มีกำไรน้อย และประสบภาวะขาดทุน หลายรายต้องหยุดซื้อ ไปทำทุเรียนที่อื่น ปัญหาคือทุเรียนไทยที่มีคุณภาพจะถูกดึงไปกับผู้ประกอบการรายใหม่ที่แย่งสินค้ากัน ด้วยการซื้อเหมาสวน แข่งขันกันให้ราคาสูง ไม่ใช่การซื้อขายกันจริง ๆ
แต่ไม่มีประสบการณ์ ความรู้ในการรักษาคุณภาพทุเรียนไปถึงตลาดปลายทาง ส่วนผู้ที่ทำการค้าจริง ๆ ที่มีฐานลูกค้า ไม่กล้าสู้ราคา ไม่มีทุเรียนไปป้อนตลาด ในที่สุดอยู่ไม่ได้ ถึงเวลานั้นตลาดที่รับซื้อจริง ๆ จะเหลือน้อยลง” นายนครินทร์กล่าว

นายสัญชัย โกสัลส์วัฒนา เจ้าของเพจทำสวนเอาเงินไม่ได้เอาเงินทำสวน เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้ล้งที่เข้ามาซื้อทุเรียนมีการแข่งขันราคากันสูงเกินจริง จากการเข้าไปสำรวจตลาดเจียงหนาน ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2567 ได้เดินทางไปดูตลาดเจียงหนาน เจียซิง พบว่าราคาทุเรียนที่ตลาดเจียงหนาน ราคา 600 หยวน/กล่อง (18.5 กก.) ประมาณ 146 บาท/กก.
ซึ่งต้นทุนราคาทุเรียนไทยราคาที่ย้อนกลับไป 7-10 วัน ราคา 150-160 บาท/กก. บวกค่าแพ็กส่งออก 35 บาท/กก. ตกราคา 185-195 บาท/กก. เป็นราคาที่สูงกว่าต้นทางมาก และถ้าแพงขายไม่ได้ เพราะเศรษฐกิจจีนไม่ดี กำลังซื้อน้อย ทำให้พ่อค้าขาดทุนกันหนักมาก หากสภาพการณ์เป็นแบบนี้ ต่อไปคนจีนที่เข้ามาทำธุรกิจในไทยจะเหลือน้อยลง
ครึ่งปีส่งออกทุเรียน 8 หมื่นล้าน
นางสาวอาทินันท์ อินทรพิมพ์ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงปักกิ่ง ให้ข้อมูลว่า ทุเรียนไทยยังคงเป็นสินค้าดาวรุ่งมีแนวโน้มนำเข้าอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีคู่แข่ง เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และล่าสุด มาเลเซีย โดยภาพรวมปี 2566 จีนนำเข้าทุเรียนจากไทย 928,645 ตัน มูลค่า 4,559 ล้านบาท ทุเรียนเวียดนาม 492,111 ตัน มูลค่า 2,128 ล้านบาท ทุเรียนฟิลิปปินส์ 3,770 ตัน มูลค่า 13 ล้านบาท
เปรียบเทียบสัดส่วนการนำเข้าปี 2567 (ม.ค.-พ.ค.) 5 เดือน ไทยนำเข้า 420,537 ตัน สัดส่วน 72.18% เวียดนาม 160,284 ตัน หรือ 27.51% และฟิลิปปินส์ 1,803 ตัน 0.31% โดยไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค.) ทุเรียนเวียดนามมีปริมาณการส่งออก 45,048 ตัน สูงกว่าไทยส่งออก 27,264 ตัน เพราะเป็นช่วงที่ทุเรียนไทยไม่มีการส่งออก แต่เมื่อเดือน เม.ย. ปริมาณส่งออกของไทย 94,1349 ตัน เวียดนาม 34,207 ตัน และเดือน พ.ค. ไทยส่งออก 299,139 ตัน เวียดนามส่งออก 81,098 ตัน
สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร หยุดรายงานสถิติการส่งออกเมื่อ 30 มิ.ย. 67 โดยปริมาณการส่งออกสะสม 1 ม.ค.-30 มิ.ย. 67 จำนวน 37,703 ตู้/ชิปเมนต์ ปริมาณ 595,681.88 ตัน มูลค่า 79,327.93 ล้านบาท
โดยที่สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตรจะหยุดรายงานสถิติการส่งออกของภาคตะวันออก ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ 30 มิ.ย. 67 ซึ่งเปรียบเทียบกับสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ชลบุรี (สศท.6) ทุเรียนภาคตะวันออกจะมีปริมาณ 782,874 ตัน และทุเรียนภาคใต้ 558,353 ตัน (สศท.8)