เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
Politics “พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
News จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
Politics ‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
“จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
HR “จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Politics ‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Tech Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
Economic ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
ดูทั้งหมด

ฝรั่งเศสหลังเลือกตั้ง กับความเสี่ยงทางการคลังที่อาจกระทบอันดับเครดิต

09 ก.ค. 2567 | 22:04น.
ชาวฝรั่งเศสรวมตัวเฉลิมฉลองในคืนวันเลือกตั้งรอบสอง 7 กรกฎาคม 2024

การเลือกตั้งฝรั่งเศสรอบสองเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2024 สร้างเซอร์ไพรส์อย่างยิ่ง ผลการเลือกตั้งผิดไปจากคาดการณ์ และผลการเลือกตั้งรอบแรกที่ว่าพรรคเนชั่นแนลแรลลี หรือ Rassemblement National (RN) พรรคการเมืองฝ่ายขวาจัดจะชนะและจัดตั้งรัฐบาลฝ่ายขวาทำงานร่วมกับประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) ซึ่งมาจากพรรคคู่แข่ง 

ผลคะแนนเลือกตั้งรอบสองปรากฏว่า นิว พ็อปพูลาร์ ฟรอนต์ (New Popular Front : NPF) กลุ่มพันธมิตรแนวร่วมฝ่ายซ้ายชนะมาเป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวนที่นั่งในสภา 178 ที่นั่ง ขณะที่พันธมิตรแนวร่วมสายกลางของ เอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) มาเป็นอับดับ 2 ได้ไป 150 ที่นั่ง ส่วน RN ฝ่ายขวาจัดที่เป็นตัวเต็งกลับพ่ายแพ้ ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 3 ได้ไป 142 ที่นั่ง 

ไม่มีพรรคการเมืองหรือกลุ่มแนวร่วมใดที่ชนะเด็ดขาดได้ สส.ถึง 289 ที่นั่ง พอที่จะครองเสียงข้างมากในสภา ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะ “สภาแขวน” ที่รัฐบาลมีเสียงข้างน้อยในสภาเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส 

หากมองในมิติประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน สังคม คนจำนวนมากกังวลกับการที่ฝ่ายขวาจัดได้เป็นรัฐบาล แต่สำหรับมิติทางเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน บรรดาภาคธุรกิจและนักลงทุนไม่ได้กังวลกับรัฐบาลฝ่ายขวามากเท่ารัฐบาลฝ่ายซ้าย  

ก่อนการเลือกตั้ง ภาคธุรกิจและนักลงทุนมีมุมมองแง่ลบต่อโครงการ-นโยบายต่าง ๆ ของ NPF ซึ่งมีแนวโน้มที่จะสร้างความตึงเครียดทางการคลัง อีกทั้งบรรดาผู้มั่งคั่งก็กังวลกับการที่ฝ่ายซ้ายจะนำภาษีทรัพย์สินผู้มั่งคั่งที่รัฐบาลมาครงยกเลิกไปกลับมาใช้อีกครั้ง และจะเก็บภาษีภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น

ขณะที่ถ้าเป็นรัฐบาลฝ่ายขวา ภาคธุรกิจและตลาดทุนจะสบายใจกว่าในแง่ที่ว่า RN จะเป็นมิตรต่อตลาดและธุรกิจมากกว่า แต่ก็มีความกังวลกับการมีผู้นำที่ขาดประสบการณ์ในการบริหารขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เนื่องจาก จอร์แดน บาร์เดลลา (Jordan Bardella) ที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี หากพรรค RN เป็นรัฐบาล มีอายุเพียง 28 ปี 

อย่างไรก็ตาม เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาอย่างที่เห็น นักลงทุนมองว่าการไม่มีรัฐบาลที่ครองเสียงข้างมากอย่างเด็ดขาดในสภานั้น ทำให้สบายใจได้ว่าจะไม่มีการปฏิรูป หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่สำคัญใด ๆ แต่นักลงทุนก็ไม่ได้มองว่าการอยู่ในภาวะ “สภาแขวน” เป็นข่าวดีสำหรับภาคการคลังฝรั่งเศส 

ฝรั่งเศสมีความเสี่ยงทางการคลัง เนื่องจากขาดดุลงบประมาณสูงกว่าที่กำหนดในมาตรการวินัยการคลังของสหภาพยุโรป (อียู) ว่าต้องไม่เกิน 3% ของจีดีพี ซึ่งเมื่อไม่กี่เดือนก่อนการเลือกตั้ง รัฐบาลมาครงประกาศตั้งเป้าที่จะลดการขาดดุลการคลังลงให้ได้

ในทางตรงข้าม แนวร่วมฝ่ายซ้ายที่กำลังร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลประกาศว่าจะ “แตกหัก” อย่างเด็ดขาดจากนโยบายของรัฐบาลมาครงที่ทำมาหลายปี และจะดำเนินนโยบายขั้วตรงข้าม ทั้งปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ลดอายุเกษียณ และกำหนดเพดานราคาสินค้าพื้นฐานเพื่อแก้ปัญหาค่าครองชีพในฝรั่งเศส และจะนำภาษีทรัพย์สินผู้มั่งคั่งที่มาครงยกเลิกไปกลับมาใช้อีกครั้ง และจะเก็บภาษีภาคธุรกิจเพื่อเป็นงบประมาณสำหรับการใช้จ่ายด้านสังคมที่เพิ่มขึ้น

นักลงทุนคาดว่าการขาดดุลงบประมาณของฝรั่งเศสในปีนี้จะยังคงเพิ่มสูงขึ้นกว่าเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ 5.5% ของจีดีพี และการที่แนวร่วมฝ่ายซ้ายประกาศว่า “ไม่มีแผนจะลดการขาดดุลงบประมาณ” เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ตลาดทุนมองว่า NPF จะเป็นภัยต่อตลาดมากกว่า RN

ขณะที่บริษัทจัดอันดับเครดิต “เอสแอนด์พี โกลบอล เรตติงส์” (S&P Global Ratings) เตือนเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า อันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสซึ่งถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลงเมื่อเดือนพฤษภาคม จะต้องตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอีก หากการเติบโตทางเศรษฐกิจไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ หรือไม่สามารถลดการขาดดุลงบประมาณลงได้

นอกจากนั้น เอสแอนด์พีประมาณการว่า การขาดดุลงบประมาณของฝรั่งเศสโดยภาพรวมไม่น่าจะลดลงต่ำกว่า 4% ของจีดีพีก่อนปี 2027 ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้น อัตราส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะเพิ่มขึ้นเป็น 112% จาก 110.6% เมื่อสิ้นปี 2023