โอลิมปิก
กสทช.ยังไม่เคาะงบฯช่วยซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดโอลิมปิก 2024 ถกเคร่งสถานะลิขสิทธิ์ของเอกชน กังขาปิดดีลแล้วค่อยมาขอรับงบฯ
วันที่ 12 กรกฎาคม 2567 ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้มีการประชุมพิเศษเรื่องการขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดหาลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 33 และการแข่งขันกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ครั้งที่ 17 ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)
โดย กกท.ได้มีรายงานแจ้งบอร์ด กสทช.ว่า เนื่องจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติมีสภาพคล่องไม่เพียงพอ จึงได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ 435 ล้านบาทจากบัญชี 1 กองทุน กทปส. (กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ) จึงได้ให้บอร์ด กสทช.พิจารณาก่อน
บอร์ด กสทช.พิจารณากว่า 3 ชั่วโมง ก่อนปิดประชุมช่วง 15.45 น. ให้เลื่อนการพิจารณา คาดว่าจะถูกนำมาพิจารณาใหม่อีกครั้งในการประชุม วันที่ 17 ก.ค. 2567
รองผู้ว่าการ กกท. ชี้แจงที่ประชุมว่า กกท.ต้องดูว่าจะมีช่องเอกชนรายใดจะซื้อลิขสิทธิ์ จึงรอจนนาทีสุดท้าย เมื่อเจ้าของลิขสิทธิ์แจ้งว่าไม่มีช่องเอกชนรายใดซื้อมาถ่ายทอด เราจึงได้เสนอต่อกองทุนกีฬาฯ และได้มีมติกรรมการกองทุนกีฬาฯ ดังที่เห็นว่ามีเงินไม่เพียงพอ เนื่องจากต้องมีการจัดถ่ายทอดสดกีฬาหลายรายการที่ต้องจัดนักกีฬาไปแข่งขันตลอด 2 ปีที่ผ่านมา
บอร์ด กสทช.ได้ซักถามรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงของงบประมาณที่ขอสนับสนุนว่า ในเดือน เม.ย. 2567 มีการขอกว่า 800 ล้านบาท แต่ในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาขอ 435 ล้านบาท หมายความว่ามีการเปลี่ยนแปลงสิทธิหรือไม่อย่างไร
กกท.แจงว่า ระหว่างนี้มีการเจรจาหารือร่วมเอกชนหลายส่วน เห็นว่าภาครัฐควรออก 435 ล้านบาท ที่เหลือเอกชนที่มีช่องทวีอีกหลายช่องช่วยออกเงินได้ โดยพวกเขาจะได้ Priority คอนเทนต์พิเศษ และสามารถไปหารายได้เพิ่มได้ ดังนั้น ช่วงเดือน มิ.ย.จึงมาของบฯ 435 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนส่วนที่ขาด
ที่ประชุมยังมีการพิจารณาผู้ถือครองสิทธิที่แท้จริงใหม่อีกครั้ง โดยลับปิดเสียงตามสายด้วย
แหล่งข่าวใน กสทช.เปิดเผยว่า ที่ประชุมพิจารณาลับเรื่อง บริษัท เดนท์สึ จำกัด เจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดโอลิมปิก ได้ให้อำนาจบริษัท แพลนบี มีเดีย จำกัด จัดจำหน่ายสิทธิภายในประเทศไทย ที่ประชุมจึงพิจารณาสถานะของแพลนบีว่า ถือเป็นเอกชนที่ครอบครองลิขสิทธิ์หรือไม่อย่างไร
เพราะหากมีเอกชนถือครองลิขสิทธิ์อยู่แล้ว และมีเอกชนที่มีช่องทีวีต้องการนำไปถ่ายทอดสดอีกด้วย ดังนั้น มีความจำเป็นหรือไม่ที่ กสทช.จะต้องสนับสนุนเพิ่ม เพราะถึงอย่างไรคนไทยก็ได้ดูโอลิมปิกอยู่แล้ว และต้องเป็นไปทุกช่องทางตามกฎ Must Carry
ทั้งยังมีเอกชนที่มีช่องทางทีวีพร้อมเอารายการไปทำตลาดหารายได้อยู่แล้ว จากนั้นเอกชนจึงนำเงินมาช่วยจ่ายค่าลิขสิทธิ์ ดังนั้น การของบฯสนับสนุนดังกล่าวเสมือนการที่ กกท.และเอกชนไปดีลกับเจ้าของลิขสิทธิ์เสร็จแล้ว มีช่องของตัวเอง และช่องเอกชน ได้ถ่ายทอดสดแน่ ๆ อยู่แล้ว แต่มาของบประมาณสมทบเพิ่ม
แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า ท่าทีของบอร์ด กสทช. แต่ละคนจึงยังไม่เห็นชอบให้พิจารณาสนับสนุน และประธาน กสทช.จึงได้ปิดประชุม ให้เลื่อนไปพิจารณาหารือในการประชุมบอร์ดครั้งหน้า