Skip to content

“ทรัมป์” ประชุมใหญ่พรรควันนี้รับตำแหน่ง “ตัวแทนรีพับลิกัน” สื่อชี้นักจัดแจงภาพลักษณ์

15 ก.ค. 2567 | 07:47น.
“ทรัมป์” ประชุมใหญ่พรรควันนี้รับตำแหน่ง “ตัวแทนรีพับลิกัน” สื่อชี้นักจัดแจงภาพลักษณ์

ทรัมป์ลงจากเครื่องบินทรัมป์ฟอร์ซวัน เดินทางถึงเมืองมิลวอกี รัฐวิสคอนซินแล้ว หลังยืนยันเข้าร่วมประชุมใหญ่พรรครีพับลิกันวันนี้  วาระแต่งตั้งเป็นตัวแทนพรรคอย่างเป็นทางการ หลังเพิ่งรอดตายอย่างฉิวเฉียดจากการพยายามลอบสังหาร เมื่อวาน (14 กรกฎาคม 2024) ด้านสื่ออเมริกันอย่างเอพี ชวนวิเคราะห์ทรัมป์ให้ความสำคัญภาพลักษณ์อย่างมาก

วันที่ 15 กรฎาคม 2024 รอยเตอร์ รายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้แทนพรรครีพับลิกันซึ่งเพิ่งถูกคนร้ายพยายามลอบสังหารและได้รับบาดเจ็บที่หูข้างขวานั้น เดินทางมาถึงเมืองมิลวอกี รัฐวิสคอนซิน เพื่อร่วมงานประชุมใหญ่พรรครีพับลิกัน ตามกำหนดการเดิม ท่ามกลางผู้สนับสนุนมารอต้อนรับและให้กำลังใจ

ผู้สนับสนุนมารอต้อนรับนายทรัมป์ที่สนามบินมิลวอกี มิตเชล ซึ่งเดินทางมาร่วมประชุมใหญ่พรรครีพับลิกัน เมื่อ 14 ก.ค. (AFP)

หลังนายทรัมป์ยังคงยืนยันกำหนดการประกาศยอมรับการเสนอชื่อเขาเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันสู้ศึกประธานาธิบดีสหรัฐปี 2024 อย่างเป็นทางการในการประชุมใหญ่พรรค ที่สนาม Fiserv Forum สนามกีฬาอเนกประสงค์ในเมืองมิลวอกี รัฐวิสคอนซิน ซึ่งเป็นรัฐสมรภูมิรบระหว่างสองพรรคในวันจันทร์นี้ (15 กรกฎาคม 2024) ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ

ในการประชุมใหญ่พรรค ตัวแทนรีพับลิกันจากทั่วประเทศราว 2,400 คน ประชุมร่วมกัน เพื่อรับรองทรัมป์ในฐานะตัวแทนพรรคอย่างเป็นทางการ คาดว่าทรัมป์จะขึ้นกล่าวถ้อยแถลง และเตรียมประกาศคู่หูของตน ที่จะเป็นผู้สมัครตำแหน่งรองประธานาธิบดีของพรรครีพับลิกัน ซึ่งคาดว่า คือ นาย เจ.ดี. แวนซ์ (J. D. Vance) สว. รัฐโอไฮโอ

นายคอรีย์ เลวานดอฟสกี ผู้จัดการทีมหาเสียงของทรัมป์กล่าวว่า ไม่เคยมีการพูดถึงเรื่องของการยกเลิกประชุมใหญ่พรรค และว่า “เราจะเห็นทรัมป์ที่กล้าหาญขึ้น เครื่องร้อนขึ้น”

เหตุพยายามลอบสังหารทรัมป์ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งจากส่วนกลาง ระดับรัฐและท้องถิ่นต้องระวังภัยขั้นสูงก่อนการประชุมใหญ่พรรครีพับลิกัน โดยได้มีการเปลี่ยนแปลงมาตรการรักษาความปลอดภัยจากเดิม

มาตรการรักษาความปลอดภัยในที่ประชุมพรรครีพับลิกันซึ่งจัดขึ้นระยะเวลา4 วัน เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายคนกล่าวกับสำนักข่าวซีบีเอสนิวส์ว่า กำลังวางแผนขยายแนวปริมณฑลรอบสถานที่ประชุม และสร้างแนวกันชนหลายแนวรอบงานด้วย

หน่วยงานสืบสวนสอบสวนกลางหรือ FBI และหน่วยงานตำรวจท้องถิ่นส่งรายงานการประเมินภัยคุกคามไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจล่วงหน้าก่อนการประชุม ซึ่งเรียกร้องให้มีการตระหนักรู้ในสถานการณ์

ทรัมป์ผู้จัดแจงภาพลักษณ์

เอพี วิเคราะห์ว่า ทรัมป์ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์เสมอ ใส่ใจกับการแสดงออกทางใบหน้า เสื้อผ้าและมุมกล้องระหว่างการสัมภาษณ์

ท่ามกลางความโกลาหลและกระสุนปืน ทรัมป์ชูกำปั้นขึ้นและแสดงภาพของการท้าทาย

รอก่อน รอก่อน รอก่อน ! อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บอกกับหน่วยอารักขาประธานาธิบดีที่เข้ามาล้อมตัวเขาเพื่อคุ้มครองและพยุงนายทรัมป์ขึ้นยืน หลังคนร้ายพยายามลอบสังหารขณะขึ้นเวทีหาเสียงที่รัฐเพนซิลเวเนีย

(Reuters)

นายทรัมป์หน้าเปื้อนเลือด ชูกำปั้นขวาขึ้นกลางอากาศและปั๊มกำปั้น 3 ครั้ง “สู้ !” ทรัมป์พูดกับฝูงชนและต่อหน้ากล้อง ชูกำปั้นในลักษณะท้าทายและให้ความมั่นใจว่า เขาไม่เป็นอะไร ทำให้ฝูงชนส่งเสียงเชียร์ หลายคนลุกยืนขึ้น และตะโกนกลับไปว่า USA! จากนั้นขึ้นรถเอสยูวีและได้ชูกำปั้นขึ้นอีกก่อนที่ทีมอารักขาปิดประตูกันกระสุน พานายทรัมป์ออกไปจากพื้นที่

(Reuters)

ขณะเดียวกันทีมอารักขากล่าวว่า “เราต้องไปแล้ว เราต้องไปแล้ว” ช่วงจังหวะนี้เป็นการให้ภาพประกอบที่แสดงสัญชาตญาณดิบทางการเมืองของทรัมป์และฉลาดรู้ว่า ตัวเองคือภาพลักษณ์ที่ตัวเองนึกเอาไว้ แม้ในระหว่างความโกลาหลที่นึกไม่ถึง ทรัมป์หยุดและส่งสาร สร้างภาพและวิดีโอที่เป็นไอคอนิก ซึ่งให้แน่ใจว่าจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่ผู้คนไม่ลืม

ต่อมา นายทรัมป์โพสต์แจ้งข่าวด้วยตัวเองทาง Truth Social ว่า ผมถูกยิงด้วยกระสุนทะลุใบหูขวา ผมรู้ทันทีว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นซึ่งได้ยินเสียงปืนและทันทีรู้สึกได้ถึงกระสุนฉีกผิวหนังทะลุ เลือดไหลออกมามาก ผมจึงรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

ย้อนกลับไปเมื่อต้องถ่ายภาพถ่ายบุคคล ซึ่งถ่ายขึ้นในเมืองแอตแลนตา ทรัมป์จ้องไปที่กล้องถ่ายรูป ภาพถูกนำไปทำเป็นความทรงจำหมู่ร่วมกันและนำมาประดับบนเสื้อยืดหาเสียง โปสเตอร์และของที่ระลึกอื่น ๆ

และจากหนังสือของนายมาร์ก แมโดวส์ อดีตหัวหน้าพนักงานประจำทำเนียบขาวหรือพ่อบ้านทำเนียบขาวสมัยทรัมป์ระบุว่า หลังจากทราบผลตรวจว่าติดโควิด-19 ในปี 2020 ทรัมป์ปฏิเสธที่จะชี้ให้เห็นความจริงว่าตนป่วยแบบมีอาการ

และหลังจากออกจากโรงพยาบาลซึ่งได้รับการรักษาที่เข้มข้น ทรัมป์กลับไปยังทำเนียบขาว ปรากฏตัวจากเฮลิคอปเตอร์ประจำตำแหน่งมารีน วัน และปีนขึ้นบันไดเดินไปที่ระเบียงทำเนียบขาว และถอดหน้ากากอนามัยออก ยกนิ้วโป้งขึ้นชูสองนิ้วให้เฮลิคอปเตอร์มารีน วัน ในยามดวงอาทิตย์ตกดิน โดยมีฉากธงชาติสหรัฐอยู่ด้านหลัง