สมโภชน์ อาหุนัย
“สมโภชน์ อาหุนัย” อดีตซีอีโอ EA เปิดใจครั้งสุดท้าย ยืนยัน EA ไม่ใช่ STARK ชี้ธุรกิจเจ๊งหมดก็จ่ายคืนหนี้ได้ พร้อมขอโทษเรื่องส่วนตัวที่เข้ามาทำร้ายบริษัท เดินหน้าพิสูจน์ตามขั้นตอนกฎหมาย
วันที่ 15 กรกฎาคม 2567 นายสมโภชน์ อาหุนัย อดีตกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดใจต่อสื่อมวลชนว่า วันนี้ผมอยากจะขอพูดครั้งสุดท้ายเกี่ยวกับความในใจของผมเกี่ยวกับเรื่องบริษัท EA ส่วนเรื่องส่วนตัวยังไม่ขอเปิดเผยในวันนี้ ยอมรับว่ารู้สึกใจหายกับสิ่งที่เกิดขึ้น และคาดไม่ถึงกับการที่ถูกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษ เบื้องต้นขออภัยในช่วงที่ผ่านมาไม่นาน ที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นกับ EA มากมาย และทำให้ตลาดหุ้นปั่นป่วน นักลงทุนหลายรายได้รับความเสียหาย
ทั้งนี้ขอยืนยันว่า EA ไม่เหมือน STARK และไม่ใช่ STARK แน่นอน เพราะเรามีทรัพย์สินที่มีมูลค่าที่เหมาะสม ธุรกิจโรงไฟฟ้ามีกำไรต่อเมกะวัตต์เติบโตดีกว่าคู่แข่งรายอื่นเสมอมา มีกระแสเงินสด (Cash Flow) จากรายได้ค่าไฟฟ้าเข้ามาประมาณ 1,000 ล้านบาท/เดือน มีมูลค่าทางบัญชี หรือ Book Value อยู่ที่ 11.10 บาท สะท้อนทุกโครงการที่ดำเนินการกันมามีคุณภาพ และมีต้นทุนที่ไม่สูง
”จะบอกว่าเราซื้อของถูก ของไม่ดี ก็ไม่ใช่ เราซื้อของถูกและดีและดีมามากกว่า 10 ปี ไปดูได้เลยว่าเราลงทุนไม่ว่าจะโครงการที่บอกว่าทุจริตหรือไม่ทุจริต ถึงทุจริตแล้วเราก็ยังถูกกว่า ไม่ใช่โครงการเดียว ผมว่าเกือบจะ 100% ทุกโครงการที่ EA ทำ EA ทำถูกที่สุด และมีประสิทธิภาพที่สุดทุกครั้ง“ นายสมโภชน์ กล่าวและว่า
ผมเข้าใจว่าตอนนี้คนอาจจะรู้สึกสับสนและมีความกลัวว่า EA จะเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ ผมมั่นใจในทีมงานเดิมของผม และพนักงาน EA กว่า 3,000 ชีวิต ที่จะขับเคลื่อนธุรกิจต่อไป แค่ขาดผมและคุณอมร ทรัพย์ทวีกุล แม้จะเป็นเฟืองตัวใหญ่ แต่เฟืองตัวเล็ก ๆ ก็ยังคงทำงานอยู่ และทุกคนมีความมุ่งมั่นที่จะพา EA ไปสู่ความสำเร็จ
ส่วนกระแสที่ได้ยินมาว่ามีคนเอาหุ้นกู้ EA ไปขายในตลาดรอง ลดราคาให้ 50% อยากจะบอกว่าถ้าลดราคาขนาดนั้นมาขายผมเลย เพราะสมมุติผมไปออกหุ้นกู้ลอตใหม่ 5,500 ล้านบาท ผมก็รออีก 5 เดือน ก็มีเงินคืนครบเต็มจำนวน เพราะ EA มีกระแสเงินสดเข้ามาทุกเดือน
“ดังนั้นอยากให้ทุกคนมีสติ ผมต้องขอโทษจริง ๆ ที่เรื่องส่วนตัวของผมมาทำร้ายบริษัท และมาทำร้ายความเชื่อมั่นของบริษัทและพนักงานกว่า 3,000 คน ซึ่งเรื่องส่วนตัวของผมคงต้องไปพิสูจน์ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป”
ส่วนกรณีที่หลายอาจจะรู้สึกเป็นกังวลเกี่ยวกับโครงการใหม่ ๆ ว่าจะเจ๊งหรือไม่ ยืนยันว่าถึงเจ๊งหมด EA ก็จ่ายหนี้และดอกเบี้ยได้หมด จากรายได้ค่าไฟฟ้าที่เข้ามาทุกเดือน อย่างไรก็ตามวันนี้โครงการรถเมล์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ทำกำไรได้แล้ว มีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA ) เป็นบวกแล้ว ดังนั้นพิสูจน์แล้วว่าธุรกิจไปได้
“อยากขอโอกาสให้บริษัท EA ซึ่งเป็นบริษัทไทยบริษัทหนึ่ง ที่มีความมุ่งมั่นที่ประกอบธุรกิจมานานว่า 20 ปี มีผู้ถือหุ้นกว่า 50,000 ราย ที่เชื่อมั่นอยู่ จึงฝากนักลงทุนและสื่อมวลชนไตร่ตรองด้วยเหตุผลว่าเป็นจริงตามที่ผมพูดหรือไม่” นายสมโภชน์ กล่าว