Skip to content

วัน อยู่บำรุง น้ำตาร่วง ลาขาดเพื่อไทย เผยคำพูดสุดท้าย ที่ยังไม่ได้พูด

15 ก.ค. 2567 | 16:48น.
วัน อยู่บำรุง น้ำตาร่วง ลาขาดเพื่อไทย เผยคำพูดสุดท้าย ที่ยังไม่ได้พูด

วัน อยู่บำรุง น้ำตาคลอยื่นใบลาออกจากเพื่อไทย ไม่คิดทรยศพรรค ถ้าไม่เข้าตาไม่อยู่ให้เกะกะ ด้านแพทองธาร เคารพการตัดสินใจ ไม่ขับออก

วันที่ 15 กรกฎาคม 2567 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายวัน อยู่บำรุง ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ต่อเลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง โดยนายวันกล่าวว่า ตนได้ลาออกจากพรรคเพื่อไทยแล้ว โดยเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม หลังประชุมพรรคเพื่อไทย ได้ไปรอพบหัวหน้าพรรค และประโยคแรกที่ตนได้พูดกับหัวหน้าพรรคว่า

“วันนี้พี่มามอบตัว ทราบข่าวมาว่าทางหัวหน้าพรรคและผู้บริหารพรรคไม่สบายใจที่มีภาพของผมอยู่ในวันนับคะแนนการเลือกตั้งนายกฯ อบจ.ปทุมธานี ที่บ้านของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผมพูดกับหัวหน้าพรรคว่าครอบครัวอยู่บำรุงจงรักภักดีต่อพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด ไม่เคยคิดคดทรยศ ผมอาจจะคิดไม่รอบคอบ กรณีมีภาพของผมหลุดออกไปในวันนับคะแนน จะทำให้ทางพรรคไม่สบายใจ

ผมขอเรียนว่าครอบครัวอยู่บำรุง และครอบครัวธูปกระจ่าง รู้จักมักคุ้น รักใคร่ชอบพอกันมาหลายสิบปี และที่ผมไปก็อยู่ในช่วงเวลาปิดหีบแล้ว ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของคะแนน”

นายวันกล่าวว่า เมื่ออธิบายความออกไปก็ไม่ได้มีท่าทีว่าอะไรจะดีขึ้นเลย ซึ่งบทสนทนามีมากกว่านั้น และมีหลายประโยคที่สื่อมวลชนยังไม่ทราบ จึงเป็นเหตุที่ทำให้พูดออกไปว่าขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี

ส่วนวันนี้ที่มาลาออก เมื่อผู้ใหญ่ในพรรคมองว่าไม่เข้าตาแล้ว ท่านไม่แฮปปี้ตนก็ไม่สบายใจ ถ้าไม่ลาออกจากสมาชิกพรรค เมื่อพรรคมีกิจกรรมอะไรตนก็ต้องไปร่วมงาน คงไม่หน้าด้านที่จะไปเดินเกะกะรกหูรกตาผู้ใหญ่ในพรรค

นายวันยังกล่าวทั้งน้ำตาคลอว่า “ผมก็แค่ สส.กทม.สอบตก แต่ที่สอบตกอย่าลืมว่า กรุงเทพฯ มี สส. 33 คน พรรคเพื่อไทยตก 32 คน ถ้าผมสอบตกคนเดียวตนจะพิจารณาตนเอง คิดว่าทางพรรคเพื่อไทยก็ต้องกลับไปพิจารณาตัวเอง ว่านโยบายหาเสียงของพรรคครั้งที่แล้วเป็นอย่างไร จะว่าเป็นความผิดของผู้สมัคร กทม.ก็ไม่ใช่ และคนเราก็อย่าไปเกรงกลัวการเปลี่ยนแปลง แต่จงหาทางอยู่รอดกับการเปลี่ยนแปลง ชีวิตต้องดำเนินต่อไป”

นายวันกล่าวอีกว่า คงไม่ทราบว่ากรณีของตนจะเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู หรือตีวัวกระทบคราดหรือไม่ ตนรู้ว่าตนผิดจึงไปมอบตัว แต่ไม่คิดว่าความผิดของตนจะหนักหนาสาหัส ตนคิดไปเองว่าเมื่อมาถึงพรรคก็แค่โดนดุ หรือตักเตือน ไม่คิดว่าจะเลยเถิดบานปลายถึงขนาดนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่าการลาออกครั้งนี้เป็นการตัดสินใจเองหรือบีบให้ลาออก นายวันกล่าวว่า บทสนทนาในวันนั้นมีมากกว่านี้ มีหลายประโยค จึงเป็นเหตุที่ทำให้ตนตัดสินใจลาออก โดยตนตั้งข้อสังเกตกรณีนายวรชัย เหมะ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของนายกรัฐมนตรี ลองเปรียบเทียบกับกรณีของตนว่าจะผิดมารยาทหรือไม่ หรือว่าจะมีคนที่อยู่เบื้องหลังนายวรชัย มากกว่ามากบารมีนายกรัฐมนตรี จึงทำให้นายวรชัยพูดได้

เมื่อถามอีกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวที่ทำให้ตัดสินใจลาออก หรือมีเรื่องอื่นก่อนหน้านี้หรือไม่ นายวันกล่าวว่า เรื่องครั้งนี้คนที่ไม่เข้าตาอยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์ ตระกูลอยู่บำรุงประจบสอพลอใครไม่เป็น

เมื่อถามย้ำว่า คำพูดนั้นกระทบต่อนายเฉลิม อยู่บำรุง หรือไม่ นายวันกล่าวว่า ไม่ขอเปิดเผย เมื่อถามอีกว่าวันที่จะลาออก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรค ได้รั้งอะไรไว้บ้างไหม นายวันกล่าวว่าเขาไม่ได้พูดอะไร

ทั้งนี้ ตอนที่ตนไปมอบตัวยังไม่ได้คิดว่าจะลาออกจากตำแหน่งใด ๆ ทั้งสิ้น คนเราก็อยากมีตำแหน่ง อยากเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การเมือง แต่ตนไม่ยึดติดกับตำแหน่ง เมื่ออยู่แล้วเขาไม่มีความสุข ตนจะไปเสนอหน้าอยู่ทำไม

เมื่อถามว่าคำพูดที่ทำให้ตัดสินใจลาออก เป็นคำพูดจากหัวหน้าพรรคใช่หรือไม่ นายวันกล่าวว่าตนไม่กล้าพูด วันนั้นมีหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค ผอ.พรรคการเมือง และตน ซึ่งตนเป็น สส.สอบตก คงไม่มีราศี ราคาค่างวด แต่มีผู้ติดตามตนในโซเชียลมีเดีย 1.2 ล้านคน ตนก็อยากทำงานการเมืองต่อไป ถ้าหากว่ามีพรรคการเมืองใดที่คิดว่าตนพอเป็นประโยชน์ ลองติดต่อมา เพราะตอนนี้ตนก็มีสถานะนักการเมืองไร้สังกัด แต่ยังทำงานการเมืองต่อไป ตอนนี้ยังไม่มีใครติดต่อมา ขอยืนยันว่าครอบครัวอยู่บำรุง รักชาติ ศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์

เมื่อถามว่า สโลแกนใจถึงพึ่งได้ยังคงอยู่หรือไม่ นายวันกล่าวว่า ก็ยังใจถึงพึ่งได้ ยังทำงานเพื่อสังคม ใจถึงพึ่งได้มีมาก่อนที่ตนจะเป็น สส. และที่สำคัญแฟนคลับที่ติดตามตน ก็ได้ติดตามมาก่อนที่จะเป็น สส.ด้วยซ้ำ เขาไม่ได้มองที่ตำแหน่งแต่มองที่ตัวตน เมื่อถามว่าถ้าเป็นพรรคก้าวไกลจะสามารถร่วมงานได้ไหม นายวันกล่าวว่า ยังไม่มีใครติดต่อมา ไม่รู้ว่าตนจะมีประโยชน์กับใคร คงต้องติดตามดู แต่ไม่ทิ้งงานการเมือง

เมื่อถามอีกว่า ถ้าร่วมงานกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะได้หรือไม่ นายวันกล่าวว่าเป็นพี่ที่เคารพรัก ตนมีงานการเมืองครั้งแรกเมื่อปี 2551 โดยทำงานร่วมกับนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ก็ผูกพันรักใคร่ ส่วนนายอนุทิน ส่วนตัวให้ความรักและเคารพกัน

เมื่อถามว่านายเฉลิม อยู่บำรุง จะยังอยู่กับพรรคเพื่อไทยอยู่หรือไม่ นายวันกล่าวว่า ณ เวลานี้ยังอยู่พรรคเพื่อไทย ท่านก็อยากให้ขับออก คุณพ่ออายุเยอะ แต่ความรู้ความสามารถเขาไม่ได้ลดน้อยลง เขาก็อยากมีบทบาททางการเมืองอยู่ แต่ก็ยังไม่ได้รับโอกาสนั้น

เมื่อถามว่านายทักษิณ ชินวัตร ได้ติดต่อมาคุยกับนายเฉลิมหรือไม่ นายวันกล่าวว่า ไม่ทราบ โดยแต่ก่อนท่านคุยกันบ่อยมาก สัปดาห์หนึ่งคุย 2-3 วัน แต่พอหลังจากเลือกตั้งมาแล้วจนถึงทุกวันนี้ตนไม่ทราบ และไม่ได้ยินว่าคุณพ่อคุยกับนายทักษิณหรือไม่

เมื่อถามว่า นายวัน อยู่บำรุง ลาออกแล้ว ในส่วนของนายอาชวิน อยู่บำรุง บุตรชาย ซึ่งทำงานด้านการเมืองจะทำอย่างไรต่อไป นายวันกล่าวว่าให้เขาได้ตัดสินใจเอง เพราะโตแล้ว ตอนนี้ก็อายุ 27 ปี ส่วนตัวไม่ได้ให้คำปรึกษา หรือแนะนำอะไร

เมื่อถามว่าถ้ามีการพูดคุยเคลียร์ใจกันจะกลับมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยได้อีกหรือไม่ นายวันกล่าวว่ามันเลยจุดนั้นไปไกลแล้ว ชีวิตตนก็ต้องดำเนินต่อไป ตนก็ต้องทบทวนตัวเอง แต่ยืนยันว่ายังทำงานการเมือง

เมื่อถามว่าอยากจะบอกอะไรกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายวันกล่าวว่า ขอบคุณทุกสิ่งอย่างที่ให้โอกาสกับตน ตั้งแต่พรรคพลังประชาชน จนมาถึงพรรคเพื่อไทย ทุกวันนี้ตนก็ยังรักพรรคเพื่อไทยอยู่ และผู้บริหารพรรคทุกท่านอยู่เสมอเหมือนเดิม แต่ไม่ทราบว่าผู้บริหารพรรคทุกวันนี้ยังรักและเอ็นดูตนหรือไม่ ซึ่งตนก็ต้องมีทางเดินของตน เมื่อเขาไม่แฮปปี้ตนไม่สบายใจ ก็ถอยออกมาดีกว่า

แพทองธาร เคารพการตัดสินใจ

ด้านนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายวัน อยู่บำรุง ลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยจะสร้างความหวั่นไหวภายในพรรคหรือไม่ ว่าเรื่องนี้ได้พูดคุยกันเป็นการส่วนตัวไปแล้ว และได้เห็นนายวันออกมาให้สัมภาษณ์แล้ว จึงไม่มีประเด็นอะไรที่มากกว่านี้

นางสาวแพทองธารกล่าวอีกว่า ตนเคยแสดงความตั้งใจกับนายวันไปแล้วว่า ไม่ได้อยากให้นายวันออกจากพรรคเพื่อไทย แต่ก็เคารพการตัดสินใจของนายวัน เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่แล้ว และทั้ง 2 ครอบครัวก็รู้จักกันมานาน ดังนั้น ควรให้กำลังใจกันดีกว่า ถึงจะไม่ได้อยู่ในพรรคเพื่อไทย เราก็สามารถให้กำลังใจกันได้อยู่แล้ว

เมื่อถามว่า ทาง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อยากให้ทางพรรคขับออกเพื่อไปสังกัดพรรคใหม่นั้น นางสาวแพทองธารกล่าวว่าพรรค “ไม่มีนโยบายขับออกอยู่แล้ว”