เงินบาทยังอ่อนค่า คาดสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 32.00-32.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ
“เงินบาทยังอ่อนค่า ขณะที่ ดัชนีตลาดหุ้นไทยร่วงลง หลังจากขยับขึ้นช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์”
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาททยอยอ่อนค่าลง ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ข้อมูลผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และผลสำรวจกิจกรรมการผลิตของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ที่เพิ่มขึ้นมากกว่าตัวเลขคาดการณ์ของตลาด และจากการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ซึ่งทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2554 ที่ระดับ นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทในช่วงปลายสัปดาห์ ยังเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับสถานะขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติด้วยเช่นกัน
ในวันศุกร์ (18 พ.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 32.19 เทียบกับ 31.85 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (11 พ.ค.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (21-25 พ.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 32.00-32.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยจุดสนใจของตลาดในประเทศน่าจะอยู่ที่ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2561 และข้อมูลการส่งออกเดือนเม.ย. ของไทย ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนพ.ค. ยอดขายบ้านใหม่ ยอดขายบ้านมือสอง ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนเม.ย. นอกจากนี้ นักลงทุนอาจรอติดตามถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด รายงานการประชุมเฟดเมื่อช่วงต้นเดือนพ.ค. สถานการณ์การเมืองในอิตาลี ความคืบหน้าในการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ตลอดจนข้อมูล PMI ของประเทศชั้นนำอื่นๆ อาทิ ยูโรโซน และญี่ปุ่น
ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีตลาดหุ้นไทยร่วงลง โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,754.17 จุด ลดลง 0.67% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่ มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน ปรับเพิ่มขึ้น 14.98% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 61,409.99 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai ปิดที่ 474.78 จุด ลดลง 0.89% จากสัปดาห์ก่อน

ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นช่วงสั้นๆ ในต้นสัปดาห์ ด้วยแรงซื้อจากกลุ่มนักลงทุนสถาบัน ก่อนที่จะร่วงลงตามตลาดหุ้นต่างประเทศ หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ พุ่งขึ้นทะลุระดับ 3% อีกครั้ง อย่างไรก็ดี ดัชนี SET ได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานเข้ามาช่วยประคองตลาดในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ จากราคาน้ำมันโลกยังทรงตัวในระดับสูง แม้ว่าจะมีแรงกดดันจากการขายสุทธิของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติก็ตาม
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (21-25 พ.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,745 และ 1,735 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,765 และ 1,780 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2561 ของไทย รายงานการประชุมนโยบายการเงินของเฟด และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดระดับสูง ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อื่นๆ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่และบ้านมือสอง ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนเม.ย. และดัชนี PMI Composite (เบื้องต้น) เดือนพ.ค. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ดัชนี PMI Composite (เบื้องต้น) ของยูโรโซน และข้อมูลจีดีพีไตรมาส 1/2561 และอัตราเงินเฟ้อของอังกฤษ