เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
SME ลำพูนขานรับ กขค. คุมเครดิตเทอม จี้ลด VAT เกษตรเหลือ 3%
เศรษฐกิจภูมิภาค SME ลำพูนขานรับ กขค. คุมเครดิตเทอม จี้ลด VAT เกษตรเหลือ 3%
ไทยสมุทรฯ ส่งประกันออมทรัพย์ 10/4 จ่ายเบี้ย 4 ปี รับเงินคืน 20% ทุกปี ชูสิทธิลดหย่อนภาษี
Finance ไทยสมุทรฯ ส่งประกันออมทรัพย์ 10/4 จ่ายเบี้ย 4 ปี รับเงินคืน 20% ทุกปี ชูสิทธิลดหย่อนภาษี
‘ชัชชาติ’ โอดงบกลางเหลือแค่ 28 ล้าน จ่อขอสภาเพิ่ม 1.1 พันล้านจ่ายเยียวน้ำท่วม
Politics ‘ชัชชาติ’ โอดงบกลางเหลือแค่ 28 ล้าน จ่อขอสภาเพิ่ม 1.1 พันล้านจ่ายเยียวน้ำท่วม
ศุลกากร จับกุมผู้โดยสารอินเดีย ลักลอบนำเข้าธนบัตรปอนด์สเตอร์ลิง-ดอลลาร์สหรัฐ รวม 2.5 ล้าน
Finance ศุลกากร จับกุมผู้โดยสารอินเดีย ลักลอบนำเข้าธนบัตรปอนด์สเตอร์ลิง-ดอลลาร์สหรัฐ รวม 2.5 ล้าน
‘บอร์ด EEC’ ไฟเชียว เพิ่มเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ 4 จุด    รับการลงทุน
Economic ‘บอร์ด EEC’ ไฟเชียว เพิ่มเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ 4 จุด รับการลงทุน
อนุทิน ดำเนินคดีคนเอี่ยวข่าวปลอม ‘ค่าน้ำชา 7 ล้าน’ บอก ‘ผบ.ตร.’ ทำงานเร็ว-ไม่ได้สั่ง
Politics อนุทิน ดำเนินคดีคนเอี่ยวข่าวปลอม ‘ค่าน้ำชา 7 ล้าน’ บอก ‘ผบ.ตร.’ ทำงานเร็ว-ไม่ได้สั่ง
รัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายลงทุน 11 เดือน กว่า 2.2 แสนล้าน สคร. คาดทั้งปีไม่ต่ำกว่าเป้าที่ 95%
Finance รัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายลงทุน 11 เดือน กว่า 2.2 แสนล้าน สคร. คาดทั้งปีไม่ต่ำกว่าเป้าที่ 95%
ราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท รูปพรรณบาทละ 65,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (26 ต.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท รูปพรรณบาทละ 65,100 บาท
วิวาลดี้พีอาร์ ร่วมส่งเสริมภาคธุรกิจไทย “Latin Link 2026” ขยายเครือข่ายสู่ลาตินอเมริกา
Uncategorized วิวาลดี้พีอาร์ ร่วมส่งเสริมภาคธุรกิจไทย “Latin Link 2026” ขยายเครือข่ายสู่ลาตินอเมริกา
ซีไอเอ็มบีไทย คาด ‘เฟด-กนง.’ ตรึงดอกเบี้ยรอบนี้ จับตา ECB-BOJ มีโอกาสปรับขึ้น
Finance ซีไอเอ็มบีไทย คาด ‘เฟด-กนง.’ ตรึงดอกเบี้ยรอบนี้ จับตา ECB-BOJ มีโอกาสปรับขึ้น
ดูทั้งหมด

กสิกรไทย กวาดกำไรครึ่งปี’67 อยู่ที่ 2.61 หมื่นล้าน เพิ่มขึ้นกว่า 20%

19 ก.ค. 2567 | 09:40น.

ธนาคารกสิกรไทย แจ้งผลประกอบการครึ่งปีแรก ปี 2567 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2.61 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.26% อานิสงส์ตั้งสำรองลดลง ด้านหนี้เสีย อยู่ที่ระดับ 3.18%

วันที่ 19 กรกฎาคม 2567 นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยในไตรมาส 2 ปี 2567 ยังมีสัญญาณฟื้นตัวช้าและไม่ทั่วถึง แม้จะมีแรงส่งอยู่บ้างจากการทยอยเบิกจ่ายเงินของภาครัฐ หลังจากที่ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2567 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน 2567 และการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว ทั้งนี้ การผลิตภาคอุตสาหกรรมและการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนยังเผชิญแรงกดดันจากด้านต้นทุน ภาระหนี้สิน รวมถึงรายได้ที่ยังฟื้นตัวในกรอบจำกัด

สำหรับในช่วงที่เหลือของปี 2567 นั้น แม้เศรษฐกิจไทยอาจประคองการเติบโตได้ตามการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ และการส่งออกที่จะได้อานิสงส์เมื่อเทียบกับฐานที่ต่ำในช่วงเดียวกันปีก่อน แต่คงต้องติดตามผลกระทบต่อภาคธุรกิจจากแนวโน้มต้นทุนที่ปรับสูงขึ้นตามค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ รวมถึงรายละเอียดและความชัดเจนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในช่วงที่เหลือของปี 2567

ขัตติยา อินทรวิชัย
ขัตติยา อินทรวิชัย

ท่ามกลางความท้าทายของปัจจัยต่าง ๆ ธนาคารกสิกรไทยยังคงมุ่งเน้นการเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ 3+1 เพื่อส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายภายใต้บริบทของเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน

ในไตรมาส 2 ปี 2567 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 12,653 ล้านบาท ลดลง 6.18% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน หลัก ๆ จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลง ในขณะที่รายได้สุทธิจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ จำนวน 21,888 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.67% โดยยังอยู่ภายในกรอบการบริหารจัดการของธนาคาร และได้พิจารณาตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected credit loss : ECL) จำนวน 11,672 ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนตามหลักความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สำรองอยู่ในระดับที่เหมาะสม สะท้อนสถานการณ์ปัจจุบัน และรองรับความไม่แน่นอนของปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจ โดยค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage ratio) เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนอยู่ที่ระดับ 151.87%

รายได้จากการดำเนินงานสุทธิมีจำนวน 50,429 ล้านบาท โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงจำนวน 1,060 ล้านบาท หรือ 2.75% เป็นผลจากสภาพเศรษฐกิจโดยรวมที่ฟื้นตัวช้า และไม่ทั่วถึง ประกอบกับการยกระดับกระบวนการเพิ่มประสิทธิภาพการปล่อยสินเชื่อใหม่อย่างมีคุณภาพ

นอกจากนี้ ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือลูกค้าปัจจุบันที่เป็นกลุ่มเปราะบางให้สามารถฟื้นตัวได้ดีขึ้น และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินรับฝากในช่วงก่อน รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลงจำนวน 221 ล้านบาท หรือ 2.66% ส่วนหนึ่งจากค่าธรรมเนียมรับจากธุรกิจบัตร และค่าธรรมเนียมรับจากการรับรองตั๋ว อาวัล และค้ำประกัน แม้ว่ารายได้สุทธิจากการรับประกันภัยปรับตัวดีขึ้น

ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ มีจำนวน 21,888 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากกิจกรรมทางการตลาดและการดำเนินงานตามทิศทางธุรกิจ รวมทั้งค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการขยายช่องทางการให้บริการลูกค้า และส่วนหนึ่งจากเงินช่วยเหลือแทนความห่วงใยให้แก่พนักงาน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว โดยธนาคารมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายพนักงานภายใต้องค์รวมของกรอบงบประมาณที่วางไว้ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to income ratio) อยู่ที่ระดับ 43.40%

สำหรับงวด 6 เดือน ปี 2567 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและภาษีเงินได้มีจำนวน 57,981 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.36% จากรายได้จากการดำเนินงานสุทธิที่เติบโตสูงกว่าค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ เป็นผลจากการที่ธนาคารและบริษัทย่อยบริหารจัดการค่าใช้จ่ายให้เกิดความคุ้มค่า และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to income ratio) อยู่ที่ระดับ 42.35% ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected credit loss : ECL) ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งยังคงเป็นการตั้งสำรองฯ ตามหลักความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง รองรับความไม่แน่นอนของปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจ ทำให้กำไรสุทธิจำนวน 26,139 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 20.26%

รายได้จากการดำเนินงานสุทธิมีจำนวน 100,581 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.27% จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่มีจำนวน 75,996 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.18% ตามภาวะตลาด โดยอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin : NIM) อยู่ที่ระดับ 3.73%

ทั้งนี้ ธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อในไตรมาส 2 ปี 2567 เพื่อช่วยเหลือลูกค้าปัจจุบันที่เป็นกลุ่มเปราะบางให้สามารถฟื้นตัวได้ดีขึ้น รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเติบโต หลัก ๆ จากค่าธรรมเนียมรับจากการจัดการกองทุน และค่าธรรมเนียมรับจากการรับรองตั๋ว อาวัล และค้ำประกัน รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการลงทุน และรายได้จากการปริวรรตเงินตราต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว

ในขณะที่ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ มีจำนวน 42,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.82% จากค่าใช้จ่ายทางการตลาดสอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มตามปริมาณธุรกิจ และค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการขยายช่องทางการให้บริการลูกค้า

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 ธนาคารและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมจำนวน 4,247,540 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากสิ้นปี 2566 จำนวน 36,016 ล้านบาท หรือ 0.84% อย่างไรก็ตาม เงินให้สินเชื่อสุทธิอยู่ในระดับทรงตัว ตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าและไม่ทั่วถึง ประกอบกับการยกระดับกระบวนการเพิ่มประสิทธิภาพการปล่อยสินเชื่อใหม่อย่างมีคุณภาพสะท้อนการบริหารความสมดุลของความเสี่ยงและผลตอบแทนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ทั้งนี้ เงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (%NPL gross) อยู่ที่ระดับ 3.18% ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สำหรับอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงของกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทยตามหลักเกณฑ์ Basel III ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 ยังคงมีความแข็งแกร่งอยู่ที่ 19.42%

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ช่วงนี้ธนาคารพาณิชย์เริ่มทยอยประกาศผลประกอบการครึ่งปี 2567 โดยก่อนหน้านี้ ธนาคารขนาดใหญ่อย่าง ธนาคารกรุงเทพโชว์กำไรสุทธิงวดครึ่งปีแรก 67 อยู่ที่ 2.23 หมื่นล้าน เพิ่มขึ้น 4.2%. กรุงศรีฯ กำไรครึ่งปีแรกลดลง 7.9% อยู่ที่ 1.57 หมื่นล้านบาท เหตุตั้งสำรองสูง ธนาคาร CIMBT โชว์กำไรครึ่งปีแรกอยู่ที่ 1,294 ล้านบาท ลดลง 5.4%

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารกสิกรไทย (KBank)