มงคล สุระสัจจะ นั่งเก้าอี้ประธาน สว.คนใหม่ หลังชนะโหวต 159 เสียง “บิ๊กเกรียง” ฉลุยรองประธานคนที่ 1 “มงคล” ยืนยันเป็นคนไม่มีเส้น ทำงานกับทุกคนได้ ลั่นสังคมไทยเป็นหนึ่งเดียวกัน ต้องเริ่มต้นจากการเป็นหนึ่งเดียวของ สว. พร้อมประนอมอำนาจดับวิกฤตสังคมไทย
วันที่ 23 กรกฎาคม 2567 ในการประชุมวุฒิสภา (สว.) มีการประชุมนัดแรก โดยมี พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี ซึ่งเป็น สว.ที่มีอายุมากที่สุด 78 ปี ได้ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมชั่วคราว ทั้งนี้ มีวาระสำคัญที่ต้องให้สมาชิกวุฒิสภากล่าวปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนเข้ารับหน้าที่ ตามมาตรา 115 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและมีการเลือกตำแหน่งประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 และรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2
จากนั้นที่ประชุมเสนอชื่อผู้ที่ชิงตำแหน่งประธานวุฒิสภา โดย พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ สว.กลุ่มบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง เสนอชื่อนายมงคล สุระสัจจะ กลุ่มบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง ขณะที่นายเศรณี อนิลบล สว.กลุ่มทำสวน ป่าไม้ ปศุสัตว์ เสนอชื่อ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว.กลุ่มการสาธารณสุข และนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว.กลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม เสนอชื่อ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว.กลุ่มสื่อมวลชน โดยที่ประชุมได้มีมติให้ทั้ง 3 คนใช้เวลาแสดงวิสัยทัศน์ 5 นาที
นพ.เปรมศักดิ์แสดงวิสัยทัศน์ว่า การที่เกิดเสียงวิจารณ์ฐานที่มาอาชีพของ สว.ไม่ตรงปก วิจารณ์ว่าสีนั้น สีนี้ ไม่เป็นผลดีต่อสมาชิก 200 คน ตนจึงอาสาเข้ามาทำงานแก้ไขภาพลักษณ์ในด้านลบ เพราะ สว.ถือเป็นสภาสูง ทรงเกียรติ และประชาชนคาดหวัง การกลัดกระดุมเม็ดแรกของ สว.ต้องเป็นอิสระ เป็นกลาง
นันทนา ชู 5 ส.ฟื้นศรัทธา
ด้าน น.ส.นันทนาแสดงวิสัยทัศน์ว่า แม้ที่มา สว.ทั้งสภาไม่อาจกล่าวได้ว่ามาจากการเลือกของประชาชน แต่เรายึดโยงกับประชาชนได้ โดย 5 ส. สัมพันธ์ วุฒิสภาต้องยึดโยงกับประชาชนทุกคน ทุกกลุ่ม เปิดพื้นที่สภาให้คนเข้าถึงได้ ประชาชนสามารถเดินเข้ามาฟังการประชุมได้ทุกวันที่มีการประชุม
เราจะเป็นวุฒิสภาเชิงรุกเข้าหาประชาชน เปิด สว.ฟังเสียงประชาชนทั่วประเทศ จะถ่ายทอดสดการประชุม สว. และถ่ายทอดสดการประชุมกรรมาธิการทุกคณะ สว.รู้อะไรประชาชนรู้อย่างนั้น สร้างสรรค์ จะทำงานอย่างสร้างสรรค์ โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยใช้เวทีของสภาถกเถียงประเด็นที่เป็นปัญหาของสังคม
“สภาแห่งนี้ต้องเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของบ้านเมือง ที่มีอำนาจเรียกเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทุกระดับ ตั้งแต่หัวหน้ารัฐบาลมาตอบกระทู้ถามในการแก้ปัญหาสำคัญ ๆ โดยให้ความเคารพต่อสถาบันโดยไม่บ่ายเบี่ยงหลบเลี่ยงอย่างที่ผ่านมา” น.ส.นันทนากล่าว
น.ส.นันทนากล่าวว่า สมดุล สว.ยุคใหม่ต้องสร้างสมดุลให้เกิดขึ้นในสังคม จะเปิดกว้างให้กับทุกศาสนา เปิดพื้นที่ให้ความหลากหลายทางเพศ เคารพสิทธิมนุษยชน โอบรับบุคลากรเข้ามาทำงานและทุกคนที่เข้ามามีส่วนร่วมกับสภา และ ส.สุดท้ายคือ สากล สว.ชุดใหม่ต้องเป็นที่ยอมรับกับนานาอารยประเทศ มีกฎระเบียบ ข้อบังคับที่ทันสมัย เป็นแบบอย่างอาเซียน ให้ประเทศไทยยืนอย่างสง่างามบนเวทีโลก
มงคลให้ สว.เป็นหนึ่งเดียวกัน
ด้านนายมงคลแสดงวิสัยทัศน์ว่า การตัดสินใจก่อนสมัครเป็น สว.คือความหวังที่ใช้เวลาที่เหลืออยู่ของชีวิตทำงานเพื่อชาติ เพื่อแผ่นดิน รับใช้ประชาชน แก้ไขปัญหาของคนในชาติ ในช่วงเวลาที่กล่าวได้ว่าวิกฤตที่สุดในประวัติศาสตร์ของไทย นับแต่วันนี้ตั้งใจทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่ตนวางไว้
“เชื่อว่าทุกท่านตั้งใจไม่ต่างจากผม คือการปฏิบัติหน้าที่ด้านนิติบัญญัติในฐานะ สว. ต้องการให้ประเทศไทยและคุณภาพชีวิตของคนไทยไปสู่สิ่งที่ดีกว่า และดีขึ้นในทุก ๆ มิติ ซึ่งการทำงานของ สว.โดยมีประชาชนเป็นเป้าหมายอย่างตรงไปตรงมาจะนำไปสู่สิ่งนั้นได้ อยากเห็นสังคมไทยเป็นหนึ่งเดียวกัน เราจะเริ่มต้นจากการเป็นหนึ่งเดียวของ สว.แห่งนี้ วุฒิสภาเป็นองค์กร รวมถึงมีรัฐธรรมนูญ สอดคล้องสังคมไทยอย่างแท้จริง ในฐานะวุฒิสภา” นายมงคลกล่าว
มี รธน.เหมาะสมคนไทย
นายมงคลกล่าวว่า สว.เป็นองค์กรสำคัญ ที่จะพาสังคมไทยเดินหน้าได้โดยสันติวิธี รวมถึงการมีรัฐธรรมนูญที่เหมาะสม สอดคล้องกับสังคมไทยและคนไทยอย่างแท้จริง เป็นภารกิจของ สว. วิกฤตที่เกิดขึ้นในทางการเมือง เศรษฐกิจที่ผ่านมาไม่ได้เกิดแต่ประเทศไทย ประเทศอื่นก็เป็น ดังนั้น จะหวังให้ใครมาช่วยเราไม่ได้ เราคนไทยต้องช่วยกัน
มีเพื่อนทุกหมู่เหล่า
“ชีวิตผมมาจากก้อนดินก้อนทราย เป็นนักเรียนอาชีวะ เข้าใจความยากจนข้นแค้น ความเป็นคนไม่มีเส้น ไม่มีสาย เติบโตมาในระบบราชการด้วยการทำงานอย่างหนัก เต็มความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ในการประสานงานกับประชาชน คลุกคลีกับพี่น้องประชาชนในชนบทมาตลอดชีวิต แม้เกษียณอายุราชการ ผมยังทำไร่ในชนบท ผมเข้าใจความรู้สึก เข้าใจปัญหา ผมมีประสบการณ์อันยาวนาน มีเพื่อนอยู่ทุกหมู่เหล่า ผมเชื่อว่าเข้าใจ และทำงานร่วมกับทุกคนได้” นายมงคลกล่าว
ประนอมอำนาจดับวิกฤต
นายมงคลสรุปว่า สว.ปัจจุบันใครจะว่าอย่างไรก็แล้วแต่ แต่เป็นครั้งแรกที่รัฐธรรมนูญทำให้สภาเป็นของคนทุกหมู่เหล่า แบ่งเป็น 20 กลุ่มอาชีพ เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามาทำงานแทนกลุ่มอาชีพของตัวเอง ทำเพื่อประชาชน หากผมได้รับเลือกเป็น สว.จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มสติปัญญา เต็มความสามารถ จะขอเชิญทุกคนมาช่วยงานกัน เพื่อให้ สว.แห่งนี้บรรลุผล เป็นสภาของสามัญชน เป็นสภาที่ประนอมอำนาจดับวิกฤตของสังคมไทย
“มงคล” เข้าป้าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นเข้าสู่การลงคะแนน โดยให้ สว.ลงคะแนนลับ เรียงตามลำดับตัวอักษร โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง จากนั้นมีการนับคะแนน ผลปรากฏว่านายมงคลได้รับเลือกจากที่ประชุมให้เป็นประธานวุฒิสภา 159 คะแนน น.ส.นันทนาได้ 19 คะแนน นพ.เปรมศักดิ์ 13 คะแนน งดออกเสียง 4 บัตรเสีย 5
ด้าน พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ สว.ที่เสนอชื่อนายมงคลเป็นประธานวุฒิสภา กล่าวว่า นายมงคลมีความเหมาะสม เพราะพร้อมด้วยวัยวุฒิและคุณวุฒิ ผ่านชีวิตมามากมาย ตั้งแต่ปฐมวัยและในช่วงที่ทำงานใหม่ ๆ
ต่อมาที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาต่อในวาระเลือกรองประธานวุฒิสภา มีผู้เสนอชื่อ 4 คน ประกอบด้วย พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ สว. กลุ่ม 1 บริหารราชการแผ่นดิน นายนพดล อินนา สว.กลุ่ม8 สิ่งแวดล้อม นายปฏิมา จิระแพทย์ สว.กลุ่ม 8 สิ่งแวดล้อม และ นายแล ดิลกวิทยรัตน์ สว.กลุ่ม 7 พนักงานหรือลูกจ้างของบุคคล ทั้งนี้ ผลการลงคะแนนปรากฏว่า พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ สว. ได้เป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1
เส้นทางสู่ประธานวุฒิสภา “มงคล”
สำหรับเส้นทางชีวิตราชการของนายมงคล รับราชการเป็นปลัดอำเภอ วันที่ 8 มกราคม 2522 จากนั้น 10 ปีต่อมาได้เป็นปลัดอำเภอธัญบุรี ซึ่งทำให้รู้จักกับนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช ปัจจุบันเป็น รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา สมัยที่เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี และตามไปรับราชการที่ จ.นครพนม เมื่อนายเสริมศักดิ์ไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม
ต่อมานายมงคลกลับมาเป็นนายอำเภอ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เป็นผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวง แล้วขยับไปเป็นรองผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ รองผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ และอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และอธิบดีกรมการปกครอง เคยได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ยุคนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ถูกคัดค้านเรื่องการครองความอาวุโส กระทั่งนายมงคลประกาศไม่รับตำแหน่ง
หลังเกษียณอายุราชการ กลับไปทำไร่ที่ จ.บุรีรัมย์ และช่วยงานที่ อบจ.บุรีรัมย์ และเคยเป็นประธานคณะทำงานของนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา