Skip to content

จุดเด่น “กมลา แฮร์ริส” เต็งจ๋าชิงผู้นำสหรัฐ

24 ก.ค. 2567 | 08:41น.
จุดเด่น “กมลา แฮร์ริส” เต็งจ๋าชิงผู้นำสหรัฐ

เปิดจุดเด่น “กมลา แฮร์ริส” ว่าที่ตัวแทนพรรคเดโมแครต เปิดศึกชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐ กับ โดนัลด์ ทรัมป์ เก่งเรื่องปฏิรูปเศรษฐกิจ และเคยร่วมงานกับไบเดน ดูแลวิกฤตผู้อพยพที่ชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก เผยปี 2020 เคยลงชิงตำแหน่งผู้แทนพรรคก่อนถอนตัว และกลายเป็นรองประธานาธิบดีหญิงคนแรก เผยแม้ต้องผ่านอีกด่านในที่ประชุมใหญ่ของพรรค แต่คาดได้ขึ้นเป็นตัวแทนแน่ เพราะไม่มีผู้ท้าชิงตัวเต็งมาสู้

หลังจาก นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐวัย 81 ปี ประกาศถอนตัวจากตัวแทนพรรคเดโมแครต ในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ทางพรรคจึงประกาศสนับสนุน นางกมลา แฮร์ริส วัย 59 ปี รองประธานาธิบดี ขึ้นเป็นตัวแทนพรรคแทน

นางแฮร์ริส ได้รับเลือกเป็นอัยการเขตซานฟรานซิสโก ตั้งแต่ปี 2004-2010 ต่อมาในปี 2010 ขึ้นเป็นอัยการสูงสุดรัฐแคลิฟอร์เนีย กลายเป็นผู้หญิงผิวดำและเชื้อสายอินเดียที่ดำรงตำแหน่งอัยการประจำรัฐคนแรกในประวัติศาสตร์รัฐแคลิฟอร์เนีย และมองตัวเองว่าเป็นผู้ปกป้องโอกาสทางเศรษฐกิจและสิทธิในการเข้าถึงการทำแท้ง ที่ผ่านมานายไบเดน มอบหมายให้ดูแลวิกฤตผู้อพยพที่ชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโก

นางแฮร์ริส เพิ่มการคุ้มครองแรงงานและผลักดันให้เกิดการปฏิรูปแรงงานในประเทศเม็กซิโก รวมถึงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการลงทุนในหลายสาขารวมถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่สามารถเอื้อมถึงได้ และประกาศความเป็นหุ้นส่วนกับเม็กซิโก ที่จะส่งเสริมโอกาสทางเศรษฐกิจในฮอนดูรัส กัวเตมาลา และเอลซัลวาดอร์ และสามารถหาบริษัทเอกชนมาร่วมลงทุนมูลค่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการสนับสนุนโอกาสทางเศรษฐกิจ และลดความรุนแรงในภูมิภาคละตินอเมริกา

นางแฮร์ริส ย้ำจุดยืนสนับสนุนยูเครน ตราบเท่าที่การสู้รบยังดำเนินต่อไป และย้ำพันธะหน้าที่ของสหรัฐในองค์การป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต เมื่อเทียบนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศลดภาษีนิติบุคคล ผ่อนคลายกฎระเบียบ เก็บภาษีสินค้านำเข้าในอัตราสูง และนโยบายเข้มงวดผู้อพยพ ส่วนนโยบายต่อสงครามในยูเครน นายทรัมป์ระบุว่า จะยุติสงคราม โดยยึดหนทางเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้งยูเครนและรัสเซีย

จากผลการสำรวจโดยเอพี สื่ออเมริกันนางแฮร์ริสได้เสียงสนับสนุนจากตัวแทนเดโมแครต ซึ่งสัญญาว่าจะให้การสนับสนุนผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ที่หมายมั่นไว้เพียงพอแล้วที่จะขึ้นมาเป็นตัวแทนพรรคลงชิงชัยแข่งกับนายทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกัน

มีการวิเคราะห์กันว่า หากนางแฮร์ริสได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตอย่างเป็นทางการ ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญยิ่งเนื่องจากมีเวลาเพียง 100 วันก่อนการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ แม้ยังมีความสงสัยคลางแคลงใจในบรรดาสมาชิกพรรคว่า จะเอาชนะทรัมป์ได้หรือไม่ เนื่องจากโพลสำรวจความเห็นสะท้อนคะแนนนิยมของนางแฮร์ริส ไม่ต่างจากนายไบเดน ยังคงตามหลังทรัมป์ที่รอดตายจากคมกระสุนสังหาร อีกทั้งได้แรงหนุนเป็นหนึ่งเดียวจากพรรคสังกัด

เจ้าหน้าที่ที่มาจากการเลือกตั้งของเดโมแครต บรรดาผู้นำพรรคและองค์กรทางการเมือง ออกมาสนับสนุนนางแฮร์ริส อย่างเปิดเผยหลังจากไบเดนถอนตัว ข้อดีอีกข้อนางแฮร์ริสสามารถเข้าถึงเงินที่ทีมระดมทุนของพรรคหามาได้ในขณะนี้จำนวนกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และทีมหาเสียงใหม่ที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นของนางแฮร์ริส ได้รับเงินบริจาคสำหรับลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีทุบสถิติใหม่ 81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ใน 24 ชั่วโมง หลังนางแฮร์ริสลงชิงตัวแทนพรรค

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังไม่อาจเรียกนางแฮร์ริสได้ว่าเป็น ตัวแทนพรรคเดโมแครตคนใหม่ เนื่องจากยังเหลืออีกด่านที่ประชุมใหญ่พรรค ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นวันที่ 19-22 ส.ค.นี้ ประกอบด้วยสมาชิกคองเกรส บรรดาผู้นำพรรคและผู้มีชื่อเสียงของพรรคยังคงมีอิสระที่จะโหวตผู้สมัครชิงตัวแทนพรรค หรือหากสมาชิกเดโมแครต โหวตเสนอชื่อตัวแทนพรรคผ่านการประชุมทางไกลเกิดขึ้นก่อนการประชุมใหญ่พรรค

จะเห็นได้ว่าการเลือกตัวแทนพรรคเดโมแครตมีทั้งหน้ากล้อง และประชุมลับ ผ่านด่านหินการเมืองภายในพรรคได้ จึงจะยืนยันความชัดเจนถึงสถานะตัวแทนเดโมแครต อย่างเป็นทางการ ในเมื่อขณะนี้ยังไม่มีรายชื่อที่โดดเด่นขึ้นมาท้าชิง อีกทั้งผู้ที่อยู่ในรายชื่อ อาทิ นายกาวิน นิวซอม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย และนายจอช ชาพิโร ผู้ว่าการรัฐเพนซิลเวเนีย ต่างก็ประกาศหนุนนางแฮร์ริสเช่นกัน

สำหรับนางแฮร์ริส เคยลงแข่งขันเข้ารับการเสนอชื่อชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคเมื่อปี 2020 แต่ต้องถอนตัวกลางคันก่อนการเลือกตั้งขั้นต้น อย่างไรก็ตาม นางแฮร์ริส ขึ้นเป็นรองประธานาธิบดีหญิงคนแรก และเจ้าหน้าที่รัฐเพศหญิงที่ขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ ตลอดจนรองประธานาธิบดีเชื้อสายแอฟริกันและอินเดียนอเมริกันคนแรก

โดยนางแฮร์ริส เผยถึงความตั้งใจที่จะก้าวออกมาจากฉากหลังและคว้าตำแหน่งตัวแทนพรรค พร้อมให้คำมั่นที่จะรวมใจพรรคเดโมแครตเป็นหนึ่งเดียว ทำให้สหรัฐเป็นเอกภาพและเพื่อคว้าชัยในการเลือกตั้งครั้งนี้