เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เกาหลีใต้มีผู้ชายใช้สิทธิลาเลี้ยงลูกมากเป็นประวัติการณ์ ในครึ่งแรกปี 2024

05 ส.ค. 2567 | 17:12น.
เด็กผู้ชาย

เด็กผู้ชาย

เกาหลีใต้เผยครึ่งแรกของปี 2024 มีผู้ชายใช้สิทธิลาเลี้ยงดูบุตรเป็นสัดส่วนที่สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 32.3% ผลจากการเพิ่มแรงจูงใจโดยรัฐและบริษัทขนาดใหญ่

โคเรีย เฮรัลด์ (Korea Herald) รายงานเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2024 ถึงข้อมูลจากกระทรวงการจ้างงานและแรงงานในเกาหลีใต้ที่ประกาศออกมาในวันที่ 4 สิงหาคมว่า ในครึ่งแรกของปีนี้มีจำนวนผู้ชายใช้สิทธิลาเลี้ยงดูบุตรเป็นสัดส่วนที่สูงถึง 32.3% ของจำนวนผู้ใช้สิทธิลาเลี้ยงดูบุตรทั้งหมด นับเป็นครั้งแรกที่สัดส่วนของผู้ชายเกินกว่า 30%

ข้อมูลตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน 2024 เกาหลีใต้ มีจำนวนพนักงานที่ลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรเพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YOY) โดยเพิ่มขึ้นจาก 67,465 คน เป็น 69,631 คน แบ่งเป็นผู้ชายจำนวน 22,460 คน และผู้หญิงจำนวน 47,171 คน

จำนวนการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรของพนักงานหญิงลดลงเล็กน้อยที่ 1.8% สวนทางกับจำนวนการลาของพนักงานชายที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดที่ 15.7% 

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สัดส่วนการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรของผู้ชายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 8.7% ในปี 2016 เป็น 13.4% ในปี 2017, 21.2% ในปี 2019,  26.2% ในปี 2021 และในปี 2022 สัดส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 3 ใน 10 ที่ 28.9%

ในปีนี้สัดส่วนการลาของผู้ชายเพิ่มขึ้นเกิน 30% เป็นครั้งแรก ซึ่งสะท้อนให้เห็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ ข้อมูลที่นำมาคำนวณนับจากผู้รับประกันการจ้างงานเท่านั้น ทำให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานะการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรของข้าราชการและครูที่ไม่ได้รับความคุ้มครองจากประกันการจ้างงานต้องตกหล่นไป

การลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรของผู้ชายที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการเสนอสิทธิประโยชน์การดูแลบุตรของรัฐบาลที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ ซึ่งมุ่งเป้าไปที่อัตราการเกิดที่ต่ำที่สุดในโลกของเกาหลีใต้

กฎหมายใหม่ประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา อนุญาตให้แรงงานซึ่งมีการเลี้ยงดูทารกอายุต่ำกว่า 18 เดือนได้รับเงินช่วยเหลือสำหรับพ่อแม่รวมกันสูงสุด 39 ล้านวอน (ราว 1 ล้านบาท) หากทั้งพ่อและแม่ลางานเป็นเวลา 6 เดือน ไม่ว่าจะพร้อมกันหรือแยกกัน

เงินช่วยเหลือปรับขึ้นเป็น 2 ล้านวอน (ราว 51,000 บาท) ต่อคนในเดือนแรก 2.5 ล้านวอน (ราว 65,000 บาท) ในเดือนที่สอง และ 4.5 ​​ล้านวอน (ราว 1.1 แสนบาท) ในเดือนที่หก

ภายใต้โครงการใหม่นี้ คู่สามีภรรยาที่แต่ละคนมีรายได้ต่อเดือนตั้งแต่ 4.5 ล้านวอน หรือมากกว่านั้น สามารถรับเงินสูงสุด 39 ล้านวอนในหกเดือนแรก หากทั้งคู่ใช้สิทธิลาเลี้ยงดูบุตร

ก่อนหน้านี้มาจนกระทั่งเมื่อปี 2023 ระบบการลางานให้เงินช่วยเหลือแก่ทั้งพ่อและแม่ 100% ของเงินเดือนปกติในช่วงสามเดือนแรก หากลางานเพื่อดูแลเด็กอายุต่ำกว่า 12 เดือน อย่างไรก็ตาม เงินช่วยเหลือถูกจำกัดวงเงินไว้มากสุดที่เดือนละ 3 ล้านวอน (ราว 77,000 บาท) 

ผู้สังเกตการณ์เผยว่า การที่ผู้ชายใช้สิทธิลาเพื่อเลี้ยงบุตรเพิ่มมากขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการสนับสนุนของกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่

จากข้อมูลที่กระทรวงการจ้างงานและแรงงานให้มา ระบุว่า 43.5% ของผู้ชายที่ใช้สิทธิลาเลี้ยงดูบุตรในช่วงครึ่งปีแรก อยู่ในบริษัทขนาดใหญ่ที่มีพนักงานมากกว่า 1,000 คน

ในทางกลับกัน บริษัทที่มีพนักงานน้อยกว่า 100 คน มีสัดส่วนของผู้ชายที่ใช้สิทธิลาเพื่อเลี้ยงบุตรเพียง 22.7% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างตามขนาดของบริษัท

กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ได้พยายามเพิ่มอัตราการเกิดของประเทศ โดยเสนอการลาคลอดที่เอื้อเฟื้อและให้แรงจูงใจแก่ผู้ที่มีบุตร 

อย่างเช่น กลุ่มบริษัทลอตเต้ (Lotte) ได้กำหนดให้พนักงานชายต้องลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรอย่างน้อยหนึ่งเดือน เมื่อภรรยาของพวกเขาคลอดบุตร ทำให้ระหว่างปี 2017 ถึง 2022 ลอตเต้มีพนักงานชายมากกว่า 8,000 คนใช้สิทธิลาเพื่อเลี้ยงบุตร 

ในช่วงเวลาเดียวกัน ข้อมูลของกระทรวงการจ้างงานและแรงงานระบุว่า 5.5% ของผู้ชาย 146,000 คนที่ใช้สิทธิลาเพื่อดูแลบุตรเป็นพนักงานของบริษัทลอตเต้

ในปี 2023 เกาหลีใต้มีอัตราการเจริญพันธุ์รวมยอด (TFR) อยู่ที่ 0.72 ซึ่งแสดงถึงจำนวนการให้กำเนิดบุตรตลอดช่วงชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ต่ำกว่า 1 ต่อ 1 ขณะที่ระดับความต้องการทารกเพื่อทดแทนประชากรของเกาหลีใต้นั้น หากต้องการรักษาจำนวนประชากรให้คงที่เอาไว้ได้ เกาหลีใต้จำเป็นต้องมีอัตราการเจริญพันธุ์ประมาณ 2.1