“วิว-กุลวุฒิ วิทิตศานต์” จากคนที่เล่นกีฬาเพราะเป็นภูมิแพ้ เพื่อรักษาสุขภาพให้แข็งแรง สู่เหรียญเงินประวัติศาสตร์ แบดมินตันชายโอลิมปิก
ย้อนหลังไปในเดือนสิงหาคมปี 2566 “วิว-กุลวุฒิ วิทิตศานต์” กลายเป็นนักแบดมินตันชาวไทยคนที่ 3 ที่คว้าแชมป์โลกได้ ต่อจาก “เมย์-รัชนก อินทนนท์” เมื่อปี 2556 ในประเภทหญิงเดี่ยว และ “บาส-เดชาพล พัววรานุเคราะห์” กับ “ปอป้อ-ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย” แชมป์โลกคู่ผสมเมื่อปี 2564 เป้าหมายสำคัญต่อไปจึงหนีไม่พ้น “โอลิมปิก 2024”
“กุลวุฒิ วิทิตศานต์” ชื่อเล่น “วิว” เกิดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2544 เป็นบุตรของ “นายณัฐวัชร” และ “นางนัฎกนก วิทิตศานต์” มีน้องสาว 1 คน คือ “ส้ม-สรัลรักษ์ วิทิตศานต์” ซึ่งเป็นนักกีฬาแบดมินตันเช่นกัน และเพิ่งคว้าแชมป์หญิงเดี่ยวในรุ่น 19 ปี ในการแข่งขันแบดมินตัน โตโยต้า ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2567
ทำให้สรัลรักษ์คว้าสิทธิ์เป็นตัวแทนนักกีฬาเยาวชนทีมชาติไทย ไปแข่งขันแบดมินตันเวิลด์ จูเนียร์ แชมเปี้ยนชิป หรือศึกเยาวชนชิงแชมป์โลก 2024 ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 30 ก.ย.-13 ต.ค.นี้ ที่เมืองหนางชาง สาธารณรัฐประชาชนจีนโดยอัตโนมัติด้วย
สำหรับวิว กุลวุฒิ เริ่มเล่นแบดมินตันเมื่ออายุ 7 ปี เนื่องจากต้องตามคุณพ่อซึ่งเป็นผู้ฝึกสอนแบดมินตันไปที่สนามในระยะแรก วิว กุลวุฒิจึงได้เล่นแบดมินตันเพื่อความสนุกสนาน และด้วยความที่เป็นโรคภูมิแพ้อากาศ จึงเล่นกีฬาเพื่อรักษาสุขภาพให้แข็งแรง

ต่อมากุลวุฒิเริ่มฝึกซ้อมแบดมินตันอย่างจริงจังเพื่อลงแข่งขันระดับยุวชน และเยาวชนภายในประเทศ ในสังกัดชมรมแบดมินตันเสนานิคม ภายใต้การดูแลของ “ไตรรงค์ ลิ่มสกุล” และ “เมตไตรย์ อมาตยกุล”
ปี 2552 วิว กุลวุฒิได้เข้าร่วมการแข่งขันแบดมินตันรุ่นอายุต่ำกว่า 9 ขวบ และเริ่มประสบความสำเร็จ ได้รับรางวัลชนะเลิศอย่างสม่ำเสมอ ตลอดช่วง 3-4 ปีถัดมา
ปี 2557 ขณะนั้นวิว กุลวุฒิ อายุ 13 ปี ได้ย้ายไปอยู่สังกัดโรงเรียนแบดมินตันบ้านทองหยอด ด้วยแรงบันดาลใจที่เห็นเมย์ รัชนก คว้าตำแหน่งแชมป์โลกในประเภทหญิงเดี่ยว ซึ่งก่อนหน้านั้นบ้านทองหยอดได้ติดตามและประทับใจการฟอร์มการเล่นของ ด.ช.กุลวุฒิมาก่อนแล้ว
เมื่อตัดสินใจย้ายสังกัด จึงได้รับโอกาสแข่งขันในระดับชาติและระดับนานาชาติ โดยในระดับชาตินั้น วิว กุลวุฒิได้เข้าร่วมการแข่งขันรายการแบดมินตันเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยเป็นครั้งแรก ในรุ่นอายุต่ำกว่า 14 ปี และได้รับรางวัลชนะเลิศ
หลังจากนั้นก็ได้รับรางวัลชนะเลิศในรายการเดียวกันทุกปีที่แข่งขัน คือ รุ่น 14 ปีในปี 2557 และปี 2558 รวมถึงรุ่น 16 ปีในปี 2559 และรุ่นใหญ่ที่สุด อายุต่ำกว่า 19 ปีในปี 2560
สำหรับระดับนานาชาติ กุลวุฒิเข้าร่วมการแข่งขันรายการแบดมินตันเยาวชนชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุต่ำกว่า 15 ปี เป็นครั้งแรกในปี 2557 และได้รับรางวัลชนะเลิศ ต่อมาในปี 2559 และ 2560 ก็ได้รับรางวัลชนะเลิศในรุ่นอายุต่ำกว่า 17 ปีในรายการนี้เช่นกัน
ต่อมาครึ่งปีหลังของปี วิว กุลวุฒิสามารถทำผลงานในระดับเยาวชนนานาชาติ อายุต่ำกว่า 19 ปีได้เป็นอย่างดี ได้รับรางวัลชนะเลิศในหลายรายการสำคัญ กระทั่งในวันที่ 22 ตุลาคม 2560 ได้รางวัลชนะเลิศในรายการแบดมินตันเยาวชนชิงแชมป์โลก ประเภทชายเดี่ยว ที่ประเทศอินโดนีเซีย ด้วยวัยเพียง 16 ปี 5 เดือน นับเป็นแชมป์เยาวชนโลกประเภทชายเดี่ยวคนแรกของประเทศไทย
ชัยชนะในวันนั้น ยังเป็นที่จดจำของโรงเรียนแบดมินตันบ้านทองหยอด เพราะในวันเดียวกัน รัชนก อินทนนท์ ก็ได้รับรางวัลชนะเลิศ ประเภทหญิงเดี่ยวแบดมินตันซูเปอร์ซีรีส์พรีเมียร์ “โยเน็กซ์ เดนิซ่า เดนมาร์ก โอเพ่น” ที่เมืองโอเดนเซน ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งนับเป็นการคว้าแชมป์แรกของปี 2560 ของน้องเมย์
ชัยชนะครั้งนั้นทำให้วิว กุลวุฒิถูกจับตามองว่า จะเป็นนักแบดมินตันที่ประสบความสำเร็จตามรอยเมย์ รัชนก
ในปี 2561 วิว กุลวุฒิสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศในรายการแบดมินตันเยาวชนชิงแชมป์โลก ประเภทชายเดี่ยวติดต่อกันเป็นสมัยที่ 2 หลังจากชัยชนะในครั้งนี้ วิว กุลวุฒิในวัย 17 ปี ก็ขยับไปแข่งขันในรุ่นทั่วไป เพื่อสะสมคะแนนอันดับโลกรุ่นทั่วไป โดยจะไปแข่งขันรายการอินเตอร์เนชั่นแนล แชลเลนจ์ หรือเวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ ซึ่งประเดิมชนะเลิศถึง 5 รายการในระหว่างปี 2561-2562 ได้แก่ YONEX SUNRISE Nepal International Series 2018 (เนปาล) The 28th Iran Fajr International Challenge 2019 (อิหร่าน) YONEX Polish Open 2019 (โปแลนด์) Finnish Open 2019 (ฟินแลนด์) และ Spanish International 2019 (สเปน)
ปี 2565 กุลวุฒิสามารถเอาชนะ “ก็อก จิง ฮอง” คว้าเหรียญทองให้กับประเทศไทยในกีฬาซีเกมส์ 2022 ที่ประเทศเวียดนาม

นอกจากนี้ วิว กุลวุฒิยังผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับ “วิกเตอร์ แอ็กเซลเซ่น” มืออันดับ 1 ของโลกในขณะนั้น จากเดนมาร์ก ในรายการแบดมินตันชิงแชมป์โลก 2022 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และได้รองแชมป์มาครอง ซึ่งตอนนั้นก็กลายเป็นนักแบดมินตันไทยคนแรกที่ได้ตำแหน่งรองแชมป์ในรายการนี้ ก่อนจะสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์โลกชายเดี่ยวในเดือนสิงหาคม 2566 ได้สำเร็จ
ผลงานยอดเยี่ยมในปี 2566 ทำให้ในงานประกาศเกียรติคุณนักกีฬาดีเด่น เนื่องในวันกีฬาแห่งชาติประจำปี 2566 ที่จัดโดยการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในวันที่ 16 ธันวาคม 2566 วิว กุลวุฒิได้รับรางวัลนักกีฬาสมัครเล่นชายดีเด่นเป็นสมัยที่ 2 จากผลการโชว์ฟอร์มกระหึ่มโลก
ล่าสุดปี 2567 วิว กุลวุฒิ นักแบดมินตันชายเดี่ยวของประเทศไทย มืออันดับ 8 ของโลก ได้เข้าร่วมแข่งแบดโอลิมปิก 2024 ครั้งแรก (มือวางอันดับ 8 ของรายการ) ด้วยวัยเพียง 23 ปี และเข้ารอบตัดเชือกกีฬาโอลิมปิกเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี นับจาก “แมน บุญศักดิ์ พลสนะ” เคยทำได้ในโอลิมปิก เอเธนส์ 2004 (จบลงในอันดับที่ 4)
และจากนี้คือแมตช์ประวัติศาสตร์
วันที่ 27 กรกฎาคม 2567 กลุ่มซี แมตช์แรก ชนะ “จอร์เจส จูเลี่ยน พอล” มืออันดับ 109 ของโลกจากมอริเชียสไปแบบขาดลอย 2 เกมรวด 21-8 และ 21-12 คว้าชัยชนะแมตช์แรกในแบดมินตันโอลิมปิกเกมส์ 2024
วันที่ 31 กรกฎาคม 2567 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มซี แมตช์สุดท้าย ชนะ “คัลเล่ โจโนเน่น” มืออันดับ 60 ของโลกจากฟินแลนด์ 21-4, 8-0 Retired ผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้ายในฐานะอันดับ 1 ของกลุ่ม
วันที่ 1 สิงหาคม 2567 รอบ 16 คนสุดท้าย ชนะ “เคนตะ นิชิโมโตะ” มืออันดับ 10 ของโลกจากญี่ปุ่น 2-1 เกม ผ่านเข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้าย
วันที่ 3 สิงหาคม 2567 รอบ 8 คนสุดท้าย ชนะ “ฉี ยู่ฉี” มืออันดับ 1 ของโลกจากจีนไปแบบขาดลอย 2-0 เกม 21-12 และ 21-10 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ
วันที่ 4 สิงหาคม 2567 ชนะ “หลี่ ซี เจี๋ย” จากมาเลเซีย 2-0 เกม 21-14 และ 21-15 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศแบดมินตันชายเดี่ยว ศึกโอลิมปิก 2024 ได้สำเร็จ
วันที่ 5 สิงหาคม 2567 รอบชิงชนะเลิศ ได้เข้าไปชิงกับแชมป์เก่า วิกเตอร์ แอ็กเซลเซ่น ยอดนักแบดมินตัน มืออันดับ 2 ของโลกคนปัจจุบัน