สกุลเงินเอเชียเคลื่อนไหวผันผวน หลังตัวเลขแรงงานสหรัฐชะลอตัว
เงินหยวน เงินดอลลาร์ เงินยูโร
สกุลเงินเอเชียเคลื่อนไหวผันผวน หลังตัวเลขแรงงานสหรัฐชะลอตัว ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group ชี้ ตลาดเริ่มให้น้ำหนักความเป็นไปได้ถึง 70% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.50% ในเดือนกันยายน
วันที่ 5 สิงหาคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ ที่ระดับ 36.28/29 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (2/8) ที่ระดับ 36.34/35 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
โดยดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลัก โดย Dollar Index เช้าวันนี้ปรับตัวลดลงที่ระดับ 103.19 และแตะระดับต่ำสุดที่ 103.12 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค. หลังคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (2/8) กระทรวงแรงงานสหรัฐ (Bureau of Labor Statistcs) เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Employment Change) เพิ่มขึ้นเพียง 114,000 ตำแหน่งในเดือนกรกฎาคม ต่ำกวาตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 177,000 ตำแหน่ง และลดลงจากระดับ 179,000 ตำแหน่งในเดือนมิถุนายน
เช่นเดียวกับอัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) ที่ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 4.3% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2564 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์และอัตราการว่างงานในเดือนมิถุนายนที่ระดับ 4.1% ข้อมูลดังกล่าวทำให้นักลงทุนวิตกกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังเผชิญภาวะถดถอย
และจากข้อมูล FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า ขณะนี้ตลาดเริ่มให้น้ำหนักความเป็นไปได้ถึง 70% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.50% ในเดือนกันยายน จากการคาดการณ์เดิมที่ว่าจะมีการปรับลด 0.25%
ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 35.01-35.38 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 35.18/20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (5/8) ที่ระดับ 1.0921/23 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (2/8) ที่ระดับ 1.0822/25 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร จากการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์ภายหลังจากที่มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่ชะลอตัวออกมา ขณะที่ปัจจัยในประเทศ ผลสำรวจในวันนี้เผยว่า การเติบโตของกิจกรรมทางธุรกิจในยูโรโซนทรงตัวในเดือน ก.ค. ขยายตัวอย่างอ่อนแอ
ประกอบกับภาคการผลิตที่ยังคงหดตัวอย่างต่อเนื่อง โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นสุดท้ายของยูโรโซนอยู่ที่ระดับ 50.2 ในเดือน ก.ค. ชะลอลงจากระดับ 50.9 ในเดือน มิ.ย. ซึ่งดัชนี PMI ดังกล่าวสูงกว่าตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ 50.1 และอยู่สูงกว่าระดับ 50 เป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน
ทั้งนี้ PMI ที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางธุรกิจอยู่ในภาวะขยายตัว โดยนักเศรษฐศาสตร์ จาก HCOB กล่าวว่า เศรษฐกิจยูโรโซนกำลังเติบโตอย่างเชื่องช้าในเดือน ก.ค. เนื่องจากภาคบริการไม่ได้เร่งตัวขึ้นเหมือนช่วงต้นปี ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมยังคงซบเซา
นอกจากนี้ความต้องการโดยรวมทั่วยูโรโซนยังลดลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน และลดลงในอัตราที่รวดเร็วกว่าเดือน มิ.ย. โดยดัชนีธุรกิจใหม่โดยรวมลดลงสู่ระดับ 49.0 จาก 49.4 ในระหว่างวันยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.0891-1.0975 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ1.0944/46 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (5/8) ที่ระดับ 146.50/52 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (2/8) ที่ระดับ 148.82/84 การแข็งค่าขึ้นอย่างมากของเงินเยนเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐเงินเยนซึ่งเคยอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 38 ปีที่ระดับ 161.99 เยน/ดอลลาร์ในเดือน มิ.ย.นั้น กลับมาแข็งค่าขึ้นอีกครั้งหลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 2.25% และตัดสินใจปรับลดการซื้อพันธบัตรรัฐบาล
นายคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ยังคงแสดงความเห็นเชิงรุกเกี่ยวกับนโยบายการเงินในระหว่างการแถลงข่าวภายหลังการประชุมเมื่อวันที่ 31 ก.ค. โดยกล่าวว่า “หากเศรษฐกิจและเงินเฟ้อมีความเคลื่อนไหวสอดคล้องกับการคาดการณ์ของ BOJ เราก็จะยังคงเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป”
นายอุเอดะยังกล่าวด้วยว่า อัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.50% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2551 นั้น ไม่ถือเป็นอุปสรรค และอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่าระดับดังกล่าว โดยในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวผันผวนระหว่าง 141.66-156.56 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 142.26/28 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การใช้จ่ายภาคครัวเรือนเดือน มิ.ย., ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเยอรมนีและอียูเดือน มิ.ย., ยอดนำเข้า-ส่งออก และดุลการค้าสหรัฐเดือน มิ.ย. (6/8), ยอดนำเข้า-ส่งออกและดุลการค้าเยอรมนีเดือน มิ.ย., ดัชนีราคาบ้านเดือน ก.ค.จากฮาลิแฟกซ์ของอังกฤษ (7/8), ดุลบัญชีเดินสะพัดเดือน มิ.ย.ญี่ปุ่น, ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือน ก.ค. ออสเตรเลีย, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐ (8/8), อัตราว่างงานไตรมาส 2/2567 ของฝรั่งเศสและอัตราเงินเฟ้อเดือน ก.ค. (9/8)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.20/-8.90 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -13.25/-11.35 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ