เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศึกไม่ไว้วางใจ เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี วัดใจเพื่อไทย-กล้าธรรม โหวตรัฐบาล
Politics ศึกไม่ไว้วางใจ เดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรี วัดใจเพื่อไทย-กล้าธรรม โหวตรัฐบาล
มิตซูบิชิ กำหนดยุทธศาสตร์ ‘ไทย’ ฐานผลิตหลักสำคัญ
Automotive มิตซูบิชิ กำหนดยุทธศาสตร์ ‘ไทย’ ฐานผลิตหลักสำคัญ
อนุทิน รับยากหาวัน ‘ซักฟอกรัฐบาล’ ใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าสะดวกสุดแล้ว
Politics อนุทิน รับยากหาวัน ‘ซักฟอกรัฐบาล’ ใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าสะดวกสุดแล้ว
ครม.จ่อถก ‘ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน’ หาทางลดราคาพลังงาน
Politics ครม.จ่อถก ‘ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน’ หาทางลดราคาพลังงาน
ธปท.วางกรอบคุมสินเชื่อ BNPL ‘ทีทีบี-กสิกร’ กังวลลูกหนี้ โตเร็ว
Finance ธปท.วางกรอบคุมสินเชื่อ BNPL ‘ทีทีบี-กสิกร’ กังวลลูกหนี้ โตเร็ว
รมว.เกษตรฯ สั่งเร่งตรวจสอบจดสิทธิคุ้มครอง ‘กะเพรา 4 สายพันธุ์’ ถูกกฎหมายหรือไม่
Economic รมว.เกษตรฯ สั่งเร่งตรวจสอบจดสิทธิคุ้มครอง ‘กะเพรา 4 สายพันธุ์’ ถูกกฎหมายหรือไม่
เอแซ็ปรุกตลาดคนรักสัตว์ ส่งรถเช่าอีวีเจาะลูกค้ากทม.
Automotive เอแซ็ปรุกตลาดคนรักสัตว์ ส่งรถเช่าอีวีเจาะลูกค้ากทม.
ยักษ์สู้ศึกตลาด ‘ปิกอัพ’ ขาลง ‘ฮอนด้า’ ลงสนามชน ‘โตโยต้า-อีซูซุ’
Automotive ยักษ์สู้ศึกตลาด ‘ปิกอัพ’ ขาลง ‘ฮอนด้า’ ลงสนามชน ‘โตโยต้า-อีซูซุ’
ครม.สัญจรอุดรชง 4 หมื่นล้าน เชื่อมค้าจีน
Politics ครม.สัญจรอุดรชง 4 หมื่นล้าน เชื่อมค้าจีน
พยากรณ์อากาศ (24 ต.ค.) ภาคใต้ยังมีฝนตก 60 – 70% กทม.ฝน 30%
Economic พยากรณ์อากาศ (24 ต.ค.) ภาคใต้ยังมีฝนตก 60 – 70% กทม.ฝน 30%
ดูทั้งหมด

ใครได้ใคร ใครเสีย เมื่อเฟดและบีโอเจเดินมาถึงจุดเปลี่ยนพร้อมกัน

08 ส.ค. 2567 | 13:38น.
ใครได้ใคร ใครเสีย เมื่อเฟดและบีโอเจเดินมาถึงจุดเปลี่ยนพร้อมกัน
คอลัมน์ : นั่งคุยกับห้องค้า
ผู้เขียน : กอบสิทธิ์ ศิลปชัย, จงรัก ก้องกำชัย ธนาคารกสิกรไทย

เราเดินทางเข้าสู่ครึ่งหลังของปีมาแล้ว 1 เดือน และระหว่างทางบ่งชี้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจและทิศทางดอกเบี้ยหลายแห่งเริ่มเปลี่ยนแปลงไป และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกันนี้ ทำให้ผลที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะดีหรือเสีย เกิดขึ้นในขนาดเท่าทวีคูณสะท้อนจากตลาดค่าเงินที่ผันผวนอย่างรุนแรงในช่วงต้นเดือนสิงหาคม

การเปลี่ยนแปลงเริ่มจากเศรษฐกิจสหรัฐที่แม้ครึ่งแรกของปีเศรษฐกิจจะขยายตัวดีกว่าคาดต่อเนื่อง แต่เข้าสู่ครึ่งหลังของปีเริ่มเห็นสัญญาณที่อ่อนแอลง

โดยเฉพาะในภาพตลาดแรงงานที่อัตราว่างงานแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2021 และทิศทางเงินเฟ้อที่สามารถชะลอลงมาอยู่ที่ 2.97% ต่ำกว่า 3% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2021 ทำให้ตลาดคาดการณ์ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจลดดอกเบี้ยขนาดใหญ่ถึงครั้งละ 50bps ในการประชุมเดือนกันยายนและพฤศจิกายน

และรวมทั้งปีอาจลดดอกเบี้ยสูงถึง 125bps เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากช่วงก่อนการประชุมของเฟดที่ผ่านมา (30-31 กรกฎาคม)

ในเวลาเดียวกันธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ได้ประกาศปรับขึ้นดอกเบี้ยสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์และมีการสื่อสารถึงการขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง ช่วยยืนยันว่าวงจรการขึ้นดอกเบี้ยของบีโอเจได้เกิดขึ้นแล้ว หลังการเปลี่ยนทิศทางนโยบายการเงินของบีโอเจมีความล่าช้าและออกมาตึงตัวน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ตลอดช่วงครึ่งแรกของปี

ด้วยสองแรงดังกล่าวที่เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ส่งผลให้ค่าเงินสกุลหลายแห่งมีการเปลี่ยนแปลงในอัตราเร่ง โดยเฉพาะค่าเงินเยนเปลี่ยนแปลงรุนแรงที่สุด โดยหากพิจารณาค่าเงินเยนในช่วงต้นปีที่ 140 และอ่อนค่ายาวนานตลอดครึ่งแรกของปีมาแตะ 162 เยนต่อดอลลาร์อ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 38 ปี แต่หลังการประชุมบีโอเจในปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้น 8% กลับสู่ 142 เยนต่อดอลลาร์ได้ในเวลาเพียงไม่กี่วัน

นอกจากค่าเงินเยน ใครได้และใครเสียอีก ?

ค่าเงินเอเชียส่วนใหญ่ได้รับประโยชน์จากการแข็งค่าของเยน นำโดยค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้นเกือบ 2% จากจุดอ่อนค่าสุดของปีกลับมาใกล้เคียงจุดแข็งค่าสุดของปีนี้ ค่าเงินบาทเองก็ได้รับแรงหนุนแข็งค่าใกล้เคียงระดับ 35.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่ามากสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม

สำหรับกลุ่มที่ได้รับผลกระทบด้านลบคงหนีไม่พ้นค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงเร็วกว่า 3% ตั้งแต่เข้าครึ่งหลังของปีมา และด้วยทิศทางนโยบายการเงินของเฟดและบีโอเจที่เปลี่ยนแปลงไปในทางตรงกันข้ามชัดเจนขึ้น บ่งชี้ว่า ผู้แพ้ในช่วงครึ่งแรกของปีอย่างค่าเงินเยนและสกุลเงินในเอเชียจะเริ่มพลิกกลับมาเป็นผู้ชนะในช่วงครึ่งหลังของปีได้

โดยเราประเมินว่าค่าเงินบาทจะได้รับปัจจัยหนุนใหม่จากการแข็งค่าของเงินเยนและราคาทองคำที่ปรับเพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ ทำให้ครึ่งหลังของปีค่าเงินบาทอาจสามารถเคลื่อนไหวในฝั่งแข็งค่าได้มากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้